คลังเก็บหมวดหมู่: เรื่องสั้น

สิ้นสุดแห่งกาลเวลา (The End of All Days) – มิเชล เค. อีโวลิท

สิ้นสุดแห่งกาลเวลา(The End of All Days)
แต่งโดย มิเชล เค. อีโวลิท
แปลโดย Chaya Yaowarattanaprasert

เมื่อกาเบรียลหวนกลับมาจากการเดินทางของเขา ก็เหลือเวลาน้อยเต็มทีแล้วสำหรับทั้งเขาและโลกใบนี้ สิ่งหนึ่งซึ่งเดินทางพาดผ่านระบบสุริยะมาพร้อมการทำลายล้างทุกสิ่งบนเส้นทางที่ไม่อาจเปลี่ยนแปลงของมัน ในขณะนี้มันอยู่ห่างจากโลกไม่ถึง 2 หน่วยดาราศาสตร์แล้ว กว่าหลายเดือนแล้วที่ริ้วลายสีแดงสดแผ่ขยายย้อมผ่านสรวงสวรรค์ และวังวนแรงโน้มถ่วงขนาดมหึมาซึ่งฉีกกระชากดาวพฤหัสมาแล้วปรากฏให้เห็นได้ด้วยตาเปล่า ทว่าในตอนนี้ ฟากฟ้ากลับเปลี่ยนเป็นสีฟ้าอ่อนอันงดงามดุจดั่งฤดูใบไม้ผลินับครั้งไม่ถ้วนในอดีต ราวกับจะลวงหลอกให้คิดว่าโลกยังคงมีเวลาเหลืออยู่อีกยาวนาน
เมื่อกาเบรียลก้าวเดินลงชานชาลาจากหนึ่งในสองตู้รถของรถไฟเพียงขบวนเดียวที่ให้บริการในวันนี้พร้อมกับผู้ร่วมเดินทางอันน้อยนิด เขารู้สึกได้ทันทีถึงความสคชื่นและสงบสุขที่เปี่ยมล้นขึ้นในอากาศ ลิ้นของเขาสัมผัสได้ถึงรสเกลือ และจินตนาการไปถึงเสียงคลื่นน้ำที่ดังกระทบโสตในหาดซัลเวจ ที่อยู่ห่างออกไปไม่กี่ไมล์ มันยากที่จะเชื่อว่าการที่ปรากฏการณ์ตื่นตาและน่าสะพรึงกลัวที่ปรากฏบนฟากฟ้าในช่วงปีที่ผ่านมา กลายมาเป็นสีฟ้าสดใสในเบื้องหน้าเขาในตอนนี้ เป็นสิ่งบ่งชี้ว่าโลกใบนี้ใกล้ถึงจุดจบเต็มทีแล้ว มันคือความสงบสุขก่อนพายุใหญ่จะมาถึง
ผู้โดยสารคนอื่นๆ ได้ออกเดินทางไปตามเส้นทางของพวกเขา จนเหลือกาเบรียลเพียงคนเดียวในเวลาไม่ถึงนาที สถานีเก่าของเลอ คลอยสิค มีความเปลี่ยนแปลงไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้น หลังคาบางๆ ครอบเหนือรางรถไฟ กำแพงอิฐแดงเปลือยเปล่าและหน้าต่างฝุ่นเขรอะที่อยู่สูงขึ้นไปดูราวกับว่ามันถูกออกแบบให้มีอายุการใช้งานมากว่าพันปียังคงอยู่ดังเดิม กาเบรียลวางถุงใบน้อยที่บรรจุข้าวของอันน้อยนิดของเขาลงบนม้านั่ง เขานั่งลงด้วยความประหลาดใจถึงสิ่งที่กำลังทำ เขาไม่ได้ตรวจสอบก่อนเดินทางกลับมาว่าแชงกรีล่า 2.0ยังคงอยู่หรือไม่ เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะทำเช่นไรหากมาร์ธายังคงเชื่อมั่นในสิ่งที่เธอเชื่อเมื่อสี่ปีที่ผ่านมา เขายังจำได้ดีถึงสายตาวิงวอนของเธอ ใบหน้าสีซีดตกกระของเธอ และเรือนผมสีแดงเพลิงของเธอ ไปจนถึงคำถามและข้อสงสัยไม่จบสิ้นที่ส่งผ่านความเจ็บปวดเข้ามาในหัวของเขา เขาเพิ่งอายุยี่สิบสองในตอนนั้น อ่อนกว่าเธอถึงสิบปี และเขาก็ยังไม่เป็นผู้ใหญ่พอจะตัดสินใจด้วยมุมมองที่มีในตอนนั้นเขาได้เห็นเพียงส่วนเสี้ยวของโลกใบนี้ เพื่อที่เขาจะได้ใช้เวลาที่เหลืออยู่ชดเชยประสบการณ์ที่เขาไม่เคยได้รับ ด้วยศักยภาพทุกอย่างในชีวิตที่เขาอาจไม่มีโอกาสได้ใช้ เขาออกเดินทางในที่สุด และเขาคงไม่มีวันแน่ใจแน่ใจว่าเขาทำถูกหรือไม่ หากแต่มันดูเหมือนจะไม่มีทางเลือกอื่นที่ดีกว่าการละทิ้งมาร์ธาและชุมชนเล็กๆ ของแชงกรีล่า 2.0 [...]

โพสท์ใน เขียน เขียน เขียน, เรื่องสั้น | แสดงความเห็น

นักล่าหน้าหยกกับสาวน้อยจอมจุ้น (ตอนที่ 4 ลั้นลาใต้เมืองน้ำแข็ง)

ตอนที่ 4 ลั้นลาใต้เมืองน้ำแข็ง
ที่รับรองแขกของเมืองน้ำแข็งคือข้างล่างหรือใต้เมืองน้ำแข็ง!!!  ลึกลงไปประมาณห้าพันเมตร  ยังมีที่พักผ่อนลานกว้างส่วนรวมสำหรับการใช้ชีวิต  ของเจ้าหน้าที่ในเมืองน้ำแข็งเองและแขกผู้มาเยือน   ที่แปลกตาและหาดูได้ยากคือปลาที่ปรับสายพันธุ์เพื่อการมีชีวิตอยู่ตามสภาพแวดล้อม  มีหลายชนิด  แต่ที่ได้รับความสนใจเป็นพิเศษจะมีอยู่ 2 ชนิด นั่นคือ  ปลาโลมา  กับ  เพนกวิน – -‘  ที่อาศัยอยู่แถวโพรงถ้ำใต้น้ำ  ใต้เมืองน้ำแข็ง!!!
“ ลิฟท์กำลังจะเปิดคะ!  “  เสียงเตือนจากลิฟท์ขนส่ง  จากด้านบนสู่ด้านล่าง
ไอด้าตื่นตาตื่นใจกับบรรยากาศชั้นโถงล่างจัดด้วยความเรียบง่าย  บางส่วนเป็นผนังน้ำแข็งที่มีความโปร่งใส  จนมองออกไปเห็น  พืชและสัตว์น้ำหลายชนิด  กำลังว่ายไปมา  เพื่อเล่นไฟส่องสว่างของที่พัก  แน่นอน  มีปลาโลมา  จอมจุ้น  อยู่สองตัวกำลังพยักหน้าเรียกแขกหน้าใหม่อย่าง  ไอด้า  สาวจอมจุ้นคนนี้  เนื่องจากเธอเอ็นดูสัตว์อยู่เป็นทุนเดิม เธอจึงวิ่งเข้าไปใกล้ผนังน้ำแข็งเพื่อเป็นการทักทายกับ  เจ้าปลาโลมาจอมจุ้นทั้งสองตัว  อย่างออกรสออกชาติ
“ จะออกไปส่องท้องทะเลแถวนี้มั้ยน้องสาวสุดสวย! “  เจ้าหน้าที่  ฮ็อปกิ้นน์  ผู้ดูแลสถานที่โดยรวมของโถงล่างนี้
“ ไปค่ะ  อยากออกไปดูให้ทั่วบริเวณนี้เลย “  สาวไอด้า  ตอบอย่างรวดเร็ว  เมื่อมีคนเห็นความงามของเธอ – -‘
“ ไม่ดูเอกสารเตรียมสอบก่อนหรือ ไอด้า “  ดอย  [...]

โพสท์ใน เรื่องสั้น | ติดป้ายกำกับ | แสดงความเห็น

นักล่าหน้าหยกกับสาวน้อยจอมจุ้น (ตอนที่ 3 ตามหาพ่อ)

ตอนที่ 3 ตามหาพ่อ
ณ.สำนักงานกลาง  เช้าวันถัดมา  เจ้าหน้าที่กลุ่มใหญ่เตรียมพาหนะสำหรับพา  ผู้เสียหายไป  ปลายทางวาร์ป  เมืองน้ำแข็ง ไอคุปต์
ไอด้า  มาคอยตั้งแต่เช้าพร้อม  เอกสารแนะนำระบบโฟดีทัศน์  บริเวณลานจัดงานเมื่อวานนี้  หลังจากเธอเจาะระบบแล้วพบจุดบกพร่อง
“  หลับสนิทดีนะ  ไอด้า  วันนี้คงต้องท่องยานกันจนค่ำแน่นอน  “  ดอยทักทาย  ก่อนส่งวิธีสอบคัดเลือกเข้าทำงาน  บริษัทดำรงธรรม  ให้กับสาวน้อย
“  ใครจะหลับลง!!!  เป็นนายจะหลับหรือไง?  “  สาวน้อย  ตอบด้วยคำถาม  ที่บอกได้ว่าใครจะหลับสนิทเมื่อเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น  แล้วเธอก็ส่งเอกสารแนะนำระบบโฟดีทัศน์  ให้  ดอย  หวังให้เขานำไปจัดการต่อ  เพื่อปรับปรุงระบบ
“  อืม!!!  ก็นั่นสินะ  “  ดอย  อมยิ้มเล็กน้อย  ก่อนจะอึ้งกับ  การเจาะระบบของเธอสาวน้อยจอมจุ้น
“  นี่ไม่ได้นอนเลยรึ?  “  ดูจากรายละเอียด  คงใช้เวลาไม่น้อยกว่า 4 ชั่วโมง
 
(ยานพาหนะที่เจ้าหน้าที่เตรียมให้  สำหรับเดินทาง  ทางอากาศ  ขนคนได้ 50 คน  ทำงานโดยสร้าง  สุญญากาศ  ระหว่างผนังด้านในของยานกับผนังด้านนอกของยานระยะประมาณ  1 เมตร  [...]

โพสท์ใน เรื่องสั้น | ติดป้ายกำกับ | แสดงความเห็น

นักล่าหน้าหยกกับสาวน้อยจอมจุ้น (ตอนที่ 2 เรียกร้อง)

ตอนที่ 2  เรียกร้อง
 ทันทีที่ได้ยินคำถาม  ดอย  ดึงภาพความทรงจำตอนเจอ  ไอด้า  ครั้งแรก  เธอเป็นสาวน้อยน่ารักสดใส  ที่ได้รับอนุญาตให้พกพา  ปืนไฟฟ้าติดตัว  แต่ติดที่เธอมีความแค้นส่วนตัวกับกลุ่มเป้าหมาย  ดอย  จึงได้แต่บอกปัดคำตอบ  ที่สาวน้อยกำลังตั้งหน้าตั้งตารอคำตอบอยู่
“ เอาไว้จบเรื่องตามหา พ่อของเธอก่อนนะ  ค่อยว่ากัน  “
สาวน้อยเริ่มโวยวาย  ด้วยเคยได้ยินเรื่องแบบเดียวกันที่เกิดกับพ่อของเธอ  จากที่อื่นมาก่อนแล้ว
“ นายจะให้ฉันฟ้อง  สำนักงานกลาง  แล้วอีก๓  ปีค่อยมาฟังผลว่าหลักฐานไม่เพียงพอหรือไง !!! “
“ ฉันไม่เชื่อหรอกนะ  ว่าจะตามตัวคนก่อเหตุกับหลักฐานมาครบ  จากความหย่อนยานของสำนักงานกลาง  น่ะ“
ไม่ทัน  ดอย  จะได้ตอบเสียง  จักจั่น  รอบๆร้องระงม  ให้รู้เวลาเริ่มลดพลังงานเพื่อ  การพักผ่อนของชาวเมืองแล้ว
“  ไปพักก่อน  เดี๋ยวพรุ่งนี้  ค่อยว่ากัน  “  ดอย  พูดด้วยน้ำเสียงอันเยือกเย็น
“  ฉันต้องการข้อมูลทั้งหมด  ที่เกิดขึ้น  ที่ลานนั่น  “  ไอด้า  ออกคำสั่งเพื่อแทนคำตอบการร่วมงานกับ  ดอย
“  บอกตรงๆนะ  คุณมีความแค้นส่วนตัวกับกลุ่มเป้าหมายและต้องผ่านการสอบของ บริษัทดำรงธรรม ก่อน “
ดอย  ตอบด้วยความจำใจ  [...]

โพสท์ใน เรื่องสั้น | ติดป้ายกำกับ | แสดงความเห็น

นักล่าหน้าหยกกับสาวน้อยจอมจุ้น (ตอนที่ 1 พบเจอ)

ตอนที่ 1  พบเจอ
ณ. กลางเมืองหลวงประเทศไตรย  มีงานนิทรรศการประวัติศาสตร์โบราณ  ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งประเทศ  ที่ศูนย์ลานเผยแพร่วัฒนธรรมโบราณ  มีคนจำนวนมาก  เดินชมงานกันอย่างเพลิดเพลิน  แปลกหูแปลกตากับภาพและโฟดีทัศน์  ที่ถูกนำมาแสดง  อย่างเด่นชัดเป็นสัดส่วนอยู่ในบริเวณจัดงาน
แต่มี ”แสงจ้า” บางอย่างเกิดขึ้น  ณ.กลางลาน  ไม่ถึงครึ่งวินาทีนั้น  เป็นสัญญาณที่ชาวเมืองต่างรู้ดี  คือ  เครื่องดักระเบิด  ได้ดักระเบิดที่กำลังจะเริ่มทำงานอยู่ไม่วินาทีข้างหน้า  ทุกคนต่างรีบออกจากลานที่เป็นเป้าหมายในครั้งนี้
เครื่องดักระเบิด  ปกติจะวาร์ปแต่ระเบิดที่ไม่มีสัญญาณชีพจรของมนุษย์  แต่ครั้งนี้แปลกไป  เมื่อ”ชายชรา” คนหนึ่ง  “ชีพจรเบาบางมาก” จนจับสัญญาณชีพจรไม่ได้  มีร่างกายส่วนใหญ่เป็นร่างสังเคราะห์จาก “นิวเคียสพลาสติก”  เกือบทั้งร่าง  จึงถูกเครื่องวาร์ประเบิด  “ดูดหายไปพร้อมกับระเบิด”
 
“ พ่อ!!!  พ่อ!!!  พ่ออยู่ไหน!!!”
 
เสียงสาวน้อยคนหนึ่งตะโกนหาชายชราที่สูญหายไป  แต่ไม่มีเสียงตอบกลับ  มีแต่เสียงแซดๆ ของคนกำลังหนีกันอลหม่าน  เสียงสาวน้อยหน้านิ่ว  ดวงตาเบิกโพรง  ด้วยช่วงเวลาไม่กี่วินาทีก่อนหน้าเครื่องดักระเบิดจะทำงานนั้น  พ่อของเธอยังเดินอยู่ข้างหน้า  เธอเห็นเพียงหลังของพ่อเธอไวๆ  เท่านั้น  พอแสงวาร์ปหายไป  หลังของพ่อเธอก็หายไปด้วย  แว๊บ หนึ่งเธอรู้แล้วแต่ยังไม่ยอมรับว่าพ่อของเธอ  จะเป็นผู้โชคร้ายจากเหตุการณ์ในครั้งนี้
 
“ มีอะไร  ให้ช่วยมั้ยครับ !!! “
 
เสียงหนุ่มวัยกลางคนแต่งตัวเทรนด์ชาวเมืองฝั่งตะวันออก  ถามสาวน้อยผู้ที่กำลังตกตะลึง  ทรุดตัวลงนั่งด้วยดวงตาที่ไร้แวว
 
“ [...]

โพสท์ใน เรื่องสั้น | ติดป้ายกำกับ | แสดงความเห็น

นักล่าหน้าหยกกับสาวน้อยจอมจุ้น (แนะนำตัวละคร)

แนะนำตัวละคร
ดอย  นักล่าผู้ก่อการร้ายสากล ในเขตฝั่งตะวันออก ลักษณะสังคมแบบฟื้นฟูธรรมชาติ ชำนาญด้านอากาศ เก็บตัว ศึกษาและปฏิบัติธรรม เพื่อความพ้นทุกข์
ไอด้า  สาวน้อยรักความยุติธรรมจอมจุ้น จากฝั่งตะวันตก ย้ายถิ่นฐานตามพ่อที่เบื่อสภาพสังคมเมืองจักรกล ไอด้า จำเป็นต้องติดตามมาด้วย ทั้งที่ตัวเองชอบจักรกล แต่ติดพ่อ ไม่ยอมอยู่กับญาติ ตั้งใจว่าจะมาเที่ยวและเทียวไปเทียวมา ระหว่าง ตะวันออกกับตะวันตก
ไอด้าถนัดใช้ปืนไฟฟ้า และวางกับดัก ด้วยความจุ้นเป็นนิสัยจึงมีคลังสมองจากตัวเอง และ สมองกล ที่ใช้งานได้อย่างคล่องแคล่ว แต่ข้อเสียคือเวลาโกรธ จะไม่เหลือเหตุผลอะไรให้เธอได้คิดถึง!!! ใช้แต่สัญชาติญาณล้วนๆ แผนที่วางไว้จะแก้ไขสดอยู่ตลอดเวลา ข้อเสียอีกอย่างคือต้องมีข้อมูล สถานที่ เวลา กลุ่มเป้าหมาย จึงจะวางกับดักได้ แต่ก็นั่นแหละ มันไม่ใช่ปัญหาใหญ่สำหรับ สาวน้อยจอมจุ้นคนนี้!!!
ระหว่างย้ายมาเกิดเหตุ ผู้ก่อการร้าย ซุ่มโจมตี ทำให้พ่อเสียชีวิต ดอยอยู่ในเหตุการณ์แต่ไม่สามารถช่วยเหลือได้ทัน จึงเป็นตราบาป ที่ต้องคอยดูแล ไอด้า ระหว่างเตรียมทำเรื่องส่งกลับไปหาญาติ ฝั่งตะวันตก แต่ สาวจอมจุ้น กลับสนใจร่วมงาน ด้วยตัวเองรักความยุติธรรม และเพื่อแก้แค้นให้กับพ่อ ดอยจึงให้โอกาสฝึกงานก่อน ทั้งที่ในใจดูแล้วว่าไม่เหมาะ แต่ต้องยอมเพราะติดค้าง ไอด้า อยู่ [...]

โพสท์ใน เรื่องสั้น | ติดป้ายกำกับ | แสดงความเห็น

 
นักล่าหน้าหยกกับสาวน้อยจอมจุ้น [Gap]

เป็นเรื่องสั้น แนวผจญภัย ในปีพุทธศักราช ๔๕๕๒ เป็นเรื่อง สมมุติ ที่แต่งขึ้น มีแนวคิดจาก ความสมดุลย์ ที่ทุกคนต้องร่วมมือกันเพื่อความอยู่รอด ให้ห่างจากความเสื่อม ทั้งจาก ด้านสิ่งแวดล้อมธรรมชาติ และจาก กองโจรสากลทั่วโลก ที่คอยสร้างสถานการณ์เพื่อหวังรวบรวมโลกให้เป็นของตน ในทุกวิถีทาง

ด้านภูมิประเทศ
เปลือกโลกได้สไลด์มารวมกันเป็นแผ่นดิน ๒ ผืนใหญ่ ส่วนหมู่เกาะที่ต่างๆก็เช่นกัน ไหลมาใกล้แผ่นดินใหญ่
เนื่องจากปรากฎการณ์ธรรมชาติ ทางฝั่งตะวันตกได้แก่ประเทศจักรกล มีขนาดพื้นที่ประมาณ ๔ ใน ๑๐ ส่วน ส่วนอีกฝั่งได้แก่ประเทศน้อยใหญ่ ที่สไลด์มารวมกัน หลายเผ่าพัน หลายวัฒนธรรม ประมาณ ๖ ใน ๑๐ ส่วน ปะปนกันเป็นผืนใหญ่ แต่ก็มีขอบเขตของประเทศตนอยู่ รวมเรียกกันว่า ประเทศสากล ทั้งสองฝั่งมีภาษาใช้ร่วมกัน และภาษาท้องถิ่นเดิมของตน ของในแต่ละท้องที่

อย่างไรก็ตาม ทั้งหมด มีแนวทางร่วมมือกันอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อความสมดุลของสังคมโลก ภายหลังจากเกิดภัยธรรมชาติครั้งใหญ่ ทำให้ทุกฝ่ายตัดสินใจหารือร่วมกันอย่างจริงจัง คือมุ่งเน้นที่ การพัฒนา อย่างมุ่งมั่นใน ‘ ๓ ลักษณะ [...]

เขียนบน โดย thongchai | 4 ความเห็น

The Maintenance

The Maintenance
ชายหนุ่มคนหนึ่งใช้ข้อนิ้วเคาะโลหะหนาพร้อมสีหน้าที่เหม่อลอย โลหะหนาส่งเสียงสะท้อนที่จางหายไปอย่างรวดเร็วท่ามกลางฝูงชนนับร้อย หน้าหนังสือพิมพ์แผ่นหนึ่งปลิวไปติดขาของชายชราในชุดสูทสีน้ำตาล ซักพักก็ปลิวไปติดขาสาวชาวเอเชีย หลังจากนั้นก็โดนเหยียบย่ำติดพื้นที่ปูด้วยหินสีน้ำตาลออกเหลืองเหมือนประสาทอัศวินในยุคกลาง
แผ่นโลหะที่ชายหนุ่มเคาะ จริงๆแล้วเป็นทรงกลมขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่กลางจัตุรัส ทรงกลมประกอบด้วยแผ่นโลหะสี่เหลี่ยมโค้งยึดต่อกันด้วยบางสิ่งบางอย่างที่เขาไม่อาจรู้ได้ บนแผ่นแต่ละแผ่นมีดวงไฟสีแดงสว่างคล้ายดวงตาที่จับจ้องทุกความเคลื่อนไหวของคนงานทุกคน ลูกบอลยักษ์ลูกนี้ ทุกคนรู้จักในนามว่า “เจ้าเมือง”
ทุกคนได้ถูกสอนมาว่า เจ้าเมืองคือสิ่งที่ควบคุมทุกระบบในเมือง มีหน้าที่จัดสรรอาชีพ สั่งงาน ถ่ายทอดความรู้ แต่ก็ไม่มีใครรู้ว่า เจ้าเมืองคืออะไร มาจากไหน บางทีอาจเป็นเพราะไม่เคยมีใครตั้งคำถามแบบนี้เลยก็เป็นได้ เขาเลิกเสื้อสูทสีดำมันขึ้น และหยิบสมุดเช็คลิสต์กระชับไว้ในมือ เขาต้องตรวจสอบแผ่นโลหะทุกแผ่น ตั้งแต่ A1 จนถึง Z9 หน้าที่ของเขาก็แค่เคาะแผ่นโลหะของเจ้าเมืองทีละแผ่นและฟังเสียง เสียงโน้ตตัวโดความถี่ 262 เฮิร์ตซ์ วันละหนึ่งครั้ง

ดอกลาเวนเดอร์ก้านยาว ส่งกลิ่นหอมฟุ้ง ถัดไปเป็นพุ่มดอกกุหลาบสีเหลือง และสีชมพู
ลัดดา หญิงสาวในชุดยาวสีขาวก้มลงดมดอกไม้กลิ่นช็อกโกแลตอย่างพึงพอใจ
“ลัดดา ทำไมถึงไม่ไปทำงาน คุณก็รู้ว่าระเบียบเป็นอย่างไร เวลาที่พักผ่อนของคุณก็มีมากจนเหมือนเป็นอนันต์ คุณยังไม่พอใจอีกหรือ” ชายหนุ่มในชุดสีขาวอยู่ด้านหลังของลัดดา
“การันต์ ฉันชอบที่นี่ ที่นี่เป็นที่ของฉัน ฉันจะอยู่ที่นี่ตลอดไป” ลัดดาพูดด้วยเสียงเล็กน่ารักแต่เฉยชา
“คุณก็น่าจะรู้ได้ว่า [...]

โพสท์ใน เรื่องสั้น | แสดงความเห็น

รหัสสังหาร

แรงบันดาลใจจากเรื่อง ทรงจำ โดย นทธี ศศิวิมล เจ้าของรางวัลชนะเลิศการประกวดเรื่องสั้นวิทยาศาสตร์ รางวัลมติชนปีที่๒
………
ในห้องคอนกรีตเล็กคับแคบและเหม็นอับ ผนังกระจกเงาบานใหญ่สะท้อนภาพชายวัยกลางคนที่นั่งอยู่ที่โต๊ะโลหะฝั่งตรงข้าม เขานั่งเอนตัวมาข้างหน้าท่อนแขนวางอยู่บนโต๊ะและเฝ้ามองกระจกเงาบานนั้นด้วยสายตาที่แข็งกระด้างและเย็นเยียบพอๆกับผิวโต๊ะโลหะนั้น
เบื้องหลังกระจกเงา ชายสองคนในชุดสูทสีเข้มที่เฝ้าสังเกตุการณ์ยังอดรู้สึกเสียวสันหลังจากสายตาเขม็งเกร็งนั้นไม่ได้แม้ว่าจะผ่านงานตำรวจมากว่ายี่สิบปีและเจอฆาตกรโรคจิตมานักต่อนัก
“มันมองเหมือนมันเห็นพวกเรา” หมวดสุชาติเอ่ยปากด้วยความรู้สึกไม่แน่ใจ
หมวดมานะหัวเราะตอบ”ไม่เอาน่า… นี่อย่าบอกนะว่าหมอนั่นทำให้นายรู้สึกกลัว”
หมวดวีระพันธ์เดินเข้าห้องสอบสวนพร้อมแฟ้มปึกใหญ่ในมือ การปรากฎตัวของเขาช่วยลดความอึดอัดลงได้เล็กน้อย แต่ก็เป็นเพียงชั่วครู่

ชายหนุ่มหยุดยืนนิ่งอยู่ข้างโต๊ะรอจนประตูปิดเรียบร้อยขณะที่ชายวัยกลางคนยังคงไม่ละสายตาออกมาจากกระจกเงา ไม่มีใครรู้ว่าเขากำลังเพ่งมองภาพสะท้อนของตัวเขาเองในกระจกหรือมองทะลุเข้าไปถึงด้านหลัง … ไม่น่าเป็นไปได้ หมวดวีระพันธ์คิดก่อนค่อยๆหยิบภาพทีละใบวางลงต่อหน้าชายวัยกลางคนนั้น
มันเป็นภาพอันสยดสยองของที่เกิดเหตุในตรอกเล็กๆใกล้ชุมชนแออัด
หญิงสาวนอนเปลือยกายอยู่บนพื้นคอนกรีตในท่า The Vitruvian Man ของลีโอนาโดดาวินชี เพียงแต่ที่แตกต่างกันคือผิวหนังที่ถูกเปิดออกไปทั่วร่างและอวัยวะภายในที่ถูกนำออกมากองเกลื่อนอยู่ภายนอก รอยเลือดสาดกระจายไปรอบพื้นที่แสดงถึงการชำแหละที่เต็มไปด้วยพลังที่โกรธเกรี้ยวซึ่งขัดแย้งกับรอยกรีดมีดอันแม่นยำและละเอียดอ่อนราวกับนักศัลยกรรมมือหนึ่ง
มันเป็นตอนที่หมวดวีระพันธ์เดินมาถึงอีกฝั่งของโต๊ะหลังจากเรียงรูปไปกว่าห้าใบ ชายชราจึงเอียงคอมองหน้าเขาอย่างช้าๆและเงียบงัน
“ดร.ภานุ” หมวดวีระพันธ์เอ่ยทักทาย “เราจับคุณได้ในที่เกิดเหตุ อาวุธสังหารคือมีดผ่าตัดอยู่ในมือคุณ เลือดของผู้ตายเต็มร่างคุณอยู่ … คุณไม่มีทางหลุดคดีแน่ๆ… แต่ที่เราอยากรู้คือ ทำไม ”
ดร.ภานุค่อยๆเอนหลังพิงพนักอย่างเงียบงันโดยไม่ละสายตาจากหมวดวีระพันธ์
“คุณค้นห้องของผมแล้วใช่ไหม” เขาตอบกลับอย่างเยือกเย็น สงบนิ่งจนน่าขนลุก
“ใช่” หมวดวีระพันธ์ผงกศรีษะรับ
“เหตุผลทุกอย่างอยู่ที่นั่น มันอยู่ในนั้น”
“ไม่… เราตรวจสอบแล้ว คุณมีแฟ้มของผู้ตาย คุณเป็นหมอรักษาเขามานานกว่าสิบปี แล้วคุณก็ฆ่าเขา ทำไม?”
“คุณไม่เห็นหรือว่าเรากำลังสร้างอะไร … การรักษาด้วยยีนต์ … มันผิดหมด … เรากำลังสร้างสัตว์ประหลาด เรากำลังสร้างปีศาจ” น้ำเสียงของเขาสูงขึ้นพร้อมอารมณ์ที่โกรธเกรี้ยว
หมวดวีระพันธ์ได้แต่ส่ายศรีษะ คดีนี้คงจบลงที่โรงพยาบาลบ้า เขาตัดสินใจเดินออกจากห้อง
“ไม่ … เดี๋ยวก่อน [...]

โพสท์ใน เขียน เขียน เขียน, เรื่องสั้น | 1 ความคิดเห็น

(ตอน๒)การแก้ไข

the thing that need to do
แล้วสิ่งที่เมธีเป็นกังวลก็เกิดขึ้นจริงๆ
บริเวณเขตที่สิบสอง พื้นที่ที่สาม กลายเป็นแหล่งกักกันโรคติดต่อไปโดยทันที
ไวรัสแพร่กระจายตัวและกลายพันธ์เร็วกว่าที่ทุกฝ่ายคาดการเอาไว้

ถึงตอนนี้บริเวณบาร์เครื่องดื่มที่เมธีและวิทยานั่งอยู่ก็กลายเป็นแหล่งกักกันโรคด้วยแล้วเช่นกัน
ไม่เว้นแม้แต่สถานีตำรวจที่นายยามาดะถูกนำตัวไปกักขังไว้
“ที่นี่ก็ด้วยเหมือนกัน” แกรี่บ่นผ่านเครื่องมือสื่อสารที่ฉายอยู่บนประสาทตาของวิทยา
“แกรี่ฝากทักทายครับหัวหน้า” วิทยารายงาน
ในตัวของเมธีไม่มีการปลูกฝังอุปกรณ์อิเล็คโทรนิคใดๆเลยแม้แต่ชิ้นเดียว
เมธีผงกศรีษะแสดงการรับรู้ก่อนยกแก้วเครื่องดื่มขึ้นกระดก
“แล้วเราจะเป็นอะไรไหมครับหัวหน้า”
“ด้วยจากอัตราความเร็วในการเสียชีวิตของนายอัลวิน เรื่องนี้น่าจะจบลงในเวลาไม่นานนัก”
วิทยาไม่แน่ใจว่านี่เป็นข่าวดีหรือข่าวร้ายกันแน่
“CDC(Centers for Disease Control and Prevention) แจ้งว่า พวกเขาน่าจะสามารถสะกัดวัคซีนจากนายยามาดะได้ภายในเวลาสี่สิบแปดชั่วโมง”วิทยารายงาน
“น่าจะเป็นข่าวดีใช่ไหมครับ เพราะนายยามาดะถูกคุมตัวเอาไว้อยู่แล้ว และ CDC ก็อยู่ที่นั่นแล้ว” วิทยายิ้มเจื่อนๆ เขาเองก็รู้ตัวดี
นายอัลวินเสียชีวิตภายในเวลาไม่ถึงสามชั่วโมง
วัคซีนมาไม่ทันพวกเขาแน่ๆ
ชายหนุ่มและหญิงสาวโต๊ะข้างๆเริ่มไอ
มันอาจจะเป็นอุปทานหรือจิตวิทยาหมู่ก็เป็นได้ แต่ใครจะรับรองเรื่องนั้น
โดยปกติคนที่รักษาความสะอาดแบบสุดโต่งมักจะไม่เข้าสังคมหรือใช้พื้นที่สำหรับคนหมู่มากอยู่แล้ว แต่ก็อาจจะเป็นไปได้ว่าระบบ MAID ได้ทำให้ระบภูมิคุ้มกันของคนปกติทั่วไปอยู่ในสภาพที่อ่อนแอโดยไม่ตั้งใจ
“เราตรวจหาเชื้อไวรัสได้ไหม” เมธีถาม
“MAID ทำได้ครับ” วิทยาตอบ “แสดงผลบนกำแพง”
ภาพที่ได้ไม่เป็นที่พึงประสงค์นัก
การตรวจจับเชื้อไวรัสจากคุณยามาดะ แสดงการกลายพันธุ์ไปหลายขั้นแล้ว และตรวจพบการแพร่กระจายในพื้นที่แล้ว
ความโกลาหลเกิดขึ้นในบัดดล บางคนพยายามพังประตูออกไป
“ทุกคนอยู่ในความสงบ” เมธีตะโกน “ยาต้านไวรัสอยู่ที่นี่แล้ว”
“หัวหน้ากำลังโกหก?” วิทยากระซิบ
“เปล่าสักหน่อย มันอยู่ที่นี่แล้วจริงๆ”
การเข้าจับตัวกับไวรัสเกิดขึ้นโดยทันทีที่ MAID ได้รับคำสั่ง
องค์ประกอทางเคมีที่มีลักษณะเฉพาะถูกควบคุมได้อย่างรวดเร็ว
ในการทำงานแบบทั่วไป MAID จำเป็นต้องใช้เวลาในการระบุเชื้อโรค ยิ่งเมื่อมีการกลายพันธุ์อย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว การระบุสายพันธุ์เชื้อโรคของ MAID จึงไม่สามารถทำงานได้ทัน จนเป็นเหตุให้นายอัลวินถึงแก่ชีวิต
แต่ในกรณีนี้โครงสร้างทางเคมีเบื้องต้นถูกกำหนดอย่างชัดเจน รวมถึงลักษณะความเป็นไปได้ของการกลายพันธุ์ MAID จึงประสบผลสำเร็จแทบจะในทันที
“แล้วมันจะออกมาไหมครับเนี่ย” วิทยาบ่นหลังจากดื่ม(กิน)นาโนบอทเข้าไป
“วันๆนายกินมันเข้าไปตั้งกี่ครั้งแล้วก็ไม่รู้”
“แหม ก็ใช่หล่ะครับ มันปะปนอยู่ในอากาศและน้ำดื่มอยู่ตลอดเวลาอยู่แล้ว แต่พอรู้ตัวว่ากินมันเข้าไปอย่างตั้งใจ [...]

โพสท์ใน เขียน เขียน เขียน, เรื่องสั้น | ติดป้ายกำกับ | แสดงความเห็น

(ตอน๑)บ้านซึ่งสะอาดอยู่เป็นนิจฯ

the house that’s always clean
อัลวิน สูดลมหายใจลึกเข้าเต็มปอด หลังจากการวิ่งออกกำลังกายกว่าสิบกิโลเมตรที่สวนสาธารณะใกล้บ้าน
แต่เขากลับพบว่า อากาศในบ้านของเขากลับให้ความรู้ปลอดโปร่งและสะอาดสะอ้านมากกว่าอากาศในบริเวณสวนสาธารณะเสียอีก
ต้องขอบคุณเทคโนโลยีนาโนบอทที่ช่วยทำความสะอาดบ้านของเขาอยู่ตลอดเวลา

นาโนบอทคือหุ่นยนตร์เล็กๆในระดับ นาโนเมตร(10ยกกำลัง-9 เมตร) ซึ่งถึงแม้ปัจจุบันจะอยู้ในระดับที่เล็กกว่านั้นแล้วก็ตาม แต่คำว่านาโนบอทถูกใช้เรียกจนเป็นคำติดปากไปเสียแล้ว(ปัจจุบันเทคโนโลยีอยู่ที่ อัตโตเมตร แต่ควาดว่าจะไปสู่ ยอกโตเมตร ภายในปลายปีนี้)
MAID 3.2.1 (Multi-perpose Appliance Initial for Delight) เป็นระบบบริหารจัดการที่พักอาศัยโดยนาโนบอทที่ทันสมัยที่สุดในปัจจุบัน
แบ่งการทำงานออกเป็นสามส่วนหลักๆคือ สร้าง ทำลาย และ สื่อสาร
การสร้างในที่นี้คือการปรับเปลี่ยนรูปทรง การสังเคราะห์เคมีบางประเภทเช่นน้ำสะอาดโดยดึงโมเลกุลของไฮดโรเจนและออกซิเจนออกจากอากาศ และรวมถึงการสังเคราะห์พลังงานจากองค์ประกอบแวดล้อม เช่นความร้อนจากผิวกายมนุษย์, การยืดหดตัวของพื้นที่โดยรอบ, การแตกตัวและรวมตัวของอะตอม(fission & fusion) เป็นต้น ซึ่งพลังงานที่เกิดขึ้นสามารถหล่อเลี้ยงการใช้งานภายในอาคารได้เพียงพอ
การทำลาย มักมุ่งเน้นไปที่การทำความสะอาดเป็นหลัก เช่นรอยเปื้อนทั่วไป ไปจนถึง การกำจัดขยะครัวเรือน และของใช้ทั่วไป หรือแม้แต่ตัวนาโนบอทที่ชำรุดเสียหายเอง
การสื่อสาร ประกอบด้วยการรับและการส่งข้อมูลทั้งแง่รูปภาพ เสียง อักขระ คลื่นความร้อน เป็นต้น
นาโนบอทสามารถสร้างตัวเองทดแทนวัสดุอุปกรณ์ต่างๆได้ ทั้ง จอภาพแสดงผล โต๊ะ เก้าอี้ หรือแม้กระทั้งกระดาษที่เราเคยรู้จัก
คุณไม่ต้องทิ้งทำลายสิ่งใดๆอีกต่อไป เพราะมันคือนาโนบอทที่จะจัดเรียงตัวใหม่อันเป็นส่วนหนึ่งของผนังบ้านของคุณเอง
ก่อนที่เขาจะอาบน้ำชำระร่างกาย เสียงกริ่งเรียกจากประตูหน้าก็ดังขึ้น

เมธี ยืนมองร่างไร้วิญญาณของ [...]

โพสท์ใน เขียน เขียน เขียน, เรื่องสั้น | ติดป้ายกำกับ | แสดงความเห็น

แสง…จิต…เวลา…อายุขัย…? (I)

ห้องทรงงาน ณ ที่ประทับของจักรพรรดิจามาคะที่ ๑๙ แห่งอาณาจักรกุทรุสกะ๑ บุรุษรูปร่างสูงเด่นเป็นสง่า ผู้มีแววตาคมกริบแฝงไปด้วยอำนาจ ผิวพรรณละเอียดผุดผ่องดั่งทอง นั่งจ้องมองอีกหนึ่งบุรุษหน้าตาคมสัน ผมยาวออกสีน้ำตาลแดงที่มีแววตาเต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจในตัวเองที่สูง
แม้ภายในห้องจะเย็นเฉียบด้วยเครื่องปรับอากาศสักปานใด แต่ทว่าในหัวใจของบุรุษผู้สง่ากลับร้อนลุ่มดั่งกองไฟก็ไม่ปาน ดีกรีที่เพิ่มสูงขึ้นของธาตุไฟในร่างกายมิอาจถูกปิดบัง อำพรางเอาไว้ได้ด้วยไอเย็นแห่งแอร์ มันแพร่กระจายสะท้อนออกมาทางแววตาและท่าทางของเขาที่เริ่มกระสับกระส่ายอย่างเห็นได้ชัด
เขายังคงจับจ้องบนใบหน้าของบุรุษผู้มาดมั่นที่นั่งอยู่ตรงข้ามอย่างไม่วางตา ประหนึ่งว่าเพื่อต้องการเสาะแสวงหาความจริงแท้ในบางสิ่งบางอย่างอันสำคัญ!
เขาขยับตัวเล็กน้อยก่อนก้มดูในรายงานอีกครั้งเพื่อตรวจสอบความมั่นใจในข้อมูลบางอย่างให้แน่ชัด ชั่วขณะแห่งความเงียบที่คืบคลานเข้ามาเหมือนประหนึ่งว่ามันเกิดขึ้นแสนยาวนาน พลันบุรุษผู้แฝงด้วยอำนาจและความสง่าเงยหน้าขึ้นมาอีกครั้ง
“เป…เป…เป็นไปไม่ได้…อะไรกันนี่…ท่านแน่ใจนะ!!!” น้ำเสียงตะกุกตะกักที่แฝงไปด้วยความตกใจและความไม่มั่นใจอยู่ในที ทั้งที่พยายามควบคุมมันอย่างเต็มที่แล้ว
“ครับท่าน! ภายในอีกห้าปีข้างหน้า เผ่าพันธุ์ของมนุษย์เราจะมีอายุขัยโดยเฉลี่ยอยู่ที่ สี่ปี!” เขาเน้นประโยคสุดท้ายพร้อมกับย้ำอย่างหนักแน่นในข้อมูลและข้อเท็จจริงที่ปรากฏ!

๑   ตุลาคม    กุสกะ   ๔๕๕๓
ภายในห้องรับรอง “จามาคะที่ ๑๒” ของปราสาทที่ประทับแห่งองค์จักรพรรดิ ผู้เข้าร่วมประชุมต่างมีเสียงงึมงำดังไปทั่วห้อง บรรยากาศภายในห้องขณะนี้มีท่าทีตื่นตระหนกและตกใจในบางสิ่งบางอย่าง! เสียงงึมงำหยุดลงเมื่อประตูบานใหญ่ของห้องรับรองถูกเปิดออก
บุรุษรูปร่างสูงสง่า ปรากฏกายขึ้น ผมยาวสีดอกเลา นัยน์ตาคมกริบแฝงด้วยอำนาจเมื่อผสมกลมกลืนกับชุดฉลองที่เต็มยศนั้นยิ่งทำให้รัศมีแห่งพลังและอำนาจแผ่ปกคลุมไปทั่วทุกอณูของพื้นที่ที่ปรากฏกาย ทุกคนภายในห้องลุกขึ้นยืนและถวายความเคารพโดยพร้อมเพรียงกัน เมื่อจักรพรรดิจามาคะที่ ๑๙ ประทับนั่งลงตรงด้านหน้าทำให้ดูเด่นเป็นสง่ายิ่งนัก หลังจากนั้นทุกคนภายในห้องจึงนั่งลงโดยพร้อมเพรียงกันอีกครั้ง
“ทุกท่านคงได้ดูในรายงานกันแล้ว เมื่อ ๒ สัปดาห์ที่ผ่านมา ดร.อนุได้นำข้อมูลดังกล่าวมาให้เราดู” หยุดพักเว้นระยะ
“มันเป็นข้อมูลที่เหลือเชื่อมาก! แต่ก็เต็มไปด้วยพื้นฐานตรรกะทางเหตุผลและข้อเท็จจริงอันอิงกับกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ที่มีมารองรับจนยากจะปฏิเสธ เราถือว่าเรื่องดังกล่าวนี้เป็นภัยร้ายแรงที่คุกคามมวลมนุษยาชาติในเผ่าพันธุ์มนุษย์ของเราอย่างยิ่งใหญ่ที่สุด! ที่จะต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน!” ท่านจามาคะที่สิบเก้ากล่าวด้วยเสียงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยอำนาจและทรงพลังดังก้องไปทั่วทั้งห้อง ยิ่งทำให้ดีกรีแห่งความร้อนที่ครุกรุ่นอยู่ก่อนหน้าเริ่มกลับมาปะทุขึ้นอีกครั้ง เมื่อท่านจามาคะกล่าวจบลง
“อะ…อะไรกันนี่!!! อา…อายุขัยในอีกห้าปีข้างหน้าจะเหลือแค่สี่ปีงั้นเหรอ! นี่ขนาดอายุขัยในปัจจุบันโดยเฉลี่ยของพวกเราอยู่ที่ประมาณ ๑๐ ปี! ก็ยังถือว่าสั้นมากแล้ว หากลดเหลือแค่สี่ปี… มะ…มันไม่จริงใช่ไหมดร.อนุ!” [...]

โพสท์ใน เขียน เขียน เขียน, เรื่องสั้น | ติดป้ายกำกับ | 3 ความเห็น

Trap

แท่งโลหะสังเคราะห์โค้งสามแท่งประกบและเรียงตัวกัน สร้างรูปทรงกลมขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณสามเมตร ตั้งอยู่ตรงกลางห้องโถงกว้างเกือบสามสนามฟุตบอล
ที่ซึ่งดร.ปราโมทย์ใช้เป็นพื้นที่ทดลองเพื่อดักจับอนุภาคที่ยังไม่สามารถถูกยึดครองได้มาก่อน
นั่นคือ anti matter หรือ ปฎิสสาร นั่นเอง
เป้าหมายของดร.ปราโมทย์คือเก็บกักมันในสภาพที่ยังคงพลังงานของมันอยู่ให้ได้ในช่วงเวลาที่นานที่สุด
สิ่งที่เขาสร้างคือพื้นที่ที่สามารถเก็บกักพลังงานอันมหาศาลเอาไว้ให้ได้

โดยการสร้างสนามพลังงานความเข้มข้นสูงขึ้นในรูปทรงกลมที่แท่งโลหะสังเคราะห์นั้นสร้างขึ้น จากนั้นเร่งอนุภาพภายในพื้นที่จนอยู่ในรูปของพลาสม่า ก่อนเริ่มกระบวนการนำพลังงานจากการแผ่รังสีกลับมาใช้ใหม่เพื่อรักษาสภาพทรงกลมนั้น
ผลก็คือพื้นที่ที่พลังงานสมบูรณ์ เสมือนพลังงานที่อยู่ในระบบปิด
ด้วยสมมุติฐานนี้ดร.ปราโมทย์เชื่อว่า วัตถุพลังงานใดก็ตามที่เคลื่อนที่ผ่านมา จะถูกกักเก็บอยู่ในพื้นที่ทรงกลมนี้ และ ปฎิสสาร ก็ไม่อยู่ในข้อยกเว้น
ผมมองว่าแนวคิดของดร.ปราโมทย์ก็น่าสนใจดีแต่ผมก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรกับมันมากนักเพราะหลังจากติดตามงานวิจัยของเขามาสักพักผมก็พบว่ามันไม่ค่อยเป็นชิ้นเป็นอันสักเท่าไร
จนกระทั่งวันหนึ่งดร.ปราโมทย์โทรมาหาผมและเรียกให้ผมมาที่ห้องทดลองของเขาโดยด่วน
นั่นทำให้ผมเดินทางมาเห็นอุปกรณ์ของเขาในวันนี้ และสิ่งที่จะเปลี่ยนชีวิตผมไปตลอดกาล

“คุณมองเห็นกลุ่มหมอกจางๆตรงนั้นไหม” ดร.ปราโมทย์ชี้ที่จอภาพที่ถ่ายภาพจากทรงกลม เนื่องจากไม่สามารถมองทรงกลมพลังงานได้โดยตรงด้วยสายตาปกติ
“อันนี้บันทึกด้วยอัตราความเร็วเท่าไรครับ”
“ประมาณสามหมื่นเฟรมต่อวินาที”
ผมขยับแว่นกันแสงหนาหนักพยายามมองทรงกลมพลังงานตรงๆแต่สิ่งที่ผมเห็นคือทรงกลมสีขาวขนาดมหึมาที่ไม่มีอะไรเลย
“แล้วทำไมคุณถึงคิดว่านั่นคือ ปฎิสสาร”
“ผมก็ตั้งคำถามนั้นอยู่เหมือนกัน แต่ลองคิดดูสิ นี่คือทรงกลมที่เป็นพลังงานสมบูรณ์ ไม่มีอะไรอยู่ในนั้นนอกจากพลังงาน ถ้าไม่ใช่ ปฎิสสาร ผมก็ยังนึกไม่ออกว่าจะเป็นอะไรได้อีก”
“คุณกักมันไว้ได้กี่ชั่วโมงแล้วครับ”
“นี่น่าจะครบ สิบสองชั่วโมงแล้ว”

ผมถูกโทรตามในอีก ยี่สิบสี่ชั่วโมงต่อมา ด้วยน้ำเสียงที่ตื่นเต้นยิ่งกว่าเดิม
“มันพูดกับผม” ดร.ปราโมทย์บอก

“คุณบอกว่าพลังงานทั้งหมดถูกเก็บไว้ แต่เสียงก็เป็นพลังงานนี่ครับ”
“ใช่ นั่นแหล่ะที่ทำให้ผมประหลาดใจ แต่ผมเข้าใจว่ามันอาจจะเป็นการสั่นผ่านแกนโลหะสังเคราะห์ หรืออาจจะเป็นการเหนี่ยวนำให้เกิดการสั่น ซึ่งไม่ใช่การสั่นโดยการใช้พลังงานโดยตรง”
ผมพยายามฟังสิ่งที่ถูกบันทึกไว้ แต่สิ่งที่ได้ยิน เหมือนเสียงวัตถุผิวหยาบบดใส่กันมากกว่า
มันให้ความรู้สึกเสียวฟัน แสบแก้วหู โหยหวน และเย็นสันหลัง ในเวลาเดียวกัน

ผมฟังเสียงบันทึกนั้นได้ประมาณสองสามวินาที ผมก็แทบบ้าแล้ว
แต่นี่ผ่านมาเกือบสามสิบหกชั่วโมงแล้วที่เสียงนั้นเริ่มต้นขึ้น และดร.ปราโมทย์ก็บอกว่ามันไม่เคยเงียบนับจากนั้น
แล้วผมก็ได้รับโทรศัพท์อีกครั้ง
“คุณต้องรีบมาดูนี่โดยด่วน”

สิ่งที่ผมเห็น ใกล้เคียงหนังสยองขวัญเข้าไปทุกที
เงาดำจางๆก่อนหน้านี้ บัดนี้เข้มข้นและขยายใหญ่ขึ้น
“ผมลองปรับความถี่ในย่านต่างๆ ตอนที่ผมพบว่ามันเป็นคำหลายๆคำในย่านความถี่ที่ต่างกันตามค่า log6″
“หมายถึงมันเปลี่ยนความถี่ไปเรื่อยๆ”
“ใช่ๆ รวมถึงความเร่งด้วย และบางคำก็เหมือนกับการพูดกลับหลัง”
แล้วเขาก็สังเคราะห์เสียงให้ฟัง
“ปล่อย … ฉัน … ไป”

ผมกลับมานั่งตั้งสติอยู่ที่บ้านตนเองเกือบสองวัน หลังจากได้ยินคำเหล่านั้น
แล้วผมก็เริ่มคิดได้ว่า นี่อาจจะเป็นการเล่นตลกของดร.ปราโมทย์เองก็เป็นได้
เขาอาจจะกำลังจนตรอกจากความล้มเหลวในการทำงานและผลงานวิจัยต่างๆที่ผ่านมา
ถ้าใช่ [...]

โพสท์ใน เขียน เขียน เขียน, เรื่องสั้น | แสดงความเห็น

อัลดร้า

โดย วรากิจ เพชรน้ำเอก
ลำแสงประหลาดจากเบื้องบนพุ่งลงมาเหนือบริเวณบ้านกลางท้องทุ่งอันสงบเงียบของเทวินทร์
มันเป็นแสงสีเงินระยิบระยับสวยงามยิ่งนักลำแสงนั้นเคลื่อนไปรอบๆพร้อมกับเสียงครางเบาๆจากวัตถุบางอย่างที่มีขนาดอันมโหฬารซึ่งลอยตัวอยู่เหนือยอดไม้ใหญ่
เทวินทร์ตรงรี่ไปที่หน้าต่างในขณะที่ภรรยากับลูกสาววัยรุ่นทั้งสองต่างยืนกอดกันด้วยความตื่นตระหนก
เขาเหลือบมองไปยังที่มาของลำแสงซึ่งเป็นยานบินขนาดใหญ่มากจนกระทั่งบดบังดวงอาทิตย์ราวกับร่มยักษ์
ตัวยานเปล่งแสงสีทองเรืองรองอย่างอลังการเทวินทร์จ้องมองสัญลักษณ์คล้ายกังหันหรือดาราจักรที่เขาเคยเห็นซึ่งปรากฏชัดที่พื้นผิวด้านล่างของยาน
เขาตะลึงงันกับผู้ที่มาเยือนจากห้วงอวกาศอันแสนไกลและพยายามใช้จิตสัมผัสติดต่อกับผู้ที่ขับเคลื่อนยานลำนั้น
แต่มิติแห่งกาลเวลาที่ยังเหลื่อมล้ำกันอยู่ทำให้ไม่อาจสื่อสารกันได้
“…..อัลดร้า…..” เขาเอ่ยชื่อๆหนึ่งเบาๆ
เทวินทร์เปิดประตูแล้วก้าวออกไป

เขามองดูยานอวกาศสีทองลำยักษ์ซึ่งขณะนี้ได้ลอยตัวนิ่งและหมุนรอบตัวเองอย่างช้าๆอยู่เหนือศีรษะอย่างไม่เชื่อสายตา ทันใดนั้น ยานบินลำนั้นก็พร่ามัวคล้ายเป็นเพียงภาพเงาและอันตรธานหายไปในความว่างเปล่า
ภาพของความทรงจำที่ประทับอยู่ในจิตใต้สำนึกปรากฏขึ้นในความนึกคิด เขาหยิบเครื่องประดับที่ห้อยคออยู่ขึ้นมาดู
มันเป็นผลึกใสที่ให้ความรู้สึกเยือกเย็นและสงบเมื่อสัมผัส
“เทวินทร์”
เกตุ ภรรยาของเทวินทร์ร้องเรียกและโผเข้าหาสามีทันทีเมื่อเขากลับเข้ามาในบ้าน
“ไม่ต้องกลัว” เทวินทร์ปลอบประโลม
ลูกสาวทั้งสองวิ่งเข้ามากอดเขา ร่างกายของเด็กสาวสั่นเทา
“เกิด…อะไร…ขึ้นข้างนอกนั้น…คะ” เกตุถามเสียงละล่ำละลัก
เธอไม่เคยหวาดกลัวอะไรเช่นนี้มาก่อนเลย
“อัลดร้า” เทวินทร์ตอบ
“อัลดร้า…ดวงดาวที่คุณเคยไปสำรวจเมื่อสิบห้าปีก่อนน่ะหรือคะ” เกตุถาม
สามีของเธอเคยเล่าเรื่องดวงดาวที่ชื่ออัลดร้าให้เธอฟังก่อนที่เธอกับเขาจะแต่งงานกัน
เทวินทร์พยักหน้า เขาเหลือบมองออกไปนอกหน้าต่างอีกครั้ง
“พวกเขามาที่นี่ทำไมคะ” เกตุสงสัย
เทวินทร์ส่ายหน้า
“เขาจะมาอีกไหมคะ”
“เขายังไม่ได้จากไปไหน”
……………
เจ้าหน้าที่จากองค์การเพื่อการศึกษาชีวิตจากต่างดาวนับสิบในชุดคล้ายมนุษย์อวกาศเดินทางมายังบ้านของเทวินทร์แต่เช้าตรู่
พวกเขาช่วยกันติดตั้งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์มากมายรวมทั้งเครื่องยิงลำแสงอำนาจทำลายล้างสูงสำหรับป้องกันตัวในกรณีถูกโจมตีซึ่งขนมาด้วยตู้คอนเทนเนอร์ถึง 5 ตู้
เทวินทร์กับเกตุและลูกๆเดินออกมาดูความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในบริเวณบ้านของพวกเขาทั้งๆที่ยังอยู่ในชุดนอนและงุนงงกับสิ่งที่เกิดขึ้น
“เราได้รับแจ้งเรื่องวัตถุบินลึกลับเหนือบ้านของคุณ”
ดร.วรุณ หัวหน้าหน่วยสืบสวนแผนกสิ่งมีชีวิตจากต่างดาวกล่าวพร้อมแสดงหมายจากศาลซึ่งอนุญาตให้เขากับเจ้าหน้าที่ทั้งหมดมีสิทธิ์เข้ามาตรวจสอบข้อเท็จจริงได้โดยไม่ต้องแจ้งให้เจ้าของบ้านรู้ล่วงหน้า
“ใช่ครับ…แต่พวกคุณไม่จำเป็นต้องแห่กันมาเป็นกองทัพอย่างนี้เขาไม่มีอันตรายอะไร”
เทวินทร์รู้สึกไม่สู้จะพอใจเท่าไหร่นัก
แต่เขาก็ต้อนรับแขกผู้มาเยือนด้วยการพาเดินชมรอบๆบริเวณบ้านลูกสาวทั้งสองของเขายืนดูจานรับสัญญาณที่หมุนรอบแกนอย่างช้าๆด้วยความสนใจในขณะที่เจ้าหน้าที่หลายคนกำลังช่วยกันวัดค่ากัมมันตภาพรังสีตามจุดต่างๆ
“ผมทราบมาว่าคุณคือนักบินอวกาศที่เคยไปปฏิบัติภารกิจนอกแกแล็กซีและประสบอุบัติเหตุบนดาวอัลดร้าเมื่อสิบห้าปีที่แล้ว แต่ตามรายงานไม่ได้ระบุว่าคุณกลับมายังโลกได้ยังไง” ดร.วรุณบอก
เขาเหลือบมองท้องฟ้าใสและว่างเปล่า
“ดูเหมือนว่าวัตถุบินลึกลับนั่นมีเจตนามาหาคุณโดยเฉพาะ”
“เขามาจากอัลดร้า”
“ทำไมคุณจึงแน่ใจเช่นนั้น”
“ผมไม่เคยลืมพวกเขา”
……………
สามวันแล้วที่เจ้าหน้าที่จากองค์การเพื่อการศึกษาชีวิตจากต่างดาวยังคงปักหลักอยู่ที่บ้านของเทวินทร์
ดร.วรุณมั่นใจว่ายานอวกาศจากอัลดร้าจะต้องกลับมาอีกอย่างแน่นอนเครื่องรับสัญญาณวิทยุส่งเสียงประหลาด
มันเป็นเสียงคลื่นวิทยุที่ขาดหายเป็นช่วงๆและไม่ชัดเจนนักมันไม่ใช่คลื่นจากอวกาศ
หากแต่เป็นคลื่นที่เกิดจากแหล่งกำเนิดซึ่งเคลื่อนที่ไปมาไม่ไกลจากที่นี่เท่าไหร่นัก
“ทำไมพวกเขาจึงยังไม่ปรากฏตัวล่ะคะทั้งๆที่อุตส่าห์เดินทางข้ามจักรวาลมาหาคุณ”
เกตุรู้สึกกระวนกระวายใจกับการรอคอยที่ไร้กำหนดเวลา
“เขาคงรอให้มิติเวลาของเขากับของเราซ้อนทับกันสนิทเป็นมิติเวลาเดียวกันเพื่อที่เขาจะได้สามารถเข้าสู่มิติเวลาของเราได้โดยไม่เกิดพาราด็อกซ์”
“พาราด็อกซ์งั้นหรือคะ”
“ใช่ มันคือความขัดแย้งในข้อเท็จจริงระหว่างกาลเวลาที่แตกต่างกัน”
……………
กองกำลังต่อสู้อากาศยานจากกองร้อยปตอ.ที่สามพร้อมอาวุธแสงอำนาจทำลายล้างสูงนำกำลังมาสมทบตามคำสั่งของรัฐบาลเมื่อได้รับแจ้งจากดร.วรุณว่า สามารถระบุตำแหน่งยานอวกาศจากดาวอัลดร้าได้แล้วผู้คนได้รับคำสั่งให้อพยพออกจากพื้นที่ในทันที
แต่เทวินทร์กับครอบครัวยืนยันที่จะไม่ย้ายไปไหน
เสียงครางเบาๆดังขึ้นเหนือยอดเขาที่ห่างออกไปไม่ไกลเมฆหนาทึบบนท้องฟ้าดูปั่นป่วนราวกับท้องทะเลที่บ้าคลั่งก่อนที่จะแหวกออกเป็นช่องวงกลมขนาดมหึมาและมองเห็นความมืดมิดที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังทั้งๆที่ดวงอาทิตย์ยังคงส่องแสงเจิดจ้า
ลำแสงสีเงินพุ่งลงมาสู่พื้นผ่านช่องเมฆนั้น บางสิ่งบางอย่างปรากฏขึ้นยานบินอันใหญ่โตมโหฬารลอยผ่านช่องเมฆลงมาเผยให้เห็นพื้นผิวโลหะเปล่งประกายสีทองอร่ามสวยงามราวกับยานพาหนะของเทพเจ้ายานอวกาศจากอัลดร้าแหวกเมฆลงมาอย่างช้าๆ
ความยิ่งใหญ่ตระการตาทำให้ทุกคนที่อยู่ในที่นั้นแทบจุหยุดหายใจด้วยความตื่นตะลึง
เทวินทร์มองดูยานอวกาศจากอัลดร้าที่บัดนี้ได้ลอยลำนิ่งอยู่เหนือศีรษะเขาจำสัญลักษณ์ใต้ท้องยานบินนั้นได้ดี
มันไม่เคยเลือนหายไปจากความทรงจำของเขาเลยแม้วันเวลาจะล่วงเลยไปถึง 15 ปี
“มันเป็นยานโดยสารสำหรับบุคคลสำคัญของอัลดร้า” เทวินทร์บอกกับดร.วรุณ “พวกคุณจะต้องไม่ทำอันตรายเขา”
ยานอวกาศจากอัลดร้าหมุนรอบตัวเองช้าๆ เทวินทร์โบกมือให้เขาสงสัยว่าอาจจะเป็นเธอที่เดินทางข้ามจักรวาลเพื่อมาหาเขาเขาย้อนรำลึกไปในอดีตเมื่อ 15 ปีก่อน
เขาเป็นมนุษย์เพียงคนเดียวที่สามารถเดินทางไปถึงดาวอัลดร้าถึงแม้พื้นผิวภายนอกของดวงดาวจะแห้งแล้งกันดารราวกับดวงดาวที่ตายแล้วและไม่มีสิ่งใดที่บ่งบอกถึงการมีสิ่งมีชีวิตอันทรงภูมิปัญญาบนดาวดวงนั้นเลยสักนิด ในขณะนั้น
ยานสำรวจอวกาศของเขากำลังเดินทางไปถึงขอบของแกแล็กซีทางช้างเผือก
ระบบขับเคลื่อนของยานขอเขาขัดข้องและแกแล็กซีได้เหวี่ยงยานของเขาให้หลุดพ้นจากแรงดึงดูดแล้วล่องลอยไปในอวกาศอย่างไร้จุดหมายด้วยความเร็วอนันต์ คล้ายกับกาลเวลาของเขาได้หยุดนิ่งไประยะหนึ่งและเมื่อทุกสิ่งทุกอย่างกลับเป็นปกติ เขาได้พบว่ายานสำรวจได้ผ่านเข้าสู่วงโคจรเหนือดวงดาวสีน้ำตาลดวงหนึ่งซึ่งพื้นผิวมีเพียงหลุมอุกกาบาตและภูเขาไฟ
ยานของเขาได้พุ่งผ่านชั้นบรรยากาศอันเบาบางแต่คล้ายกับว่ามีแรงบางอย่างช่วยชะลอความเร็วของยานให้ตกลงสู่หลุมอุกกาบาตขนาดยักษ์หลุมหนึ่งอย่างไม่รุนแรงนัก สติสัมปชัญญะของเขาดับวูบลง จนกระทั่ง
“ท่านปลอดภัยแล้ว ท่านจงพักผ่อนจนกว่าท่านจะแข็งแรง”
เสียงอันก้องกังวานและอ่อนโยนของใครบางคนพูดกับเขา
เทวินทร์พยายามลืมตาขึ้นมองหาที่มาของเสียงนั้น ภาพนั้นเลือนรางและค่อยๆชัดเจนขึ้นเมื่อสายตาสามารถปรับสภาพกับบรรยากาศซึ่งมีแสงนวลๆได้ดีขึ้น
เขาได้เห็นเรือนร่างอันสูงสง่าของหญิงสาวคนหนึ่งยืนอยู่ข้างๆเตียงนอนของเขา ใบหน้าของเธองดงามเหลือเกินจนเขาอดสงสัยไม่ได้ว่าเขาคงจะตายไปแล้วและกำลังอยู่ในสรวงสวรรค์
ผิวของเธอเป็นประกายราวกับไข่มุก เรือนผมสีทองและละเอียดอ่อนรากับเส้นไหมยาวสลวยตลอดแผ่นหลังของเธอ เขาพยายามจะลุกขึ้น แต่เธอกลับประคองให้เขานอนลงอีก
“ท่านควรพักผ่อนให้มาก” หญิงสาวบอกกับเขา
เทวินทร์สังเกตเห็นว่าริมฝีปากบางๆของเธอปิดสนิทและอันที่จริงเขาไม่ได้ยินเสียงของเธอที่ควรจะเปล่งออกจากริมฝีปากแต่เขากลับได้ยินเสียงของเธอผ่านทางจิตสัมผัส
“ผมอยู่ที่ไหน” เทวินทร์ถาม
“อัลดร้า…ท่านเป็นชีวิตนอกดาวของเราชีวิตแรกที่เดินทางมาถึงที่นี่” เธอตอบ “ท่านคงชื่อเทวินทร์”
“คุณรู้ได้ยังไง” เทวินทร์สงสัย
เธอชี้ไปที่ชื่อซึ่งปักอยู่บนชุดนักบินอวกาศของเขาแทนคำตอบและหัวเราะ
“ค…คุณอ่านชื่อผมออก”
“จิตสัมผัสบอกเราทุกสิ่งทุกอย่าง”
“คุณเป็นใคร”
“ข้าชื่อราห์” เธอแนะนำตัว
“ทำไมคุณพูดภาษาของผมได้”
“ข้าไม่ได้พูดกับท่านด้วยภาษาใดๆ ข้าพูดกับท่านด้วยอำนาจแห่งจิตสัมผัส”
……………
เทวินทร์อยู่ที่อัลดร้านานเท่าใด เขาเองก็ไม่อาจตอบได้แต่ราห์ดูแลเขาเสมือนว่าเขาคืออาคันตุกะคนสำคัญของเธอเธอพาเขาไปทั่วทั้งดวงดาวของเธอ
มันไม่ใช่ดวงดาวอันแห้งแล้งกันดารอย่างที่เขาเห็นด้วยตาในทีแรกหากแต่มีมหานครอันสวยงามและอุดมสมบูรณ์แฝงอยู่ในอีกมิติหนึ่งมันดูราวกับเมืองในเทพนิยาย
ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนแล้วแต่เกิดจากภูมิปัญญาอันล้ำเลิศของชาวอัลดร้าซึ่งได้เนรมิตมหานครแห่งนี้ขึ้นมาด้วยวิทยาการอันล้ำยุค
แม้แต่ชาวอัลดร้าทุกคนที่เขาได้พบเห็นและรู้จักทุกคนต่างมีใบหน้าที่สวยงามเหมือนภาพวาดในจินตนาการและมีผิวพรรณเป็นประกายเหมือนผิวไข่มุก เส้นผมของชาวอัลดร้าก็ดูคล้ายกับเส้นใยที่ทำจากทองคำ
“ดวงดาวของคุณเป็นดวงดาวที่สวยงามและสงบสุขอย่างมาก”
เทวินทร์เอ่ยชมในระหว่างการเดินเล่นบนหาดทรายสีทอง
“แต่เราก็มีกองทัพที่เข้มแข็งยิ่งกว่าที่โลกของท่านมี”
สีของเม็ดทรายทำให้เทวินทร์ต้องนั่งลงและกอบทรายขึ้นมาราห์ยิ้มเมื่อเห็นสีหน้าตะลึงงันของอาคันตุกะของเธอ
“ทรายบนอัลดร้าทั้งหมดเป็นผงทองคำบริสุทธิ์” เธอบอก
“โอ…ไม่น่าเชื่อ มันมากมายเหลือเกิน…มันมากพอที่จะซื้อโลกของผมได้ทั้งโลกทีเดียว”
เทวินทร์พูดอย่างไม่เชื่อสายตา เขาไม่เคยคิดฝันว่าเขาจะมีโอกาสได้เห็นทองคำมากมายมหาศาลขนาดนี้
“มันคือโลหะพิเศษสำหรับยานพาหนะของเราเพื่อการเดินทางข้ามจักรวาล”
เทวินทร์มองดูยานอวกาศทองคำลำหนึ่งกำลังทะยานขึ้นสู่ห้วงอวกาศใต้ท้องของมันประดับด้วยสัญลักษณ์คล้ายรูปดาราจักรอันแปลกตา
“แต่สำหรับยานรบเราสร้างด้วยโลหะดำซึ่งได้จากดาวบริวารของเรามันเป็นยานรบที่ไม่มีใครสามารถทำลายได้”
……………
ราห์พาเทวินทร์ไปยังหุบเขาแห่งหนึ่งซึ่งเย็นยะเยือกและมีหมอกบางๆเรี่ยพื้น
เขาเห็นกลุ่มโดมแก้วระยิบระยับมากมายเรียงรายอยู่ภายในหุบเขานั้นมองดูราวกับเป็นเมืองที่สร้างขึ้นจากฟองสบู่
ราห์พาเขาเข้าไปในโดมแก้วที่ใหญ่ที่สุด
ภายในโดมเรืองรองไปด้วยประกายของจุดแสงเล็กๆที่แวววาวตระการตาอย่างที่ไม่อาจจินตนาการออกมาเป็นคำพูดใดๆได้
ชายชราร่างสูงใหญ่ปรากฏกายขึ้นเมื่อลำแสงสีเงินลำหนึ่งซึ่งพุ่งลงมาจากยอดโดมค่อยๆเลือนหายไป
ชุดเสื้อคลุมซึ่งถักทอด้วยเส้นใยทองคำของชายชรากับบุคลิกที่สง่างามทำให้เขาดูเหมือนกับจักรพรรดิหรือพระราชาแห่งจักรวาล
ดวงตาของชายชราดูทรงพลังเมื่อเพ่งมองมาที่เทวินทร์ทำให้เขาถึงกับร่างเย็นเฉียบ
“ท่านคือบิดาของข้าและประมุขแห่งอัลดร้า” ราห์บอก
“ขอต้อนรับอาคันตุกะจากโลก ท่านคงได้เรียนรู้เกี่ยวกับดวงดาวของเรามากเท่าที่ท่านต้องการ [...]

โพสท์ใน เขียน เขียน เขียน, เรื่องสั้น | แสดงความเห็น

เซลล์แมนอนาคต

โดย วรากิจ เพชรน้ำเอก
โชคชะตาของเซลล์แมนธรรมดาๆอย่าง ‘สต๊อฟ จี๊ป’ กำลังจะเล่นตลกกับเขาอย่างเหลือเชื่อเมื่อในเย็นวันหนึ่ง ขณะที่เขากำลังตัดแต่งกิ่งไม้อยู่ในสวนเล็กๆหลังบ้าน อยู่ๆบรรยากาศอันอบอุ่นกลับเย็นเยียบลงอย่างฉับพลัน ท้องฟ้าที่เคยแจ่มใสก็กลับเกิดประจุไฟฟ้าลั่นเปรี้ยงปร้างอย่างน่ากลัว

สต๊อฟหยุดกึก เขาแหงนหน้ามองขึ้นไปเบื้องบน วัตถุบางอย่างกำลังลอยละลิ่วลงมาและตกลงตรงหน้าของเขาพอดีพร้อมๆกับที่ท้องฟ้าอันปั่นป่วนก็กลับเป็นปรกติดังเดิม เขาหยิบวัตถุนั้นขึ้นมา มันเป็นวัตถุคล้ายโลหะสีเงินวาววับดูคล้ายกับนาฬิกาข้อมือที่ใหญ่โตกว่านาฬิกาข้อมือทั่วไปและมีหน้าปัดสี่เหลี่ยมจัตุรัสสีดำ น่าแปลกที่มันไม่บุบสลายแม้แต่น้อยถึงแม้ว่าจะตกลงมาจากความสูงขนาดนั้น
เขาลองสวมมันเข้ากับข้อมือ มันหลวมมากในทีแรกแต่แล้วสายรัดของมันก็กลับหดรัดเข้ากับข้อมือของเขาอย่างพอดิบพอดีได้เองโดยที่เขายังไม่ทันได้ทำอะไรกับมันเลย เขาพยายามถอดมันออกด้วยความตกใจแต่ก็ไม่รู้ว่าจะถอดมันได้อย่างไร
…..แต่แล้ว ทันใดนั้น…..
หน้าปัดอันมืดทึบของเจ้าสิ่งที่ตกลงมาจากฟ้าก็เปล่งแสงสีเขียวเรืองรองขึ้นพร้อมๆกับได้เกิดประจุไฟฟ้าลั่นเปรี้ยงปร้างขึ้นอีกครั้งหนึ่งคราวนี้มันเกิดขึ้นตรงหน้าสต๊อฟห่างออกไปเพียงไม่กี่ก้าวเท้านั้น
“โปรดระบุปีที่ต้องการ”
เสียงคล้ายเสียงของผู้หญิงดังออกมาจากอุปกรณ์ลึกลับที่สต๊อฟสวมอยู่ที่ข้อมือ
“อะไรนะ?” สต๊อฟงุนงง
“ท่านมีอีกเวลาสิบวินาทีในการระบุปีที่ต้องการ” เสียงนั้นร้องเตือนอีก
“2020” สต๊อฟตะโกนลั่น
“ปีคริสต์ศักราช 2020 ยินดีต้อนรับ” เสียงนั้นตอบกลับ
…..ทันใดนั้น…..
อากาศตรงหน้าของสต๊อฟได้แหวกออกเป็นโพรงใหญ่
สต๊อฟมองเห็นใครบางคนอยู่เบื้องหลังโพรงอากาศนั้น
“พระเจ้า!…นั่นมัน” สต๊อฟตะลึง
เขาจ้องมองชายคนหนึ่งซึ่งกำลังจ้องมองเขาอยู่เช่นกันและดูคล้ายกับว่าเขาได้เห็นบ้านของเขาอีกหลังหนึ่งอยู่เบื้องหลังโพรงอากาศนั้นด้วยราวกับถูกมนต์สะกด
สต๊อฟก้าวเข้าไปในโพรงอากาศนั้นโดยไม่รู้ตัว และได้เผชิญหน้ากับชายซึ่งอยู่อีกด้านหนึ่ง สต๊อฟตะลึงชายคนนั้นหน้าตาเหมือนเขาไม่มีผิดราวกับฝาแฝดเพียงแต่ดูแก่กว่าเขาเท่านั้น ทั้งคู่ต่างยืนจ้องมองกันและกันอยู่เป็นเวลานานที่อยู่ๆก็มีใครอีกคนหนึ่งซึ่งเหมือนกับตนราวกับแกะปรากฏตัวขึ้น
“นาย!…” เห็นได้ชัดว่าชายคนนั้นตกตะลึงเมื่ออยู่ๆสต๊อฟปรากฏตัวขึ้น
“สต๊อฟ จี๊ป ฉันชื่อสต๊อฟ จี๊ป แล้วนายล่ะ?” สต๊อฟแนะนำตัวเองและถามกลับ
เขาแน่ใจว่าเขากำลังยืนอยู่ในบ้านของเขาเอง เขาหันไปมองด้านหลัง โพรงอากาศและประจุไฟฟ้าหายไปแล้ว
“เป็นไปไม่ได้ ฉันต่างหาก สต๊อฟ จี๊ป” ชายคนนั้นเถียง
สต๊อฟเล่าเรื่องประหลาดที่ทำให้เกิดเรื่องอันเหลือเชื่อนี้ให้สต๊อฟจี๊ปอีกคนฟังแล้วอวดอุปกรณ์ลึกลับบนข้อมือที่พาเขามาที่นี่ เขาบอกว่าเขามาจากปี 2012
“แปลว่าเจ้านาฬิกาข้อมือนั่นพานายข้ามกาลเวลามายังอนาคต”
“ปีนี้คือปี 2020 ใช่มั้ย?” สต๊อฟจำได้ว่าเขาเป็นคนเลือกปีเองโดยไม่ได้ตั้งใจ
“ใช่” สต๊อฟอีกคนตอบ หมายความว่าเขาแก่กว่าสต๊อฟจากอดีตถึง 8 ปี
สต๊อฟในอนาคตได้พาสต๊อฟนั่งรถยนต์ไปดูความเปลี่ยนแปลงของโลกในปี 2020 มันยังคงเป็นรถยนต์คันเดิมที่เขาใช้อยู่ในปัจจุบันทั้งๆที่รถยนต์ที่เขาเห็นวิ่งอยู่ตามท้องถนนในปี 2020 พัฒนาไปมากด้วยรูปทรงที่ทันสมัยแต่เขาก็ยังเห็นรถยนต์ที่วิ่งอยู่บนท้องถนนจำนวนไม่น้อยที่ยังเป็นรถยนต์จากยุคของเขา
“นายทำอาชีพอะไร?” สต๊อฟถามและประหลาดใจที่ตัวเขาในอนาคตยังคงเป็นเซลล์แมนอยู่
“ปี 2020 [...]

โพสท์ใน เขียน เขียน เขียน, เรื่องสั้น | 4 ความเห็น