| สิงหาคม 8, 2008 |
| to |
| สิงหาคม 22, 2008 |
กว่าจะเอาข้อมูลมาได้ ก็ล่วงเลยจนจวนจะปิดงานกันอยู่แล้ว
ต้องขออภัยด้วย คงต้องขอแก้ตัวว่า ข้อมูล หายากและกระจัดกระจาย จริงๆ
เอ้า เข้าเรื่อง
งาน สัปดาห์วิทยาศาสตร์ 2551 ครับ
ใช้ google search มาเจอที่นี่
http://www.scisoc.or.th/home/index.php?option=com_content&task=view&id=51&Itemid=1
กับที่นี่
http://www.vcharkarn.com/varticle/37776
หา web site ที่เป็นทางการไม่เจอครับ
ใครเจอ รบกวนแจ้งด้วย เน้อ
สิงหาคม 18th, 2008
WebMaster [ชมรมนิยายวิทยาศาสตร์ไทย]
บทที่ 2
เซราฟ
เวลานี้ ปีศักราช E.A. ที่ 45
เอริก้า แอ็คเนส นั่งมองดูภาพรายงานข่าวด่วนที่ปรากฏอยู่บนจอสามมิติซึ่งถูกติดตั้งอยู่ภายในยานโดยสารด้วยความหงุดหงิดใจอย่างยิ่ง
“อาณานิคมถูกทำลายไปอีกแห่งแล้ว” เอริก้าหันไปพูดกับหญิงสาวที่นั่งอยู่ถัดไป
“ถึงจะพูดแบบนั้นกับฉันไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมาหรอก” มาเรีย โอลูว่า ตอบกลับอย่างไร้อารมณ์
เอริก้าขมวดคิ้ว “ท่าทางคุณจะไม่ทุกข์ร้อนใจเลยนะ”
มาเรียถอนใจเบาๆ “ก็จะให้ทำอะไรได้ล่ะ”
“นึกไม่ถึงเลยนะว่านี่จะเป็นคำพูดที่หลุดออกมาจากปากเจ้าหน้าที่ระดับสูงของวัลฮัลลา”
“เรื่องที่ทำไม่ได้ก็คือทำไม่ได้อยู่ดีนั่นแหละ แม่คุณ”
เอริก้าเบ้ปาก เธอพอจะเข้าใจสิ่งที่มาเรียต้องการบอก แต่ก็ยังไม่อาจทำใจยอมรับได้ง่ายๆ
ภาพการรายงานข่าวด่วนที่ถูกฉายขึ้นจอนั้น ทำให้เอริก้าได้ทราบว่าอาณานิคมแห่งหนึ่งบนดวงจันทร์โฟชีอัสได้ถูกเซราฟทำลายลงไปแล้ว ซึ่งในช่วง 3เดือนนี้ มรอาณานิคมที่ตั้งอยู่บนดวงจันทร์รายรอบพิภพดารันดร์ถูกทำลายไปแล้วถึง 5 แห่ง
การโจมตีของเซราฟที่ทวีความรุนแรงและขยายวงของการทำลายล้างออกไปมากขึ้นทุกทีนั้น ส่งผลต่อความอยู่รอดของมนุษยชาติ ดังนั้นเมื่อ 10 ปีก่อน สภาสูงแห่งดารันดร์จึงได้สั่งทุ่มเท กำลัง วิทยาการ และ ทรัพยากรที่มีอยู่ทั้งหมด ในการสร้างสถานีอวกาศขนาดมหึมาสำหรับเป็นปราการด่านสุดท้ายในการปกป้องดารันดร์ และเพื่อให้เป็นฐานบัญชาการในการต่อสู้กับเหล่าเซราฟโดยเฉพาะ ชื่อของสถานีอวกาศนั้นก็คือ วัลฮัลลา
(more…)
สิงหาคม 7th, 2008
eagle

หนังสือส่งมาถึงตั้งนานแล้วครับ
ขออภัยในความล่าช้าของข่าวจริงๆ(น่าตบกระบาลนัก)
ฉบับนี้อัดแน่นด้วยเนื้อหาสาระ มากมาย เช่นเคย และมีบทความพิเศษจาก ดร.ชัยวัฒน์ ด้วยครับ
เริ่มเลยดีกว่า
เรื่องสั้น
คดีชิงผลงานวิทยาศาสตร์ จากเรื่อง mirror image ของ Isaac Asimov แปลโดย คุณ สรรพวีร์ ประสิทธิรัตน์
เชิญปล้นธนาคาร จากเรื่อง Welcome to our bank ของ Henry Sirsar แปลโดย คุณ วัชระพงศ์ ยะไวท์
บทความ
วันที่โลกไร้น้ำมัน โดย ดร.ชัยวัฒน์ คุประตกุล (น่าสนใจมากๆเลยครับ)
นวนิยายเรื่องยาว
พยัคฆ์ร้ายสุดจักรวาล โดย Chale Magpie
การ์ตูนไซ-ไฟ เรื่อง สวนสนุกแห่งความตาย
กรกฎาคม 30th, 2008
WebMaster [ชมรมนิยายวิทยาศาสตร์ไทย]
ก่อนอื่นต้องขอออกตัวไว้ก่อนว่าไม่ได้เป็นปรมาจารย์ด้าน Sci-fi ครับ แต่ชอบ
ขีดๆเขียนๆมาตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัย ส่งงานไปลงนิตยสาร สยอง มิติพิศวง (มีใครจำได้ไหมเอ่ย) สมัยที่นิตยสารสองเล่มนี้ยังอยู่ (น่าเสียดายที่ปิดตัวไปนานแล้ว)
(more…)
กรกฎาคม 23rd, 2008
c.pat
ชมรมนิยายวิทยาศาสตร์ไทยร่วมกับสมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียนวัดนวลนรดิศ งานระบบช่วยเหลือดูแลนักเรียนและงานแนะแนว และห้องสมุดโรงเรียนวัดนวลนรดิศจัดอบรมเชิงปฏิบัติการการเขียนนิยายวิทยาศาสตร์และการประกวดเรื่องสั้นวิทยาศาสตร์สำหรับนักเรียนโรงเรียนวัดนวลนรดิศ ในวันเสาร์ที่ 23 สิงหาคม 2551 ณ ห้องประชุม ครูทองหยิบ วิจิตรสุข อาคารการญจนาภิเษก นักเรียนที่เข้าร่วมโครงการจะได้รับแจกคู่มือการเขียนนิยายวิทยาศาสตร์ ภาศิลปะพไซ-ไฟ หนังสือAmazing Universe และซีดี.ภาพยนตร์วิทยาศาสตร์ที่หาชมได้ยาก และผลงานที่ชนะการประกวดจะได้รับถ้วยรางวัลและทุนการศึกษา ผลงานของนักเรียนทุกคนจะได้รับตีพิมพ์ในนิตยสาร Sci-Fi Club

กรกฎาคม 5th, 2008
thai sci-fi group
บทที่ 1
วันถือกำเนิด
เริ่มต้นศักราช E.A. (Ender Age)
หลังจากยุคสมัยแห่งการออกสำรวจและการก่อตั้งอาณานิคมขึ้นตามพิภพต่างๆในห้วงอวกาศสิ้นสุดลง มวลมนุษยชาติก็แทบจะมาถึงจุดสูงสุดแห่งวิทยาการ ความฝันนับตั้งแต่ยุคโบราณในการที่จะครอบครองจักรวาลทั้งหมดนั้นใกล้ที่จะเป็นจริงขึ้นทุกที
แต่ทุกสิ่งทุกอย่างก็พังทลายลงในพริบตา เพราะการปรากฏตัวของผู้รุกรานจากสุดแดนแห่งห้วงเอกภพ
พวกมันถูกเรียกว่า…เซราฟ (ทูตสวรรค์)
ไม่มีใครรู้ว่าพวกมันมาจากที่ใด มีจำนวนทั้งหมดเท่าใด และเหตุใดพวกมันจึงเข้ารุกรานเผ่าพันธุ์มนุษย์
ที่รู้ก็คือ พวกมันมีลักษณะทางกายวิภาคและรูปลักษณ์ใกล้เคียงกับมนุษย์ แต่ละตนนั้นมีความสูงไล่เลี่ยกัน โดยประมาณคือ 25-30 เมตร ทั่วร่างฉาบไปด้วยสีทองเป็นมันวาวที่สะท้อนภาพของสิ่งภายนอกที่พวกมันย่ำผ่าน ศีรษะนั้นปราศจากซึ่งใบหน้า มีเพียงลูกตายักษ์หนึ่งดวงอยู่ตรงกลาง แขนขาของมันมีความยืดหยุ่นสามารถ หด ยืด หรือขยายออกไปได้หลายร้อยเมตร ทั่วร่างของมันยังมีคุณสมบัติในการดูดกลืนสสารแทบทุกชนิดให้หายเข้าไปในร่ายกายได้ ซึ่งนั่นก็คือวิธีที่มันใช้ในการสังหารมนุษย์ หรือจะพูดให้ถูกก็คือกลืนกินมนุษย์เข้าไปมากกว่า
พวกมันเริ่มเข้ารุกรานไปยังอาณานิคมบนพิภพต่างๆอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าเหล่ามนุษย์จะพยายามต่อต้านอย่างสุดกำลัง แต่ดูเหมือนวิทยาการและเทคโนโลยีที่มีในปัจจุบันจะไม่สามารถต้านทานพลังของพวกมันได้เลยและมีแต่จะทำให้ต้องล้มตายกันโดยเปล่าประโยชน์ ในช่วงเวลาเพียงไม่กี่เดือน อาณานิคม และพิภพน้อยใหญ่ ก็ถูกพวกมันกวาดล้างจนแทบหมดสิ้น
บัดนี้ ดารันดร์ พิภพที่อยู่ ณ สุดปลายของจักรภพโอเมก้าก็ได้กลายเป็นพิภพแห่งสุดท้ายของมวลมนุษย์ โดยมี วัลฮัลลา สถานีอวกาศขนาดมหึมาเป็นป้อมปราการสุดท้ายที่ใช้ในการต่อต้านเซราฟ
ข้อมูลจากปูมประวัติศาสตร์ของศักราช E.A.
………………………………………………….
นั่นเป็นหนึ่งในความรู้ขั้นพื้นฐานที่ถูกถ่ายทอดเข้าสู่สมองของรุยผ่านทางเครื่องมือที่เรียกว่าเบรนสตรอม มันเป็นเครื่องมือที่ถูกพัฒนาขึ้นมาหลายศตววรษเพื่อใช้สำหรับถ่ายทอดสิ่งต่างๆเข้าสู่สมองของผู้ใช้โดยตรง แต่ผลข้างเคียงของมันค่อนข้างจะรุนแรงพอสมควร
บ้างก็ปวดศีรษะราวกับจะระเบิดออกมาจากภายใน บ้างก็อาเจียนซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนกระทั่งไม่เหลืออะไรให้ออกมานอกจากน้ำในกระเพาะ
เป็นเวลาหลายปีแล้วที่รุยต้องพบความทรมานเช่นที่ว่ามานี้ทุกครั้งหลังผ่านการใช้เครื่องเบรนสตรอม รวมถึงเครื่องมือประเภทอื่น ซึ่งล้วนไม่สมควรนำมาใช้กับเด็กชายที่มีอายุเพียง 12 ปี แต่ภายในสถาบันเฮเว่น ไม่มีอะไรที่ศาสตราจารย์ชิลเลอร์ทำไม่ได้ เพราะสำหรับที่นี่ ชายวัยกลางคนหน้าแก่กว่าวัยคนนี้เปรียบได้กับพระเจ้า
สถาบันเฮเว่นเป็นโครงการที่ถูกก่อตั้งขึ้นภายใต้การร่วมมืออย่างลับสุดยอดระหว่างสหพันธ์รัฐใหญ่ทั้งสามแห่งที่กุมอำนาจปกครองพิภพดารันดร์ เป้าหมายสำคัญของสถาบันคือการค้นคว้าและวิจัยความสามารถพิเศษของมนุษย์ เพื่อช่วยในการพัฒนาและสร้างนักบินรบชั้นยอดให้แก่กองทัพในการทำสงครามกับเซราฟ
ศาสตราจารย์ชิลเลอร์เป็นหัวเรือใหญ่ในโครงการนี้ตั้งแต่เริ่มต้น อีกทั้งเขาเป็นคนที่ยึดมั่นในแนวคิดที่ว่ามนุษย์ทุกคนมีพลังจิตพิเศษแฝงอยู่ในตัวมาตั้งแต่เกิด ดังนั้นเขาจึงทำการวิจัยและทดลองทุกอย่างเพื่อที่จะดึงเอาพลังที่ว่านั้นออกมาจากตัวมนุษย์
พลังนั้นถูกเรียกว่า ไซคิก
(more…)
มิถุนายน 24th, 2008
eagle
สวัสดีครับ
ผมพึ่งสมัครเป็นสมาชิกชมรมนี้เมื่อตะกี๊นี้เองครับ ที่เข้ามาสมัครก็สืบเนื่องมาจากเกิดความคิดว่าจะแบ่งปันหนังสือนิยายวิทยาศาสตร์ที่ผมมีอยู่ยังไงดีก็เลยลอง search ก็เลยพบชมรมนี้ ได้โอกาสขอความเห็นจากท่านทั้งหลายด้วยนะครับ
คือว่า ผมคิดจะทำ Web Site ที่รวมหนังสือ SciFi ของผมเอง (ซึ่งก็ไม่มากไม่น้อย) แล้วจะ Scan หนังสือทั้งเล่มให้ ท่านที่สนใจ download ไปอ่าน ผมจะ scan เฉพาะเล่มที่เก่าๆ แบบว่า พิมพ์มามากกว่า 5-6 ปีที่แล้วนะครับ ฉบับใหม่ๆ ก็คงยังหาอ่านกันได้ แต่ถ้าเก่ามากๆ อาจจะหาลำบาก อย่างเช่น มีเล่มนึงชื่อ ปราสาทแห่งสุดท้าย พิมพ์ตั้งแต่ปี 2525 โดย สนพ. ต้นหมาก เป็นต้น ผมมีอยู่หลายเล่มซึ่งส่วนหนึ่งถูกปลวกกินไปแล้ว รู้สึกเสียดายที่นักอ่านรุ่นหลังๆ อาจจะไม่เคยได้อ่านเรื่องเหล่านี้
ปัญหาก็คือว่า ถ้าผมนำมา scan แล้วก็ post ให้ download ก็เหมือนกับเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์หรือเปล่าก็ไม่รู้ครับ ผมก็เลยยังไม่ได้ลงมือทำอะไร แต่ก็อยากจะทำ ก็เลยขอความเห็นจากท่านทั้งหลายในประชาคมผู้รักการอ่าน SciFi ด้วยครับว่าจะทำอย่างไรได้บ้าง
ขอบคุณครับ
OR
มิถุนายน 19th, 2008
OR
วิทยา รู้สึกตัวอย่างช้าๆ และพบตัวเอง นั่งอยู่ในห้องที่มืดมิด คับแคบ และอบอวลไปด้วยกลิ่นโลหะไหม้
ขณะที่สายตาค่อยๆปรับตัวเข้ากับความมืดอย่างเชื่องช้า เขาก็จดจำได้ว่า เขากำลังนั่งอยู่ในห้องนำส่งของเครื่องปริวรรตมวลสาร นั่นเอง
(more…)
มิถุนายน 18th, 2008
NiRaj
งานประกวด เพื่อไปเข้า ค่ายอบรมนักเขียนอีกที ของ มติชน และ SCG
เยาวชน อายุ 15-22 ปี
ในหัวข้อชื่อ “ความฝันและตัวตนของข้าพเจ้า”
ดูจะไม่ค่อยเกี่ยวกับเป็นนิยายวิทยาศาสตร์ เลย แต่เห็นว่าน่าสนใจดี
หมดเขตส่ง 31 กรกฎาคม 2551
รายละเอียด http://www.matichon.co.th/youngcamp/ywc.html
มิถุนายน 13th, 2008
WebMaster [ชมรมนิยายวิทยาศาสตร์ไทย]
ในที่สุด ไอแซ็ค อาซิเมียฟ ก็สามารถแก้ปัญหาสภาวะโลกร้อนได้สำเร็จ ทำให้อุณหภูมิของโลกเริ่มลดต่ำลงเรื่อยๆ แต่เขาก็ยังคงมีสีหน้าวิตกกังวลอยู่ เขามองดูท้องฟ้าที่กำลังมืดมิดลงเรื่อยๆ ราวกับกำลังค้นหาอะไรบางอย่าง จนกระทั่งอาร์เธอร์ ซี. คลิก เพื่อนรักอดที่จะเอ่ยถามไม่ได้
อาร์เธอร์ - “เป็นอะไรไปหรือเพื่อน ผมเห็นคุณนั่งหน้าเศร้ามาตั้งนานแล้ว”
ไอแซ็ค - “คือ…ผมมีข่าวดีและข่าวร้าย
อาร์เธอร์ - “เอาข่าวดีก่อน
ไอแซ็ค - “ข่าวดีก็คือ ในที่สุดผมก็สามารถแก้ปัญหาสภาวะโลกร้อนได้สำเร็จ”
อาร์เธอร์ - “มิน่าเล่า ผมรู้สึกได้ว่าอากาศกำลังเย็นลงเรื่อยๆ แล้วข่าวร้ายล่ะ”
ไอแซ็ค - “เอ้อ…ผมทำดวงอาทิตย์ดับ”
โดย วรากิจ เพชรน้ำเอก
มิถุนายน 13th, 2008
thai sci-fi group
เปลวเพลิงลุกไหม้อย่างรุนแรงบนชั้นที่ 30 แล้วลามขึ้นไปจนเกือบถึงดาดฟ้าของตึกแกรนด์ทาวเวอร์ซึ่งสูง 150 ชั้น เสียงร้องขอความช่วยเหลือถูกเสียงประทุของเปลวไฟที่กำลังลุกโหมอย่างหนักกับเสียงก๊าซที่ระเบิดขึ้นอย่างรุนแรงดังกลบจนหมดสิ้น ผู้คนที่กำลังตื่นตระหนกอยู่บนถนนเบื้องล่างต่างหวีดร้องอย่างตกตะลึงกับภาพอันน่าสะพรึงกลัวที่เกิดขึ้นต่อหน้าต่อตา เมื่อร่างของผู้เคราะห์ร้ายหลายคนที่ตัดสินใจพุ่งออกมาจากหน้าต่างเพื่อหนีความร้อนราวกับไฟนรก ที่กำลังแผดเผาร่างกายของพวกเขาอย่างสุดแสนทรมานลอยละลิ่วลงมา เสียงร้องโหยหวนขณะที่ร่างของพวกเขากำลังแหวกอากาศเพื่อหนีความตายจากเบื้องบนเพื่อลงมาจบชีวิตที่เบื้องล่างคนแล้วคนเล่า ทำให้ผู้คนที่เห็นภาพอันสยดสยองต่างกรีดร้องราวกับเสียสติ
(more…)
มิถุนายน 6th, 2008
thai sci-fi group
สวัสดีครับ ผม c.pat ครับ ชอบเขียนนิยาย เรื่องสั้นวิทยาศาสตร์มากๆ เดี๋ยวจะแต่งแล้วเอามาทะยอยลงที่นี่นะครับ
มิถุนายน 5th, 2008
c.pat
ประจำเดือน พฤษภาคม-มิถุนายน พ.ศ. 2551
ประกอบด้วย
บทความ
“Sir. Arthur C. Clarke” ดาวผู้ล่วงลับแต่ไม่ดับแสง
พร้อมเรื่องสั้น
อาชญากรรมบนดาวอังคาร (Crime on Mars) แปลโดย สรรพวีร์ ประสิทธิรัตน์
เป็นการร่วมระลึกถึง
ร่วมด้วย
เรื่องสั้น
สายฝนกระหน่ำลงมา โดย คุณประยูร สงวนไทร
อาวุธชีวภาพ โดย คุณรังสรรค์ โยธาประเสริฐ
ตึกระฟ้าท้าไฟนรก โดย คุณวรากิจ เพชรน้ำเอก
บทความ เรื่อง ผี… มีจริงหรือไม่ โดย ดร.ชัยวัฒน์ คุประตกุล
นิยายเรื่องยาว
พยัคฆ์ร้ายสุดจักรวาล (star is never end) โดย chale magpie ต่อเนื่องจากตอนที่แล้ว
นิยายภาพ เรื่อง ภาพลวงตา
พร้อม ห้องสมุดไซ-ไฟ และ เรื่องสั้น ขำขัน เช่นเคย
สนใจดูรายละเอียดการสมัครได้ที่ ชมรมนิยายวิทยาศาสตร์ไทย
ใบสมัคร Sci-Fi Club
พฤษภาคม 25th, 2008
WebMaster [ชมรมนิยายวิทยาศาสตร์ไทย]
| พฤษภาคม 28, 2008 |
| to |
| พฤษภาคม 30, 2008 |
TCELS day “ชีววิทยาศาสตร์ ชีวิตคุณภาพ”
เห็นว่าน่าสนใจดีครับ
เลยเอามาให้ดูกัน
งานเริ่ม วันพุธที่ 28 พฤษภาคม 2551 ถึงวันที่ 30 พฤษภาคม 2551
ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
ผังกิจกรรม และหน้า ลงทะเบียน
พฤษภาคม 24th, 2008
WebMaster [ชมรมนิยายวิทยาศาสตร์ไทย]
บันทึกผู้บังคับหมวด บี วันที่ 27.04.12 เวลา 17 ยูทีซี
หลังจากยานสเปซคร๊าฟ ‘อัคคีเวหา’ ของเราเกาะติดกับจรวดส่ง ขึ้นเหนือพื้นดินบริเวณฐานเส้นศูนย์สูตรขึ้นมาได้ระยะสูง9.4ไมล์ มันก็แยกตัวออกจากยานขนส่งแล้วทะยานไต่ระดับขึ้นสูง 80ไมล์ เหนือพื้นโลก มันขับเคลื่อนด้วยจรวดไฟไปในทิศทวนการหมุนรอบตัวเองของโลก ทั้งนี้ก็เพื่อหนีการตรวจจับจากเรดาร์ของข้าศึกและด้วยความเร็ว3,500 ไมล์ต่อชั่วโมง ณ ระดับนี้ เราทั้งหมดก็อยู่ในภาวะไร้น้ำหนักเป็นเวลา8นาที นานพอที่ผมจะเซทตั้งอุปกรณ์นำร่องเพื่อดิ่งสู่พื้นเราจะทะลุชั้นบรรยากาศโลกอีกครั้งเมื่อยาน ‘อัคคีเวหา’ ผ่านตำแหน่งพิกัดเส้นแบ่งเวลาโลก ณ ระดับความสูง 50 ไมล์ ปีกด้านท้ายยานก็จะยกขึ้นตั้งทำมุม 90 องศากับลำตัวยาน นับถอยหลังจากนี้60 วินาทีเครื่องยนต์จะดับ เราจะดิ่งสู่เป้าหมายโดยแรงดึงดูดของโลกเอง
จบรายงานแยกสู่กองทัพไทย ไฟล์ที่ 001.เอ็มพี 9
(more…)
พฤษภาคม 24th, 2008
WebMaster [ชมรมนิยายวิทยาศาสตร์ไทย]
Previous Posts