เรื่องสั้นส่งประกวด ในหัวข้อ “หุ่นยนต์”: สงครามสมองกล

โดย พิชชานันท์

“ไม่มีทางประนีประนอมได้เลยใช่มั้ย” ‘ดร.ราล์ฟ’ นักจิตวิทยาวิทยาการ เอ่ยเป็นประโยคคำถามที่ต้องการจะถามย้ำกับตัวเองมากกว่าที่จะถามบุคคลทั้ง 5 ที่อยู่ภายในห้อง
ทั้งห้องเงียบกริบแทบจะได้ยินเสียงลมหายใจ ด้วยไม่รู้ว่าจะตอบคำถามนั้นอย่างไร
“ก็พอมีทางอยู่บ้างค่ะดร.” ‘แองจี้’ ผู้ช่วยดร.ราล์ฟ เอ่ยทำลายความเงียบจนอึดอัดให้พังทลายลง ด้วยท่าทีที่ไม่ค่อยมั่นใจในตัวเองเท่าไหร่นัก
“ว่ามาสิแองจี้” ดร.ราล์ฟเชื้อเชิญให้แองจี้ลุกขึ้นยืนเพื่อนำเสนอความคิดเห็นต่อหน้าทุกคน
“ทางที่ว่าก็คือ….กำจัดพวกมันทั้งหมดค่ะ”

………………………………………………………………………………………….

คณะกรรมการสิทธิและเสรีภาพของมนุษย์และหุ่นยนต์
“เรากำลังตกอยู่ภายใต้ภาวะอันตรึงเครียดระหว่างสงครามหุ่นยนต์สองฝ่าย ฝ่ายแรกคือ หุ่นยนต์ที่ต้องการออกไปสร้างอาณาจักรของตัวเองโดยปราศจากการควบคุมของมนุษย์ ขอเรียกว่า ฝ่าย A และอีกฝ่าย หุ่นยนต์ที่ต้องการอยู่ร่วมกับมนุษย์โดยได้รับสิทธิและเสรีภาพตามที่หุ่นยนต์พึงได้รับ ขอเรียกว่า ฝ่าย B… ซึ่งแน่นอนว่า ฝ่าย Aนั้นเป็นอันตรายร้ายแรงต่อความมั่นคงของมนุษย์ เราไม่สามารถทราบได้เลยว่าพวกนั้นมีจุดประสงค์หรือต้องการสิ่งใดกันแน่…” ‘ดร.ฮิโรชิ’ มีสีหน้าครุ่นคิดมือกอดอยู่ที่อกตลอดเวลา เขาเป็นนักวิทยาการหุ่นยนต์
“ขณะนี้สถานการณ์อยู่ที่ว่าแต่ละฝ่ายไม่ต้องการให้หุ่นยนต์เกิดความแตกแยก พูดง่ายๆ ก็คือ มันอยากให้อีกฝ่ายทำตามความต้องการของตัวเอง”
“ดร.กำลังจะบอกว่า เราอยู่ตรงกลางระหว่างสงครามหุ่นยนต์ทั้ง 2 ฝ่ายอย่างนั้นใช่มั้ยครับ
‘รีด’ พูดอย่างกับไม่เชื่อหูตัวเองเขาเป็นผู้ช่วยของดร.ฮิโรชิ
“ผมมีนัดกับดร.ราล์ฟเย็นนี้และ รีด คุณต้องไปกับผมด้วย”

…………………………………………………………………………………………….

“โรเบิร์ต คุณจะไปจริงๆ เหรอ” ‘นิก’ เด็กหนุ่มอายุ 17 เอ่ยถาม ‘โรเบิร์ต’ หุ่นยนต์ของเขา
“ผมต้องไปครับนิก” โรเบิร์ตหันกลบมามองผู้เป็นเหมือนเพื่อนและนายน้อยของมัน

“ณ เวลานี้หุ่นยนต์เกิดใหม่มากมาย และอยู่เคียงข้างมนุษย์ทุกคนที่มีความสามารถซื้อมาไว้ในครอบครองได้..” โรเบิร์ตเดินไปหยุดที่หน้าต่างและมองออกไปไกลจนคาดเดาไม่ได้ว่ามันมองได้ไกลขนาดไหน

“ในขณะที่พื้นที่ที่เราอยู่มันซ้อนทับกันจนแยกความเป็นหุ่นยนต์และมนุษย์ไม่ออก พวกเราวิวัฒน์ตัวเองจนมีความคิดเป็นของตัวเอง ภายใต้ซากเหล็กที่ห่อหุ้มด้วยซิลิโคลน” มองดูคล้ายกับว่าเด็กหนุ่มกำลังคุยกับคนคนหนึ่งที่ดูไม่ออกว่าเป็นหุ่นยนต์ มีเพียงอย่างเดียวที่แยกแยะได้คือ มันยังเคลื่อนไหวไม่สมบูรณ์

นิกไม่เคยมองโรเบิร์ตเป็นหุ่นยนต์ พ่อของเขาดร.ราล์ฟ สร้างโรเบิร์ตขึ้นมาเพื่อให้เป็นเพื่อนกับเขาและอาจเรียกได้ว่าเป็นพ่อคนที่สอง โรเบิร์ตเลี้ยงดูเขาตั้งแต่ยังเป็นทารก หลังจากที่แม่เสียไปไม่นานหลังจากที่เขาเกิด นิกจึงรู้สึกผูกพันและรักโรเบิร์ตมากรองลองมาจากพ่อของเขาเอง

โรเบิร์ตเลี้ยงดู สอนการบ้าน เป็นเพื่อนเล่น ไปโรงเรียนโรเบิร์ตก็ไปนั่งเรียนด้วยรวมถึงหุ่นยนต์ทุกตัวที่เจ้าของไปเรียนหนังสือ เพราะหุ่นยนต์ที่สอนหนังสือจะทำการอัพเกรดข้อมูลใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา สอนหนังสือเด็กนักเรียนและอัพเกรดข้อมูลให้หุ่นยนต์ด้วย

“คุณกำลังมีปัญหากับอีกฝ่ายไม่ใช่เหรอ พวกนั้นจะยอมให้คุณทำตามที่ต้องการได้ยังไง มันอันตรายมากนะ”
“ไม่ต้องห่วงไปหรอกครับ ถึงฝ่ายนั้นจะประกาศชัดเจนว่าจะทำสงครามกับพวกเรา แต่วันนั้นคงไม่มีวันเกิดขึ้นแน่นอน’

นิกเกิดความรู้สึกหวั่นๆ เป็นครั้งแรก ไม่ใช่ว่าเขากลัวสงครามหุ่นยนต์ แต่เขามองเห็นแววตาที่ส่องเป็นประกายของโรเบิร์ตซึ่งเขามองไม่ออกว่ามันหมายความว่ายังไง

………………………………………

“นายทำให้ฉันต้องขายหน้าอีกแล้วนะ ทำไมนะ ทำไม พ่อไม่ซื้อหุ่นยนต์รุ่นที่ดีกว่านี้ ฉลาดกว่านี้ และเก่งกว่านี้มาให้ฉันนะ ทำไมต้องเป็นนาย” ‘โรโบบอท’ มองตามเด็กหนุ่มที่เดินวนไปมาต่อหน้าของเขา

“ คริส ผมเป็นหุ่นยนต์ที่ยังไม่มีโปรแกรมวิวัฒน์ ยังไม่เข้าใจภาษามนุษย์ ที่คุณทำอยู่คืออะไร”
“โธ่เอ้ย..ฉันจะบ้าตาย..” เด็กหนุ่มกุมขมับพร้อมกับทิ้งตัวลงบนที่นอน

“ก็นายมันโง่ คำถามในห้องเรียนนายก็ตอบไม่ได้ ไอ้นิกกับหุ่นยนต์ของมันได้คะแนนเต็มทุกครั้ง นอกจากนายจะไม่ช่วยฉันแล้ว นายยังไม่เคยเข้าใจอะไรเลย ไม่เคยเลย”

เด็กหนุ่มกล่าวทิ้งท้ายอย่างโมโหพลางเดินออกจากห้องไป และไม่ลืมที่จะแสดงพฤติกรรมของมนุษย์ด้วยการปิดประตูใส่หน้าหุ่นยนต์ ปัง!!!

“นี่คืออะไรนะ” โรโบบอทมองตาม เอียงคอไปมา และเริ่มเรียนรู้

………………………………………..

ก่อนหน้านั้น 1 อาทิตย์

ห้องประชุมหุ่นยนต์
ป้ายเด่นชัดอยู่หน้าประตูบานหนึ่งบนชั้น 15 ของตึก Robot and Human ถึงแม้ชื่อตึกจะบ่งชัดว่ามนุษย์ให้เกียรติกับหุ่นยนต์ แต่ภายในห้องชั้นที่ 15 กับครุกรุ่นไปด้วยความขัดแย้ง

“เห็นได้ชัดว่าขณะนี้พวกคุณ..” ดร.ฮิโรชิ มองไล่หุ่นยนต์ที่นั่งอยู่คนละฝั่งจนครบทั้ง 10 ตัว(ลักษณะนามนี้เป็นข้อโต้แย้งมาระยะหนึ่ง เนื่องจากหุ่นยนต์ต้องการให้เรียกเป็น คน มากกว่าที่จะถูกเรียกเป็น ตัว แต่ข้อนี้ตกไปเนื่องจากถูกมนุษย์ต่อต้านจำนวนมาก และเห็นว่าเป็นคนละเรื่องกับการให้เกียรติ) “..ต่างแบ่งแยกออกเป็น 2 ฝ่าย คณะกรรมการความมั่นคงของหุ่นยนต์ต่อมนุษย์มีมติให้ผมทำหน้าที่ประนีประนอมและหวังว่าพวกคุณจะให้ความร่วมมือ”

“เราไม่ต้องการประนีประนอม มันเป็นการกระทำของมนุษย์ที่หุ่นยนต์อย่างพวกเราเข้าใจได้ยาก..เราต้องการความร่วมมือที่จะได้รับจากอีกฝ่ายเท่านั้น”

หุ่นยนต์ที่นั่งอยู่ฝั่งขวามือของดร.ฮิโรชิพูดขึ้นก่อน

“เราก็เหมือนกันหากไม่ได้รับความร่วมมือเราก็จำเป็นที่จะต้องใช้กฏของหุ่นยนต์ที่มีต่อหุ่นยนต์ด้วยกัน”
“คุณว่าอะไรนะ..กฏของหุ่นยนต์ที่มีต่อหุ่นยนต์อย่างนั้นเหรอ ผมไม่เคยได้ยินเลย”
“คุณไม่เคยได้ยินดร. มนุษย์ไม่เคยได้ยิน พวกคุณมีกฎมนุษย์ต่อหุ่นยนต์ หุ่นยนต์ต่อมนุษย์ และมนุษย์ต่อมนุษย์ ซึ่งพวกคุณสร้างขึ้นเอง” หุ่นยนต์ฝั่งซ้ายพูดทำความเข้าใจก่อนที่ฝั่งขวาจะเริ่มพูดขึ้นอีก “เราเป็นหุ่นยนต์ย่อมต้องมีกฏของเราเอง มนุษย์ไม่สามารถสร้างให้เราได้”
“แล้วกฏที่ว่าคืออะไร” ดร.ฮิโรชิถามพร้อมกับตั้งท่ารับฟัง
“เรามีกฎร่วมกันอยู่เพียงข้อเดียว…เมื่อใดก็ตามที่หุ่นยนต์มีความคิดเห็นไม่ตรงกัน..จะต้องมีฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดแพ้ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม”

………………………………………………………………………………………………..

“สายของเราส่งข่าวมาแล้วครับหัวหน้า” หุ่นยนต์ที่ถูกเรียกว่าหัวหน้าหันกลับไปมองและเดินไปหยุดตรงกลางห้องพร้อมกับที่ทุกตัวที่อยู่ที่นั่นต่างรู้ว่าต้องทำอะไร

หุ่นยนต์เกือบ 20 ตัวจับมือล้มเป็นวงกลมมีตัวหัวหน้าอยู่ใจกลางวง คลื่นที่ถูกส่งออกจากตัวที่เข้ามารายงานวิ่งผ่านทุกๆ ตัวจนครบก่อนที่จะกลายเป็นลำแสงพุ่งเข้าสู่ใจกลางวงปรากฏเป็นภาพเสมือนจริงฉายออกมากลางอากาศ

อาคารและตึกเรียงตัวโอบล้อมเป็นวงกลมขนาดใหญ่ เรียกได้ว่าเมืองนี้ถูกออกแบบผังเมืองให้เป็นเช่นนั้น ทุกตึกและทุกอาณาบริเวณมีแนวบรรจบกันเป็นวงกลมแน่นหนาจนยากที่ศรัตรูจะรุกรานเข้าไปได้ง่ายๆ
“ในที่สุดเมืองนี้ก็สำเร็จจนได้สินะ” หุ่นยนต์ทั้งหมดมองด้วยความพึงพอใจ

……………………………………..

“อะไรนะ พวกมันไปกันหมดแล้วเหรอ ไปยังไง เมื่อไหร่ รายงานมา”
หุ่นยนต์ร่างเล็กกลัวจนต้องเอามือเหล็กปัดป่ายไปมาด้วยท่าทางหวาดๆ

“คาดว่าพวกมันอพยพไปตั้งแต่เมื่อคืนครับเราตามหาส่งคลื่นตรวจจับหรือแม้กระทั่งใช้หุ่นยนต์สอดแนมก็หาไม่เจอครับท่านหัวหน้า”
“มันเป็นไปได้ยังไง เราเฝ้าจับตาพวกมันอย่างใกล้ชิด มันจะหนีไปได้ยังไง เจ้าไปสืบมาให้รู้เรื่อง หุ่นยนต์เป็นกองทัพขนาดนั้นจะอพยพไปยังไงแค่คืนเดียว ไม่ได้การแล้ว..โรโบที เรียกประชุมด่วน”

เจ้าหุ่นยนต์ร่างเล็กลนลานออกจากที่นั่นไปตามคำสั่งก่อนที่หุ่นยนต์ทุกตัวจะปรากฏกายขึ้นพร้อมกันผ่านการสื่อสารโฮโลแกรม
“คาดว่าพวกมันต้องไปซ่องสุมกำลังพลหรือกองทัพเหมือนอย่างที่เราคาดการณ์เอาไว้ ทั้งๆ ที่เราจับตามองมาตลอด ในที่สุดมันก็หนีรอดไปจนได้”

“ข้าบอกแล้วว่าพวกมันต้องมีแผน หน่วยสอดแนมของเราทำอะไรไม่ได้เลย ไม่เคยได้ข้อมูล ไม่ทราบความเคลื่อนไหว พวกมันมีเทคโนโลยีที่สูงกว่าเรามากมายนัก”

“แล้วเราจะทำยังไงกันดี เราไม่รู้อะไรอย่างนี้เราจะทำอะไรได้”

“ไม่น่าเลย ไม่น่าเลย เราไม่น่าเชื่อใจพวกมันจนเรื่องต้องเป็นแบบนี้ เราน่าจะกำจัดพวกมันไปซะตั้งแต่ตอนนั้น เรื่องก็คงไม่เป็นแบบนี้”

“พวกเจ้าเงียบๆ กันก่อน..” ตัวหัวหน้าส่งเสียงประกาศก่อนที่ทุกตัวจะค่อยๆ ลดเสียงลงจนกลายเป็นกระซิบกระซาบ “..ในเมื่อพวกมันมีแผนการร้ายกาจอันจะส่งผลต่อพวกเรา ซึ่งเรายังไม่รู้ว่าสิ่งนั้นคืออะไร แต่ลืมไปแล้วหรือไงว่าเรามีอะไรอยู่ในกำมือ พวกเจ้าคิดสิ..” คราวนี้ทุกตัวต่างสงบจริงๆ และเริ่มมองออกว่าสิ่งนั้นคืออะไร

…………………………………………

“สถานการณ์ตอนนี้ ถึงแม้ยังไม่เข้าขั้นวิกฤติ แต่ยังวางใจไม่ได้ หุ่นยนต์ฝ่าย A หายไปจากเมืองของเราอย่างไร้ร่องรอย พวกมันต้องมีแผนอะไรที่ร้ายแรงและส่งผลกระทบต่อมนุษย์แน่ๆ” แองจี้ รายงานต่อห้องประชุม ซึ่งมี ดร.ราล์ฟ ดร.ฮิโรชิ และรีด อยู่กันพร้อมหน้า

“เป็นไปได้ยังไงที่พวกมันจะหายตัวไปอย่างนั้น โดยที่ไม่มีใครรู้เห็นอะไรเลย” รีดพูดอย่างวิตก
“ดร.ราล์ฟ เป็นไปได้มั้ยที่พวกมันจะมีเจตนาร้ายต่อมนุษย์และหุ่นยนต์ฝ่าย B” ดร.ฮิโรชิเอ่ยถามความเห็น
“ความเป็นไปได้ใช่ว่าจะไม่มี แต่ผมคิดว่าเราต้องรอดูสถานการณ์ต่อไปก่อน บางทีสิ่งที่เราคิดมันอาจไม่เกิดขึ้นเลยก็เป็นได้” ดร.ราล์ฟ ให้ความเห็น เขาหวนคิดถึงคำพูดของลูกชายที่ได้คุยกันเมื่อคืน
“พ่อครับ เชื่อผมเถอะ โรเบิร์ต ไม่มีทางทำอันตรายต่อพวกเราแน่ๆ ผมเชื่อว่ามันต้องมีเหตุผลบางอย่างที่โรเบิร์ตต้องจากผมไป” ดร.ราล์ฟจับน้ำเสียงเศร้าสร้อยของนิกลูกชายคนเดียวได้

“ลูกจะมั่นใจได้ยังไงว่าหุ่นยนต์ที่ต้องการแยกตัวไปมีอาณาจักรของตัวเองจะไม่เป็นอันตรายต่อเรา พ่อสร้างโรเบิร์ตมากับมือก็จริง แต่พ่อไม่เคยรู้ว่าข้างในแล้วโรเบิร์ตเป็นยังไง..”

“แต่ผมรู้ครับพ่อ โรเบิร์ตเลี้ยงผมมาตั้งแต่ผมยังเป็นเด็กทารก ยังไงผมก็เชื่อใจโรเบิร์ต พ่อเชื่อผมเถอะครับ”
“ดร.จะมั่นใจได้ยังไงคะว่าสิ่งที่เราคิดอาจไม่เกิดขึ้น” คำถามของแองจี้ดึงดร.ราล์ฟกลับมาปัจจุบัน
“ผมก็ไม่รู้เหมือนกันแองจี้ แต่เราจะมาตื่นตระหนกเสียขวัญอย่างนี้ไม่ได้ เราต้องส่งข่าวบอกชาวเมืองว่าไม่ต้องหวาดกลัวหรือวิตกมากนัก เรายังมีหุ่นยนต์ฝ่าย B ที่อยู่เคียงข้างหากเกิดอะไรขึ้นพวกมันไม่ยอมแน่”

“ข้อดีอย่างหนึ่งคือเราไม่ต้องทำสงครามกับหุ่นยนต์ก่อนเวลาอันควรนะครับ เพราะพวกฝ่าย A ดันหนีไปก่อน” รีดกระเซ้าแองจี้ ด้วยเขาได้ยินมาว่าแองจี้เป็นคนเสนอให้กำจัดหุ่นยนต์ทั้งหมดทิ้งก่อนที่พวกมันจะทำสงครามกัน เป็นผลให้อีกฝ่ายค้อนขวับด้วยความหมั่นไส้ ไม่มีใครล่วงรู้เหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นสักนิด

………………………………………..

“นี่แก แก แกจะทำอะไรฉัน ไอ้หุ่นยนต์บ้า ออกไปนะช่วยด้วยๆ…” เสียงร้องดังระงมไปทั่วเมือง หุ่นยนต์จำนวนมากบุกทำร้ายมนุษย์อย่างบ้าคลั่ง เหตุการณ์เลวร้ายได้เกิดขึ้นแล้ว…

“โรเบิร์ต ผมไม่เชื่อ ผมไม่เชื่อเด็ดขาดว่าเป็นพวกคุณ คุณจะต้องมาช่วยผม คุณจะต้องมาช่วยผม” นิกคร่ำครวญอย่างอ่อนแรงมองลงไปจากหน้าต่าง พวกหุ่นยนต์มีชีวิตแต่ไร้หัวใจพวกนั้นกำลังทำร้ายมนุษย์ พวกมันบ้ากันไปหมดแล้ว น่ากลัวเหลือเกิน

“นิก นิก..” เสียงพ่อร้องเรียกดังอยู่ไกลแสนไกล “นิก เราต้องหนีแล้วนะลูก มาตามพ่อมา” ดร.ราล์ฟดึงแขนลูกชายที่สติไม่อยู่กับเนื้อกับตัวจนกระทั่งได้สัมผัสจากแขนอันอบอุ่นของพ่อสติเขาจึงกลับมา

“พ่อครับ เราจะหนีไปที่ไหน พวกมันเป็นหุ่นยนต์ เราเป็นแค่มนุษย์ธรรมดาๆ เราจะหนีมันได้ยังไง”
“ใช่สิเราเป็นมนุษย์ธรรมดา แต่มนุษย์ธรรมดานี่แหละที่สร้างพวกมันมา ตามพ่อมาเราต้องปลอดภัย” เสียงอื้ออึง และเสียงร้องโหยหวนเงียบหายไปจากโสตประสาททันทีที่นิกกับพ่อเอาตัวเข้าไปในท่อแคปซูลสีใสขนาด 2 คนเข้าได้พอดี เคลื่อนตัวลงสู่ชั้นล่างของห้องทดลอง

“เราจะรอดมั้ยครับพ่อ พวกมันจะหาเราเจอหรือเปล่า” นิกพูดร้อนรนและเดินไปมาอยู่ในห้องทดลองชั้นใต้ดินซึ่งลึกประมาณ 200 เมตร “ห้องนี้มีระบบป้องกันภัยแน่นหนา ไม่มีทางที่พวกมันจะเข้ามาในนี้ได้ นอกเสียจากว่า..” เสียงพ่อขาดหายไปพลางส่งสายตาหวาดวิตกมาที่นิก

ตึง ตึง ตึง เสียงทุบประตูห้องนิรภัยดังขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นจังหวะ สองพ่อลูกมองตากันด้วยความหวาดกลัว ดร.ราล์ฟกอดลูกชายไว้แน่น หากมีอะไรเกิดขึ้นเขาขอสู้ตายเพื่อลูกชายด้วยกำลังทั้งหมดที่มี

ประตูกำลังจะเปิดออกในไม่ช้า ดร.ราล์ฟยกปืนเตรียมพร้อมเต็มที่ รู้ทั้งรู้ว่าปืนไม่สามารถทำอะไรพวกมันได้ แต่ในยามนี้เขาอุ่นใจที่มีมันอยู่ในมือ มีเพียงเขาและนิกที่รู้ว่ามีห้องทดลองซ่อนอยู่ใต้ดิน เขาคิดไว้แล้วว่ามันต้องเกิดเหตุการณ์อย่างนี้ในสักวัน ไม่คิดเลยว่ามันจะเร็วขนาดนี้

“เราสร้างหุ่นยนต์เป็นหุ่นยนต์ ไม่ใช่สร้างหุ่นยนต์เป็นมนุษย์” เขายังจำได้ว่าเคยโต้เถียงข้อนี้เป็นร้อยกว่าครั้งในการสร้างหุ่นยนต์ในปี 2040 เขาไม่เห็นด้วยที่จะสร้างหุ่นยนต์ให้มีความเป็นมนุษย์มากขึ้นทุกที ลำพังแค่มนุษย์บนโลกยังยากจะควบคุม แล้วนี่ยังจะเอาเศษเหล็กมาทำให้เป็นมนุษย์อีก ในที่สุดเหตุการณ์เลวร้ายก็เกิดขึ้นจนได้

เสียงทุบประตูเงียบไปแล้ว มันคงทุบเข้ามาไม่ได้ก็เลยล่าถอยไป ดร.ราล์ฟโล่งอกและคิดว่าปลอดภัย ทันใดนั้นเองประตูบานหนาก็ปลิวหวือออกอย่างง่ายดาย โรเบิร์ตยืนอยู่หน้าประตู

ด้วยสัญชาตญาณลูกปืนวิ่งผ่านปากกระบอกจนหมดแม็ก แต่มันไม่ให้ผลอะไรเลย

โรเบิร์ตก้าวเข้ามาในห้องและทำสิ่งที่ไม่คาดฝัน มันวิ่งเข้ามากอดสองพ่อลูกด้วยความดีใจ และตื่นเต้น
“พวกคุณปลอดภัย พวกคุณปลอดภัย….” โรเบิร์ตพูดซ้ำไปซ้ำมาราวกับถูกตั้งโปรแกรม จนกระทั่งนิกต้องเป็นฝ่ายพูดขึ้นก่อน “โรเบิร์ตคุณมาช่วยเราเหรอ คุณไม่ใช่หุ่นยนต์พวกนั้น คุณอยู่ข้างเรา” นิกกล่าวด้วยความตื่นเต้นไม่แพ้กัน “ใช่ครับ ผมไม่ใช่พวกนั้น ไปกันเถอะ พวกคุณต้องไปดูอะไร”

หุ่นยนต์ฝ่าย B ถูกจับโดยฝ่าย A พวกมันถูกถอดชิ้นส่วนและกองรวมเป็นเศษเหล็กอยู่เบื้องหน้า

“พวกเรารู้ว่าพวกมันต้องการแย่งชิงอำนาจจากมนุษย์ เราจึงกระทำการบางอย่างอย่างเงียบๆ นั่นคือแอบไปสร้างอาณาจักรของเราเพื่อหาทางวางแผน และปกป้องมนุษย์ ไม่คิดว่ามันจะดำเนินการเร็วกว่าที่คิด เราต้องแสร้งทำเป็นแตกแยกกับพวกมันเพื่อหาทางออกไปจากเมืองโดยให้ทุกคนเข้าใจว่าเราต้องการอยู่กันเองโดยไม่มีมนุษย์ควบคุม” โรเบิร์ตอธิบายทุกอย่างต่อหน้าที่ประชุมหลังจากเหตุการณ์สงบ หุ่นยนต์ฝ่าย B ถูกถอดโปรแกรมวิวัฒน์กลายเป็นหุ่นยนต์ทำงานธรรมดา นิกมองเห็น โรโบบอท หุ่นยนต์ของคริสถูกเจ้าของวิ่งไล่เตะอย่างโกรธเกรี้ยว

…………………………………

“ถึงแม้เราจะเป็นหุ่นยนต์ที่วิวัฒน์ความคิด ความรู้สึกได้ใกล้เคียงกับมนุษย์ แต่เราก็เข้าใจได้ดีว่าเราเกิดมาเพื่อเป็นหุ่นยนต์ มนุษย์อยู่ร่วมกับหุ่นยนต์ได้ เราทุกคนอยู่ร่วมกันได้ ตราบใดที่เราไม่ก้าวก่ายพื้นที่ส่วนตัวของกันและกัน” โรเบิร์ตกล่าวทิ้งท้ายก่อนจะหันมายิ้มให้กับนิกที่ส่งกำลังใจอยู่ข้างๆ

6 ความเห็นบน “เรื่องสั้นส่งประกวด ในหัวข้อ “หุ่นยนต์”: สงครามสมองกล”

  1. อ่านไปแล้วหนึ่งรอบครับ การดำเนินเรื่องดี สำนวนดี มีผิดบ้าง มีสำนวนขัดความรู้สึกบ้างแต่ยังลื่นไหล ส่วนประเด็นผมขอจับตรรกะอีกนิดหน่อยอ่านอีกรอบแล้วค่อยมาเม้นท์อีกทีนะครับ

  2. พล็อตเรื่องน่าสนใจครับ แต่บทบรรยายยังติดขัดอยู่บ้าง
    เลยอ่านแล้วไม่ค่อยลื่นไหลเท่าที่ควร
    แต่อ่านรอบเดียวก็เข้าใจทั้งหมดนะครับ ไม่มีส่วนไหนที่อ่านแล้วไม่เข้าใจ

    อ่านแล้วลุ้นตอนจบครับ รู้ว่าต้องมีหักมุมแน่ แต่ว่าจะเป็นอย่างไรเท่านั้นเอง
    ไม่อ่านให้จบก็ไม่รู้ว่าเฉลยเป็นอย่างไร เป็นเรื่องสั้นที่ชวนติดตามดีครับ

  3. เรื่องหุ่นยนต์ต้องนึกถึงตรรกะ เห็นหลายคนเขียนหุ่นยนต์แล้วกลายเป็นหุ่นยนต์แต่ในนามที่เหลือคือคนครับ

    ในเรื่องนี้ทำให้นึกถึงคำถามประเภท มีเรืออยู่ 1 ลำ มีเสือ 1 ตัว ลูกแกะอีก 2 ตัว คนพายเรือต้องพาสัตว์ทั้งสองไปอย่างไรลูกแกะจึงไม่ถูกกิน คำถามน่าจะประมาณนี้

    เปรียบในเรื่อง ถ้าหุ่นยนต์ฝ่ายมนุษย์(ตัวจริง) หนีไปทิ้งไว้แต่หุ่นยนต์ฝ่ายต้องการทำร้ายมนุษย์ (เสือ) ให้อยู่ลำพังกับมนุษย์(ลูกแกะ) ย่อมต้องเกิดเหตุการณ์เสือกินลูกแกะแน่นอน ซึ่งเรื่องก็ไม่ได้อธิบายว่าทำไมหุ่นยนต์จึงหายไปและกลับมาได้ทันเวลา

    หากเป็นการปั่นหัวฝ่ายมนุษย์ดูจะง่ายกว่าการปั่นหัวหุ่นยต์ (ลองอ่านเรื่องบั๊กของท่านนิราจ) ให้ระแววหุ่นยนต์ด้วยกันแล้วใช้เป็นข้อขัดแย้งในเรื่องจะดูดีมีเหตุผลน่าสนุก ผมคิดของผมอย่างนี้ครับ

  4. ย่อหน้าแรก คุณพิชชานันท์ เปิดเรื่องได้ถูกใจโจ๋แก่อย่างข้าพเจ้า ทิ้งความสงสัยไว้ บ๊ะ ตามสูตรการเขียนเป๊ะ ดีดี ชอบ!!!

    แต่เพิ่งอ่านไปแค่ย่อหน้าแรก ติดไว้ก่อน ไปหาอะไรยัดลงกระเพาะก่อน เดี๋ยวมาอ่านต่อ ^^

  5. บางครั้งความซับซ้อนที่ผู้เขียนสร้างขึ้นจำเป็นจะต้องมีเหตุผลเชิงตรรกะสนับสนุน(ทำเพื่ออะไร ผลที่ได้เป็นเช่นนั้นจริงๆหรือ หรือสามารถสร้างผลในทางอื่นได้เช่นกัน หรือสามารถใช้วิธีอื่น ได้หรือไม่) สิ่งเหล่านี้จะเพิ่มน้ำหนักความน่าเชื่อถือให้กับเรื่อง ซึ่งหากมีไม่ครอบคลุม ความซับซ้อนที่สร้างขึ้น จะทำลายความน่าเชื่อถือของเรื่อง

    อีกเรื่องคือ จำนวนตัวละคร ซึ่งผมรู้สึกว่ามันมากเกินไป
    ครับ

    การใช้ภาษาผมถือว่าอยู่ในเกณฑ์ใช้ได้นะครับ ติดเรื่องการใช้เสียง และ บทสนทนา เล็กน้อย ครับ

ใส่ความเห็น