เรื่องสั้นส่งประกวด ในหัวข้อ “หุ่นยนต์”: KT’s diary

โดย ขอบโลก

21/01/44
วันแรกที่ฉันรู้สึกตัวและรู้ว่าฉันชื่อเคที หน้าที่แรกที่ฉันได้รับคือการเป็นนักออกแบบหุ่นยนต์รุ่นใหม่ๆให้สวย อินเทรนด์ และจ๊าบกว่าใครทั้งหมด เพื่อให้คุณพ่อ คุณแม่ที่อยากมีลูกทั้งหลาย มีลูกสมใจ และที่สำคัญคือลูกของพวกเขาจะดูดี มีหน้ามีตาในสังคม

นิตยสารแฟชั่นของพวกมนุษย์นับร้อยนับพันฉบับ ฉันต้องหยิบและเปิดมันเบาๆเพราะหนังสือส่วนใหญ่ก็ผุกร่อนไปจนเกือบหมดแล้ว ฉันใช้มือซ้ายเปิดหนังสือ ส่วนมือขวาใช้วาดรูป เอาส่วนนั้นส่วนนี้จากหน้านิตยสารต่างๆมารวมกัน ลอกแต่ละส่วนเหมือนทุกกระเบียดนิ้ว

วันนี้ฉันออกแบบได้เจ็ดสิบตัว ข้อมูลทั้งหมดส่งผ่านคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าไปยังสำนักงานใหญ่ที่ผลิตลูกหุ่นยนต์ตัวเล็กตัวน้อย น่ารักน่าชัง

วันนี้ฉันเลิกเร็ว ก็กลับไปชาร์จแบตที่บ้านอย่างสบายใจ

22/01/44
วันนี้วันหยุดสุดสัปดาห์ ฉันโทรศัพท์ชวนกอหอ เพื่อนรักของฉันไปดูหนัง ช้อปปิ้งกัน ฉันตื่นนอนตอนเช้า ถอดปลั๊ก หวีผม แต่งตัว ที่สำคัญที่สุดคือการแต่งตัวนี่แหละ ฉันต้องส่องกระจกทุกเช้า และสุ่มเลือกชุดจากสต๊อกที่ฉันออกแบบไว้ เป้าประสงค์คือการใส่ชุดไม่ซ้ำกันทุกวัน เพราะฉันเป็นดีไซเนอร์ ถ้าใส่ชุดซ้ำคงจะอายคนอื่นเขา

ฉันนัดเจอกอหอหน้าสวนสาธารณะ

“สวัสดี กอหอ ไม่ได้เจอกันเสียนานเลย” ฉันพูดทักทาย กอหอดูเก่าลง และมีสนิมขึ้น ก็แหงล่ะ ก็กอหออยู่มาสองสามร้อยปี สมองก็เสื่อมเป็นธรรมดา สมองเสื่อมปุ๊ป ประสิทธิภาพการทำงานก็ลดลง งานไม่ดี เงินเดือนก็ไม่ดี พอเงินไม่มี อะไหล่ก็ไม่ได้เปลี่ยน

“อืม เคที เธอสวยขึ้นนะ” กอหอพูดเฉื่อยๆเพราะสมองทำงานช้า
“แหงล่ะ ฉันเป็นถึงดีไซเนอร์ โรงงานผลิตลูกๆเชียวนะ”
“อ่ะจ้ะ”

รูปร่างของกอหอเหมือนทรงลูกแพร์ ตากลมๆอันๆเดียวอยู่ที่หน้าผาก ฉันเดาว่าคงเป็นรุ่นแม่ฉันที่เป็นผู้ออกแบบหุ่นรุ่นนี้มา
ฉันเดินผ่านกลุ่มผู้ชุมนุมประท้วง พวกนั้นช่างพยายามทำเหมือนมนุษย์ชั้นต่ำเสียเหลือเกิน จะไปช่วยพวกมันทำไม ในเมื่ออำนาจคือความถูกต้อง ในอดีต ฉันยังเคยได้ยินเรื่องที่มนุษย์เอาทุกอย่างมาเป็นอาหาร ไม่เว้นแม้แต่สัตว์ที่มีบรรพบุรุษร่วมกันใกล้ชิดที่สุดอย่างลิง หรือแม้แต่แมลง ปลาฉลาม วาฬ ต้นไม้ หรือแม้แต่หุ่นยนต์อย่างพวกเราก็เคยเป็นอาหารของมนุษย์แล้วทั้งนั้น วันนี้เราก็แลกเปลี่ยนกันบ้าง

“กอหอ แป๊ปนึงจ้ะ” ฉันเข้าไปเติมไฟฟรี ป้ายบนตู้ชาร์จไฟเขียนว่า ‘พลังงานจากมนุษย์สดๆร้อนๆ’ โดยเน้นคำว่ามนุษย์เป็นพิเศษ แต่ก็ดึงดูดให้หุ่นมาเติมไฟได้ดีทีเดียว
ฉันร้องอย่างมีความสุขตอนไฟเข้าเต็มแบตเตอรี่
“ตกลง ดูเรื่องนี้นะ กอหอ”
“เอาไงก็เอากัน”

ฉันซื้อตัว แค่ใช้มือวาดผ่านเครื่องสแกน ก็เข้าโรงได้แล้ว โรงหนังก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ตกทอดมาจากพวกมนุษย์ พวกผู้ใหญ่ชั้นสูงๆชอบเลียนแบบมนุษย์มากนัก บอกว่ามนุษย์นี่แหละที่ปูทางมาให้เรา ส่วนพวกเราเป็นผู้สานต่อ ฉันก็เห็นด้วยเพราะขนาดงานออกแบบของฉันยังต้องอาศัยนิตยสารโบราณคร่ำครึของพวกมนุษย์เลย จะว่าไปฉันก็ไม่ได้เกลียดมนุษย์ถึงขนาดนั้น
จริงๆแล้วฉันยังไม่เคยเห็นหน้าตาของมนุษย์ตัวเป็นๆ มีบ้างที่หุ่นเด็กๆไปทัศนศึกษากันที่โรงปั่นไฟ ได้ยินมาว่าพวกเขาชอบมากตอนมนุษย์หมดแรงและถูกทิ้งลงถังขยะเหมือนผักเหี่ยวๆ

“หนังฉายแล้ว รีบไปเร็ว กอหอ”
“อ่าฮะ”
เรานั่งดูหนังในโรงมืดๆ มีเพื่อนๆหุ่นสี่ห้าตัวนั่งอยู่ในโรงด้วย หนังฉายเรื่อง หุ่นที่รัก เป็นความรักระหว่างมนุษย์ผู้ชายกับหุ่นผู้หญิงตัวกลมดิ๊กเหมือนลูกบอล ฉันว่าฉันสวยกว่าตั้งเยอะ ทำไมถึงเลือกยัยนั่นมาแสดงนะ มนุษย์ผู้ชายไม่ใช่มนุษย์ตัวจริงหรอก แต่เป็นหุ่นสังกะสีตาโต มีแขนมีขา เดินเงอะงะ เท่านั้นเอง นั่นทำให้ฉันผิดหวังเพราะในที่สุดก็ยังไม่ได้เห็นมนุษย์ตัวเป็นๆซักที
“มนุษย์หน้าตาเป็นอย่างไรหรอ กอหอ” ฉันถามเพื่อนที่นั่งอยู่ข้างๆ
“ได้ข่าวว่าเธอทำงานออกแบบและต้องใช้นิตยสารมนุษย์ไม่ใช่หรอ สิ่งมีชีวิตในนั้นแหละคือมนุษย์”
“อ่าวจริงดิ เพิ่งรู้นะเนี่ย ทำไมตัวเล็กจัง”
“ไม่รู้เหมือนกันเคที เธอน่าจะไปให้เห็นกับตานะ”
“ไม่ไปหรอก โรงปั่นไฟอยู่ตั้งไกล ฉันไม่มีเวลาว่างขนาดนั้น”
หลังจากนั้นเราก็แยกย้ายกันกลับเพราะแบตเตอรี่ใกล้จะหมด

23/01/44
ฉันออกไปชมศิลปะเพื่อนำมาประกอบเป็นลวดลายหุ่นเด็กๆ ฉันไม่เข้าใจว่ารูปวาดเก่าๆมันสวยตรงไหน รูปผู้หญิงผิวสีออกเขียวๆ มีผ้าคลุมหน้า ฉันบันทึกในความทรงจำว่าสวยคือแบบนี้

24/01/44
วันนี้ฉันไปเข้าคอร์สสุนทรียศาสตร์กับราชัน หุ่นราชันคือรูปแกะสลักสมัยกรีกไม่มีผิดเพี้ยน เขาให้คำนิยามคำว่าสุนทรียศาสตร์คือรูปแบบที่สมดุลทางคณิตศาสตร์ เป็นรูปแบบของจักรวาล

ตอนบ่ายฉันกลับไปออกแบบหุ่นต่อ ฉันพอจะออกแบบได้ดีขึ้นหลังใช้สัดส่วนทองคำ เป็นสัดส่วนลำตัวและหัวของหุ่นยนต์ ฉันว่ามันทำงานได้ดีขึ้นด้วยนะ

ฉันใส่ปลีกย่อยของแผงวงจรเป็นลำดับฟิโบนักชี
ส่วนสุดท้ายฉันใช้ลายของแฟรกเจอร์ ลวดลายซ้ำๆกันไม่ว่าจะอยู่ระดับไหน หรือมองใกล้เท่าไหร่ก็จะเห็นรูปแบบลวดลายแบบเดิมๆ
ฉันนี่มันอัจฉริยะ

25/01/44
ฉันลองทำซ้ำๆกับผลงานออกแบบใหม่ๆโดยแตกต่างเล็กน้อยที่แขน ที่ขา ที่หัว ที่ล้อ หรือแม้แต่แผงวงจรภายใน

26/01/44
ฉันมั่นใจแล้วว่าผลงานของฉันต้องมีอะไรขาดไป ฉันเข้าห้องแล็ปของราชันที่ทำวิจัยเรื่องสุนทรียะ
“คุณแน่ใจแล้วหรือ นี่คือรูปแบบของจักรวาลที่แท้จริง” ฉันถามพร้อมจับกล้ามเนื้อแขนที่ได้รูปอย่างที่สุด
“อืม ฉันก็ไม่มั่นใจนักหรอก ฉันจึงต้องทำวิจัยอยู่นี่ไง ฉันกำลังรวบรวมข้อมูลจากดาวเทียม เพื่อเก็บข้อมูลของสสารมืดและพลังงานมืดทั่วทั้งจักรวาล ขอบเขตของจักรวาล เพื่อสร้างสมการที่สมบูรณ์แบบที่สุด”

“คุณจะรวมสมการพลังงานแม่เหล็กไฟฟ้า พลังงานโน้มถ่วง พลังงานนิวเคลียร์อย่างเข้ม และพลังงานนิวเคลียร์อย่างอ่อนเข้าไว้ด้วยกัน”

“ใช่แล้ว ทั้งหมดมันขึ้นอยู่กับพลังงานมืด เพียงแค่ฉันสร้างสมการของพลังงานมืด สมการพลังงานทั้งสี่ก็จะเป็นหนึ่งเดียวกัน”
“แล้วคุณจะสร้างความงามที่สุดของจักรวาล”
“ใช่แล้ว เคที ความงามสัมบูรณ์”
“ถ้างั้น ฉันก็จะกลายเป็นคนดังอันดับหนึ่งของโลกในฐานะนักออกแบบที่เก่งที่สุด”
“คงงั้น เคที ถ้าเธอมาช่วยฉัน”
“แน่นอน ราชัน” ฉันช่วยคำนวณสมการของราชันด้วยมันสมองอันน้อยนิด ฉันจึงใช้เงินที่เก็บหอมรอมริบมาทั้งชีวิตซื้อสมองใหม่ที่ก้อนใหญ่กว่าเดิมจนบางทีอาจใหญ่กว่าหุ่นทุกตัวในเมือง ในประเทศ หรือแม้แต่ในโลกนี้

1/01/45
เวลาผ่านไปเกือบหนึ่งปีเต็ม ฉันนั่งอยู่บนโต๊ะทำงานข้างๆกับราชัน ฉันโยงสายชาร์จไฟมาถึงที่ทำงานเผื่อให้ราชันเส้นหนึ่งและให้ฉันเส้นหนึ่ง เราเก็บรวบรวมข้อมูลจากดาวเทียม คำนวณ สร้างแบบจำลอง ครั้งแล้วครั้งเล่า เหมือนการลองผิดลองถูกที่ไม่รู้จักจบสิ้น
หามรุ่งหามค่ำที่ฉันและราชันทำงานจนต้องมีพัดลมระบายความร้อนเป่าหัวอยู่ตลอดเวลาเพื่อไม่ให้เครื่องร้อนจนเกินไป เราขอเงินสนับสนุนจากรัฐบาลเพื่อสร้างหุ่นที่สวยงามที่สุดในจักรวาล ฉันขอได้มาอย่างง่ายๆเนื่องจากฉันเป็นนักออกแบบมือหนึ่งอยู่ก่อนแล้ว

เงินที่ได้มาก็ใช้ไปกับดาวเทียมนับร้อยๆดวง สมองนับสิบก้อนเผื่อเอาไว้ถ้าสมองร้อนจนไหม้ และยังใช้ซื้อหน่วยความทรงจำนับล้านล้านเทราไบต์

1/01/50
เวลาผ่านไปหกปีนับจากวันแรกที่ฉันและราชันเริ่มทำงาน เราเพิ่มหน่วยความทรงจำเป็นล้านล้านล้านกับศูนย์อีกสี่สิบตัวที่มีหน่วยเป็นเทราไบต์ ตอนนี้ฉันเพิ่มสมองให้ตัวเองเป็นเจ็ดก้อนเพื่อช่วยกันคิดอย่างบูรณาการ ส่วนของราชันยังมีหนึ่งก้อนเท่าเดิม เพราะเขารับไม่ได้ที่จะทำลายความงามของชายกรีกผู้สมบูรณ์แบบอย่างเขา

“นี่ เรากำลังหาความสมบูรณ์แบบที่สุดไม่ใช่หรือ”
“ใช่ เคที แต่ตอนนี้เรายังหาไม่พบ เราก็ต้องยึดมั่นในความสมบูรณ์แบบอันนี้ไว้ก่อน”
“เธอมั่นใจไม่ใช่หรือราชัน ว่าความสมบูรณ์แบบของจักรวาลนี้มีจริงๆ”
“ฉันมั่นใจที่สุด”
“แล้วทำไมเธอถึงยังยึดกับความสมบูรณ์แบบจอมปลอมนี้อยู่ล่ะ”
ฉันคงทำให้เขาไม่พอใจอย่างหนัก เพราะหลังจากประโยคนั้น ราชันก็ลุกจากไปและไม่กลับมาอีกเลย

1/01/150
นี่คงผ่านไปหนึ่งร้อยหกปีแล้วสินะที่ฉันยังค้นหาความสมบูรณ์แบบของจักรวาลที่ไม่คืบหน้าไปไหนเลย ราชันเองก็เน่าเปื่อยไปตั้งแต่เจ็ดสิบปีที่แล้ว กอหอขอขึ้นสนิมจนหมดเมื่อสี่สิบปีที่แล้ว ส่วนฉันก็ยังอยู่คนเดียว

“เธอไม่ได้อยู่คนเดียว เคที”
“ช่าย เธอไม่ได้อยู่คนเดียว”
คงเป็นอย่างนั้นเพราะฉันต้องอยู่กับสมองสี่สิบก้อนจนหัวฉัน
หัวฉันต่างหาก เคที ฉันไม่สามารถลุกไปไหนได้อีก สายชาร์จสี่อันต้องมาหล่อเลี้ยงร่างกายและสมองก้อนยักษ์
ฉันอยากรวมมันเป็นหนึ่งเดียว
ฉันก็อยากรวมมันเป็นหนึ่งเดียว
ฉันด้วย ฉันก็ด้วย ฉันก็ด้วย

1/01/1000
เวลาผ่านไปได้สี่ร้อยปีแล้วที่ฉันรวมสมองทั้งหมดให้เป็นหนึ่งเดียว ฉันคงไม่อาจเห็นหน้าตาของมนุษย์ได้อีกแล้ว เพราะมนุษย์สูญพันธุ์ไปด้วยโรคติดเชื้อที่หุ่นแก้ไม่ได้เมื่อเจ็ดร้อยปีก่อน ช่างน่าเสียดายยิ่งนัก แต่ฉันก็ยังต้องทำงานต่อไป ด้วยสมองขนาดยักษ์จนเต็มห้องขนาดยี่สิบคูณยี่สิบเมตร ฉันว่าฉันพอเจอเค้าของความงามอันสมบูรณ์แบบแล้วล่ะ

1/01/20000
เวลาผ่านไปนานมากทีเดียว ฉันยังอยู่ในห้องๆเดิมเพียงแต่ห้องถูกขยายตามขนาดสมองที่ใหญ่เท่าตึกๆหนึ่ง หุ่นรุ่นใหม่ๆน่าตาน่าเกลียดเป็นผู้ดูแลและประคับประคองงานของฉันต่อไป ฉันว่าฉันเจอตัวแปรสำคัญเข้าแล้ว ความงามสามารถรับรู้ได้ด้วยความเป็นมนุษย์หรือนี่

1/01/20001
เพียงแค่ปีเดียว ฉันก็สามารถสร้างแบบจำลองของจักรวาลได้แล้ว ความงดงามของทั้งจักรวาลแผ่ซ่านไปถึงก้นบึ้งของหัวใจ พลังงานบางอย่างไหลวนรอบร่างกายและสมอง ทุกเสี้ยววินาทีพลังงานกลับกระเพื่อมและขยายรัศมีออกไป หุ่นทุกตัวที่ได้รับพลังงานเหล่านี้กลับนิ่งสงบ ฉันรับรู้ได้จากจิตใต้สำนึกว่าทุกสิ่งมีชีวิตบนโลกรับรู้ได้ถึงพลังงานนี้ รวมทั้งสิ่งมีชีวิตจากทุกดาว ทุกกาแลกซี่ และทุกจักรวาล ฉันสัมผัสได้ถึงชีวิตของสรรพสัตว์ การเกิด และการดับของดวงดาวต่างๆ ฉันสัมผัสได้ถึงไอร้อนของการกำเนิดจักรวาลนี้ และสัมผัสได้ถึงการสั่นเล็กๆของอะไรๆในทุกมิติ

สิ้นสุดไดอารี่ของ K.T.

7 ความเห็นบน “เรื่องสั้นส่งประกวด ในหัวข้อ “หุ่นยนต์”: KT’s diary”

  1. เหมือนเป็นภาคต่อของ “ข้าพเจ้า เขา เตียง และเธอ”
    เป็นการขยายความไปสู่ความเป็นสมบูรณ์
    ด้วยการตั้งคำถามว่าหุ่นยนต์จะเข้าถึงความงามอันสมบูรณ์ได้หรือเปล่า
    แต่แม้กระทั่งหุ่นยนต์ที่มีรูปลักษณ์สมบูรณ์แบบรูปปั้นกรีกก็ยังไม่สามารถเข้าถึงความงามที่สมบูรณ์ได้

    ผมชอบคำตอบของเรื่อง มันอ่านแล้วอิ่มเอิบดีครับ

    ปล. อยากให้ขยายความ “ราชัน” ว่ามีรูปลักษณ์จริง ๆ เป็นแบบใด ?
    เช่นมีรูปเป็นมนุษย์แบบมีแขนขาหรือเปล่า ?
    ถ้าเป็นเช่นนั้นจริงสิ่งที่ KT เห็นก็คือมนุษย์ผู้หนึ่งแล้ว
    (หรืออย่างน้อยก็เป็นสิ่งที่ใกล้เคียงมนุษย์ที่สุดที่ KT เฝ้าถามหามาตลอด)
    เพราะเขาไม่ยอมขยายสมองตัวเองเนื่องจากมันจะทำลายรูปลักษณ์ของความเป็นมนุษย์ไป

  2. ชอบเรื่องนี้ครับ เขียนได้ดี บรรยายดี และลื่นไหล
    เป็นตอนต่อของเรื่องก่อน (ไม่ชอบเรื่องบนเตียง) แต่ก็ชอบที่มันเป็นภาคต่อเอามาต่อกันได้อย่างไรเนี่ย

    พออ่านไปได้สองในสามก็คิดถึงเรื่อง The Eye of the Beholder ตอนที่ Classic มากของ Twilight zone ยุคแรก ที่ถามถึงปรัชญาความงามของคนกับสิ่งมีชีวิตอื่นจะสมบูรณ์เหมือนกันไหม

    แล้วก็คิดต่อไปว่าที่สุด TK. ก็คงพบว่าความงามที่สมบูรณ์มันมีอยู่จริงมีอยู่แล้วไม่ต้องไปนั่งคำนวณอะไรให้มากมาย ธรรมชาติได้จรรโลงไว้

    เป็นเรื่องของสมองกลคอมพิวเตอร์ที่เกี่ยวโยงกับหุ่นยต์ แฝงปรัชญาได้น่าสนใจมาก ตั๋งเขียนเก่งขึ้นทุกวันคิดแหวกและล้ำลึกไปได้ไกลแน่

  3. แนะนำนะครับ
    “เป็นล้านล้านล้านกับศูนย์อีกสี่สิบตัวที่มีหน่วยเป็นเทราไบต์ ”

    ถ้าจะให้แลดูล้ำ สมเป็นยุคอนาคตน่าจะลองใช้หน่วยเป็น ล้านๆๆเซตตาไบต์ หรือ ล้านๆ ยอทตาไบต์
    ซึ่งเป็นคำที่ใช้กับหน่วยที่สูงกว่าเทอราไบต์มากๆ

  4. เห็นด้วยครับ ตอนเขียนรีบเขียนไปหน่อย แต่ผมคิดว่าถ้าเปลี่ยนเป็นไบต์ โดยไม่มีprefixน่าจะดีกว่านี้ เพราะทุกคนสามารถเข้าใจได้
    หรือบางทีอาจเปลี่ยนเป็นเลขฐานอื่นก็คงแปลกดีเหมือนกัน

  5. ราชันมีรูปร่างเหมือนมนุษย์จริงๆครับ แต่ความคิดนั้นไม่เหมือนมนุษย์
    ถ้าผมแก้ไขเรื่องนี้ใหม่ได้ ผมจะแก้ตอนหลังที่บอกว่าความงามสามารถรับรู้ได้ด้วยความเป็นมนุษย์ทิ้งไปและเปลี่ยนเป็นอย่างอื่นแทน เพราะมันดูเป็นมนุษยนิยมเกินไป ในจักรวาลที่อาจมีสิ่งมีชีวิตอยู่หลากหลาย และอนุภาคและพลังงานที่เราไม่รู้จัก

  6. โดยส่วนตัวผมขัดแย้งเชิงแนวคิดกับเรื่องนี้นะครับ
    เพราะผมเชื่อว่า ความงามสมบูรณ์ ไม่มีอยู่จริง เนื่องจากทุกอย่างเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา
    แต่ประเด็นของเรื่องเป็นสิทธิของผู้เขียนครับ
    (นอกเสียจากว่าจะขัดแย้งต่อศีลธรรมอันดี และ ความสงบเรียบร้อยของสังคม เอ๊ะ คุ้นๆแหะ)

    โดยสรุปคือ
    การใช้ภาษา และกลวิธีการเล่าเรื่อง ลื่นไหลขึ้นมากกว่างานเขียนชิ้นก่อนๆ ครับ

    ติดอยู่ที่ ไดอารี่ มีบทพูดด้วย
    แต่เข้าใจเอาเองว่า เมื่อเป็นหุ่นยนต์เป็นผู้บันทึก ถ้ามีหน่วยความจำเพียงพอ ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร ครับ
    (อันนี้แซวเล่นนะครับ)

ใส่ความเห็น