Categories
นวนิยาย

โลกใบใหม่ หมายเลข X…ตอนที่ 10

เอ็มแบ่งกำลังออกเป็นสองทีม คือทีมเอและทีมบี…

ทีมเอประกอบด้วย เคท-ทำหน้าที่ขับยาน ร่วมด้วยเดฟ เชโก้และทีมทหารอีกห้าคน ส่วนทีมบีประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ขับยานหนึ่งคน นิโก้ และทหารหญิงนีล่ากับเพื่อนทหารอีกสี่ สุดท้ายคือตัวเอ็มเอง รวมแล้วทีมละ 8 คน

ทุกคนตรงไปที่ยานจู่โจมทั้งสองลำที่จอดอยู่ส่วนใต้ยานใกล้ประตูทางออกขนาดใหญ่ ทีมทหารรีบทำการตรวจสภาพทูทูโพโบ เจ้าหน้าที่ขับยานเร่งตรวจการควบคุมต่างๆ ของยาน หุ่นรบสองตัวประจำการอยู่ในแต่ละยานเรียบร้อยแล้ว เอ็มเดินมาพร้อมกับกระเป๋าสะพายคู่ชีพ ตรงมาที่เจ้าหน้าที่เดฟกับนิโก้

“คุณพร้อมนะ” เอ็มถาม

ทั้งคู่พยักหน้าหงึกๆ นิโก้ดูมีอาการตื่นอยู่บ้าง

“ในนั้นจะมั่วมาก” เอ็มบอก หันมามองเดฟ “คุณวิ่งตามหลังทหารคนสุดท้ายของทีมเอไป”

เดฟพยักหน้า

“ได้โปรดอย่าตามหลังเชโก้” เอ็มย้ำ  แล้วหันมาหานิโก้บ้าง “ส่วนคุณตามหลังนีล่า”

นิโก้พยักหน้ารับเช่นกัน

เสียงจอห์นประกาศสถานะยานจู่โจมพร้อมปฏิบัติการ ทุกคนแยกย้านขึ้นยานตามที่แบ่งกำลังกันมา เอ็มขึ้นยานของทีมเอเป็นคนสุดท้าย เสียงกัปตันประกาศอวยพร…เมื่อทุกอย่างพร้อม ประตูยานเบทิวเดียม 113 เปิดออก ยานจู่โจมทะยานออกไป

***************************************************

ยานจู่โจมสองลำแยกไปฝั่งละด้านของยานงูใหญ่ ยานทีมเอของเชโก้ไปทางฝั่งซ้าย ส่วนยานทีมบีของเอ็มเข้าขนาบทางด้านขวา

“เตรียมประชิดยานศัตรู” เจ้าหน้าที่ยานทีมบีประกาศขึ้น ด้านนอกยาน ตรงส่วนที่เป็นประตู ยืดออกไปเป็นทรงกระบอกใสมองทะลุสุ่ด้านนอกได้ ยาวราว 150 เมตร จนขอบประตูแนบสนิทกับยานงูใหญ่ จากนั้นเครื่องจักรเจาะผนังยานจึงเริ่มกระบวนการของมัน

เอ็มรีบลงมาเตรียมอาวุธทันที ลูกทีมและนิโก้ตามลงมาด้วยเช่นกัน เจ้าตัวยังสะพายกระเป๋าอยู่ตลอด ยกเอาทูทูโพโบแนบแขนขวา ลองสับแขนขึ้นลง หันมาตรวจตราความพร้อมของลูกทีม

“เชโก้พร้อมไหม” เอ็มเอ่ยถามทหารหนุ่มที่อยู่อีกฝั่งผ่านเครื่องสื่อสาร

“พร้อมครับ”

“เจาะผนังยานทั้งสองฝั่งเรียบร้อยแล้ว” เจ้าหน้าที่ยานจู่โจมประกาศตามมา

เอ็มยืนรอจนกระทั่งประตูยานเปิดออก ไอความร้อนปะทะเข้ามาจนรู้สึกได้

หัวหน้าทหารออกวิ่งเหยาะ ผ่านทางเชื่อมทรงกระบอกยาว 150 เมตร มองด้านซ้ายเห็นยานเบทิวเดียม 113 หันหน้าตรงมา เยื้องไปด้านหลังเล็กน้อย พอจะสามารถเหลือบเห็นม่านอวกาศปริศนาได้ เสียงกัปตันประกาศเล็งอาวุธเข้าใส่ยานเคอร์คิเจียนแบบเต็มอัตราศึกดังขึ้น

เอ็มวิ่งมาหยุดตรงผนังที่เพิ่งถูกเจาะทำเป็นทางเข้าใหม่ของยานงูใหญ่ เขายืนแทบชิดผนังยานตรงด้านขวาของทางเข้า ความร้อนจากการเจาะยังคงมีอยู่บ้าง ‘เคลป’ ทหารอีกคนวิ่งตามมา เข้าประชิดอีกฝั่ง หันหน้าตรงเข้าหาเอ็ม หัวหน้าทหารสบตา พยักหน้าให้สัญญาณ ทั้งสองตวัดตัวเข้าไป กวาดทูทูโพโบสำรวจทุกด้าน

“เคลียร์” เคลปร้องบอก

เอ็มตรวจตราอย่างละเอียดอีกครั้ง เมื่อแน่ใจจึงให้สัญญาณเรียกกลุ่มด้านนอกเข้ามา

“เชโก้ ฝั่งนั้นเป็นไง” เอ็มถาม

“เคลียร์มากๆ ครับ ไม่มีอะไรเลย” เชโก้ตอบทันควัน

…แปลก…เอ็มคิด

เขามองนีล่ากับนิโก้ ประเมินนิโก้แบบคร่าวๆ เจ้าหน้าที่รัฐบาลคนนี้จะทำให้ทีมเขาช้าลง

“คุณรออยู่กับนีล่าที่นี่”

นิโก้พยักหน้า เจ้าตัวรู้กำลังของตนดี

หัวหน้าทหารออกวิ่งอีกครั้ง ลูกทีมทั้งสี่วิ่งตาม ทูทูโพโบแกว่งสับไปมาตามจังหวะการวิ่ง ในหัวเริ่มวิเคราะห์ พวกเคอร์คิเจียนไม่มีกองกำลังเข้าต่อต้านเลยรึไง พวกมันไม่ยอมปล่อยให้ใครเข้ามาเจาะยานง่ายๆ แบบนี้แน่ เกิดอะไรขึ้น… เอ็มสงสัย

“กัปตัน คุณสแกนพบสัญญาณชีวิตตรงบริเวณไหน” เอ็มร้องถาม คนตอบกำลังลุ้นอยู่บนยานเบทิวเดียม สีหน้าวิตก

“ห้องควบคุม ” เขาตอบกลับมา

เอ็มนึกถึงภาพแผนที่ เขาจำได้ วิ่งตรงไป 200 เมตร เลี้ยวขวาเมื่อใกล้สุดยาน แล้ววิ่งขึ้นบันไดไปอีกสามชั้น

เขาหยุดตรงบันไดขั้นสุดท้าย ทำตามที่เคยฝึกมาอีกรอบ เอาไหล่แนบผนัง เคลปเข้าประชิดอีกด้าน เอ็มให้สัญญาณ ทั้งสองตวัดตัวออกไป

“เคลียร์” เคลปตะโกน

“ผมอยู่ฝั่งตรงข้าม” เชโก้ร้องออกมา

ทั้งสองทีมมาเจอกันที่หน้าห้องควบคุม เดฟตามมาด้วย ถึงอายุมากกว่านิโก้ แต่สภาพร่างกายและพละกำลังยังดีอยู่ เบื้องหน้าเป็นประตูใหญ่ มีด้ามจับสองอัน จะต้องใช้แรงดึงทั้งสองด้านจึงจะเปิดออก

เคลปเข้าทำการตรวจหาวัตถุระเบิดก่อน เขาพยักหน้า ทุกอย่างโอเค

เชโก้ตรงเข้าจับด้ามประตูฝั่งขวาทันที ทหารอีกคนจับทางฝั่งซ้าย ทั้งคู่ยึดไว้มั่น ตามองที่เอ็ม หัวหน้าทหารยกทูทูโพโบเตรียมพร้อม พยักหน้าให้สัญญาณ เชโก้และทหารอีกคนออกแรงดึงพร้อมกัน ประตูเปิดกว้างออกทันที เอ็มและลูกทีมพุ่งเข้าไป

แวปแรกที่รู้สึกคือกลิ่นเหม็น กลิ่นของความตาย เอ็มกวาดทูทูโพโบไปทั่วห้อง ทุกอย่างเงียบเชียบ มืด มันไม่มีอะไรเลย ที่รู้สึกเพียงอย่างเดียวคือกลิ่น

“พวกมันอาบน้ำบ้างรึเปล่าเนี่ย” เชโก้ร้องแซว

เอ็มเดินอย่างระวังไปที่แท่นควบคุม ตรงที่นั่งของกัปตันแห่งยานงูใหญ่ เขาก้าวเท้าอย่างสุขุมเข้าไปประจันหน้ากับที่นั่งนั่น

ภาพเบื้องหน้าถึงกับทำให้ผงะ เอ็มตั้งสติ ขยับเข้าไปตรวจดูใกล้ๆ เคอร์คิเจียนที่ดูตัวเล็กกว่าทั่วไปถูกมัดติดกับเก้าอี้ เป็นซากศพนั่งอ้าปากค้างชวนสยอง แขนถูกตัดขาดตั้งแต่หัวไหล่ลงมา เอ็มก้มมองดูส่วนล่าง ขาก็ถูกตัดด้วย หัวหน้าทหารลองยกเท้าของตัวเองดู มันหนืดเพราะพื้นชะโลมด้วยเลือดไปหมด

“ไม่ใช่เซอุส” เดฟบอก เขาขยับเข้ามาดูซากศพใกล้ๆ ด้วย

“หัวหน้า!!!” เชโก้ร้องดัง เอ็มปราดเข้าไปทันที

เบื้องหน้าเชโก้เป็นเคอร์คิเจียนอีกกลุ่ม ถูกมัดข้อมือห้อยกับคานโลหะด้านบน ทุกตัวถูกตัดขาทิ้ง คราบเลือดสาดเต็มพื้น ถ้ามีเรื่องก็คงผ่านมาแล้วเป็นเดือน

“ตัวนี้ยังไม่ตาย” เคลปร้องบอก

เอ็มตรงเข้าตรวจ

“ตัวนี้ก็ยังด้วย” ทหารอีกคนรายงาน

บางตัวได้รับการรักษา เอ็มเริ่มคิดหนัก …ใครทำแบบนี้ แล้วต้องการอะไร นี่มันหลักกุศโลบายของเคอร์คิเจียนชัดๆ ข่มขวัญคนเป็น ด้วยการแขวนรวมกับคนตาย

เอ็มเหลือบเห็นกองวัตถุบางอย่างด้านใน มันสุมรวมกันอยู่ เขาเดินเข้าไป เชโก้กับเคลปตามมาติดๆ เดฟเข้ามาด้วย กองวัตถุมีผ้าคลุมปิดบังไว้  เอ็มใช้เท้าเขี่ยผ้าตรงมุมขึ้น บางส่วนของสิ่งที่ซ่อนเผยออกมา เอ็มมองเชโก้ แล้วร้องตะโกน

“กัปดัก!!!”

***************************************************

            “กัปดัก รีบออกไปจากที่นี่” เสียงเอ็มดังผ่านเครื่องมือสื่อสารเข้ามา กัปตันแมคลุกจากแท่นควบคุมทันที เขาแทบกระโดดใส่เครื่องมือสื่อสาร มือเริ่มสั่น ใจเต้นแรง

“เกิดอะไรขึ้นเอ็ม”

“กัปตัน ทำลายม่านนั่นซะ” เอ็มตะโกนกลับมา “ทำลายเดี๋ยวนี้ครับ”

“อะไรนะเอ็ม ทำลายม่านทำไม”

***************************************************

            “ทำลายไม่ได้” เดฟแย้งขึ้น “ไม่มีเหตุผลที่จะทำลายมัน”

เอ็มสะบัดผ้าคลุมที่ซ่อนกองวัตถุออก เผยให้เห็นของที่อยู่ด้านใน

“อุปกรณ์ติดตาม” เอ็มตาขวาง เขาดูโกรธเอาเรื่อง “ผมเคยเห็นอุปกรณ์พวกนี้ในกองทัพ”

เดฟขยับเข้ามาใกล้ เขายืนหน้าเหวอ เอ็มชี้ให้ดูตรงส่วนที่เป็นแสงไฟกระพริบ

“มันกำลังส่งสัญญาณ” หัวหน้าทหารจ้องตาเจ้าหน้าที่รัฐบาล เดินเข้าไปใกล้จนแทบหน้าจะชนกัน แล้วกัดฟันกระซิบ “อะไรก็ตามที่ได้รับสัญญาณ มันกำลังจะออกจากม่านเข้าโจมตียานเบทิวเดียว”

เดฟกลืนน้ำลายเสียงดังเอื้อก… เขามองไปที่ยานเบทิวเดียม 113 ผ่านวัสดุใสที่คล้ายเป็นกระจกของพวกเคอร์คิเจียน แล้วมองดูม่านอวกาศปริศนาสลับกันไป

…เสียเวลา…เอ็มสบถในใจ

“เจ้าหน้าที่ขับยานจู่โจมทั้งสองคนได้ยินผมมั้ย” เอ็มเอ่ยขึ้น เขาเริ่มออกวิ่ง ลูกทีมวิ่งตาม เชโก้กับกลุ่มแยกออกไป

เจ้าหน้าที่ทั้งสองตอบรับกลับมา

“จับภาพไปที่ม่าน บักทึกภาพมันเดี๋ยวนี้”

เอ็มออกวิ่งแบบเต็มกำลัง เขารวดเร็วว่องไวจนทิ้งลูกทีมห่าง นีล่ากับนิโก้ยืนคอยอยู่ ทหารหญิงกำลังจะถาม

“รีบขึ้นยานก่อน” เอ็มตัดบท

หัวหน้าทหารคอยทุกคนมาจนครบ แล้วจึงออกจากยานงูใหญ่เป็นคนสุดท้าย

“กัปตันครับ ได้โปรดทำลายม่านนั่นซะ” เอ็มเอ่ยขอร้องอีกครั้ง อีกฝั่งยังเงียบ กัปตันแมคกำลังชั่งใจ

เอ็มวิ่งมาถึงกลางทางเชื่อมยานพอดี มีแสงสว่างวาบใหญ่ปรากฏขึ้นที่ม่าน บางอย่างกำลังผ่านมันเข้ามา

เอ็มหยุดวิ่ง ตาเบิกกว้าง ยานลำใหญ่สีดำมะเมื่อม ส่วนหัวของมันงุ้มลู่เหมือนงู กำลังเลื้อยผ่านม่านเข้ามา มันปล่อยแสงสีฟ้า เขาจำแสงนั่นได้ แต่มันใหญ่กว่าที่เขาเคยเห็นมากนัก และถ้าเสียงเดินทางผ่านอวกาศได้ มันจะดัง…ทูทู

แสงสีฟ้าพุ่งเข้าใส่ยานเบทิวเดียม 113 ยานงูใหญ่ปริศนาออกมาจากม่านทางด้านซ้าย มันทิ้งตัวลงไปอยู่ใต้ยานเบทิวเดียว พวกมันฉลาด รู้ว่าใต้ยานคือจุดอ่อนของยานมนุษย์

มันกระหน่ำยิงแสงสีฟ้าเสยขึ้นไปอีกหลายชุด เบทิวเดียมเคลื่อนตัวไม่ได้เสียแล้ว แสงสีฟ้าถูกยิงซ้ำแล้วซ้ำเล่า ยานงูใหญ่อ้อมไปออกด้านหลัง มันเปลี่ยนจุดโจมตี ยานเบทิวเดียม 113 เริ่มระเบิด

“กัปตัน!!!” เอ็มตะโกนสุดเสียง ทว่าไร้เสียงตอบกลับ

ยานเบทิวเดียมเบื้องหน้ากำลังระเบิดออกทีละส่วน ยานเคอร์คิเจียนปริศนาหลบออกไปไกลแล้ว

แสงจากการระเบิดของยานเบทิวเดียม 113 บีบตัวเข้ามา จากนั้นพลันเกิดแสงสว่างวาบใหญ่ แรงระเบิดกระจายออกไปทันที ยานเบทิวเดียม 113 ถูกทำลาย

เอ็มทรุดลงกับพื้น…แล้วสบถอย่างบ้าคลั่ง

2 replies on “โลกใบใหม่ หมายเลข X…ตอนที่ 10”

ใส่ความเห็น