เรื่องสั้นส่งประกวด ในหัวข้อ “หุ่นยนต์”: A boy in the Lost Town

โดย วรพร อุงอำรุง

“เมอร์คิวรี่ วอเรนกลับมาแล้วครับ”
“เข้ามาสิ” ชายชราตอบรับเมื่อเห็นชายหนุ่มผมเงินจากจอมอนิเตอร์ดูแลความปลอดภัย เขากระดิกนิ้วกดสวิทช์บนปลายที่วางแขน ประตูเลื่อนเปิดออกเผยให้เห็นห้องพักอันหรูหราที่มีชายชราอาศัยอยู่เพียงลำพัง หุ่นยนต์รับใช้ทรงสี่เหลี่ยมตัวหนึ่งวิ่งเข้ามาหาแขกผู้มาเยือน

[ต้องการรับเครื่องดื่มอะไรดีคะ]
“ไม่ต้องหรอกฉันเป็นหุ่นยนต์ กินอะไรไม่ได้หรอก” ชายหนุ่มโบกมือปฏิเสธ เจ้าหุ่นกระป๋องนิ่งค้างสับสนในการประมวลข้อมูล

“ไปทำงานของเธอต่อเถอะ” เจ้าของบ้านหันไปย้ำกับหุ่นยนต์รับใช้ของตนอีกครั้ง มันจึงยอมเดินจากไป “หึ ๆ เธอมาทีไรทำให้หุ่นยนต์รับใช้เก่า ๆ ของฉันสับสนทุกทีเลยนะวอเรน” ชายชรากล่าว

หากมองจากลักษณะภายนอกแล้ว การที่เมอร์คิวรี่ วอเรนจะถูกเข้าใจผิดว่าเป็นมนุษย์ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร ส่วนสูง 190 เซนติเมตร เส้นผมและดวงตาสีเงิน รูปร่างสูงใหญ่และหน้าตาที่ถูกบรรจงสร้างเป็นอย่างดีทำให้เขาดูเหมือนนายแบบนิตยสารสักคน มากกว่าหุ่นยนต์เหมือนมนุษย์ที่ทำหน้าที่อารักขาบุคคลสำคัญ

“นั่นเป็นเพราะศาสตรจารย์เก่งน่ะสิครับ ถึงสร้างผมได้ดูเหมือนมนุษย์จนหุ่นยนต์ยังแยกไม่ได้” คำตอบจากหุ่นยนต์ตัวโปรดเรียกเสียงหัวเราะจากชายชราได้อีก

“ฉันว่าฉันไม่ได้เขียนโปรแกรมให้เธอเป็นพวกช่างยอนะ ดังนั้นฉันคงภูมิใจได้หากเธอเป็นคนชมนะวอเรน”
“ผมแค่พูดตามความจริงครับ”
“เอาเถอะ ฉันเรียกเธอมาเพราะมีงานให้ทำน่ะ มีหุ่นยนต์เหมือนมนุษย์ตัวใหม่ถูกขึ้นทะเบียนไม่สมบูรณ์ อยากให้เธอไปตรวจสอบให้ที …ฉันอาจใช้ลูกน้องสักคนไปทำแทนก็ได้ แต่ฉันไว้ใจเธอมากกว่า ช่วยหน่อยนะวอเรน”
“ที่ไหนเหรอครับ”
“ลอสท์ทาวน์”

ลอสท์ทาวน์ นครจักรกล เขตขยะอุตสาหกรรม ล้วนเป็นชื่ออย่างไม่เป็นทางการของเขต 10 เขตอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ชั้นนำเมื่อ 30 ปีก่อน เพราะอุบัติเหตุทำให้เกิดการระเบิดครั้งใหญ่จนสารพิษรั่วไหลไปทั่วพื้นที่ในเขตนี้จึงถูกปิดตาย มนุษย์ถูกขนย้ายออกจากพื้นที่ เครื่องจักร สายพาน หุ่นยนต์ถูกติดตั้งเข้าทำงาน โดยมี AI ควบคุมดูแล …แม้ 5 ปีหลังมานี้บางส่วนของลอสท์ทาวน์จะเปิดให้มนุษย์เข้ามาได้ ก็ไม่มีมนุษย์คนใดคิดจะย่างเหยียบเข้ามาอยู่ดี

—– อ่านเพิ่มเติม “เรื่องสั้นส่งประกวด ในหัวข้อ “หุ่นยนต์”: A boy in the Lost Town”

เรื่องสั้นส่งประกวด ในหัวข้อ “หุ่นยนต์”: สวนดอกไม้ของกวี

โดย zhivago

ฉันยังจำวันที่พบกับคุณครั้งแรกได้ คุณยังเป็นเด็กนักเรียนมัธยมหิ้วกระเป๋านักเรียนเต็มล้นไปด้วยความสดใสร่าเริง ส่วนฉันเป็นเพียงผู้รับใช้ในบ้านกวีชราคนหนึ่ง รอยยิ้มของคุณแปลกตา มันชี้ชวนให้ใครต่อใครเหลียวมอง คุณมาหยุดยืนฝั่งตรงข้ามรั้วหน้าบ้านที่สูงเพียงอก

“สวัสดีครับ”
เสียงของคุณช่างงดงาม มันก้องกังวานและสดใส ฉันไม่พลาดที่จะบันทึกมันไว้ในความทรงจำมิลืมเลือน ฉันหมายความเช่นนั้นจริง
ฉันตอบรับด้วยน้ำเสียงเดิม ๆ กริยาเดิม ๆ เหมือนที่ฉันพูดกับทุกคน แต่ดูเหมือนมันทำให้รอยยิ้มของคุณสดใสขึ้น ถ้าฉันจะมีความประหลาดใจอยู่บ้าง ก็คงจะเกิดกับเรื่องรอยยิ้มของคุณนั่นเอง

“ผมเพิ่งย้ายมาใหม่”
คุณชี้ชวนให้ฉันมองไปยังบ้านไม้สองชั้นหลังถัดไป แต่ฉันยังจ้องหน้าคุณไม่วางตา
คุณบอกชื่อของคุณ จากนั้นรอคอย
ฉันจะบอกชื่อของฉันได้อย่างไรในเมื่อฉันเป็นเพียงทรัพย์สินชิ้นหนึ่ง มีเพียงตัวเลขและตัวหนังสือเรียงร้อยแทนชื่อ
“ผมจะตั้งชื่อให้คุณ”
ตั้งแต่นั้นมาฉันมีชื่อเป็นของตัวเอง

…………………………………………….. อ่านเพิ่มเติม “เรื่องสั้นส่งประกวด ในหัวข้อ “หุ่นยนต์”: สวนดอกไม้ของกวี”

เรื่องสั้นส่งประกวด ในหัวข้อ “หุ่นยนต์”: จ่าเฉย ๒.๐

โดย zhivago

บ่ายสามโมงครึ่งในวันครึ้มฝน “จ่า” เดินออกจากจุดพักมาประจำการ ณ กึ่งกลางทางม้าลายอันเป็นสถานที่ปฏิบัติงานประจำ จ่าอยู่ตรงนั้นมานานจนใครต่อใครต่างลืมไปแล้วว่ามีตำรวจมายืนโบกรถตั้งแต่เมื่อใด เจ้าของร้านชำใกล้ ๆ จำได้แค่ว่าเขาเห็นจ่ามาตั้งแต่เขายังเรียนอยู่ชั้นมัธยม จนตอนนี้ลูกคนเล็กกำลังจะเข้าอนุบาลก็ยังเห็นจ่ามายืนโบกรถอยู่ตรงนี้ทุกวันไม่เคยขาด เช้าหนึ่งรอบเย็นหนึ่งรอบ

ที่ว่าทุกวันนั้นหมายถึงทุกวันไม่เว้นวันหยุดเสาร์-อาทิตย์หรือวันหยุดราชการ จะมีก็เพียงครั้งเดียวตอนที่จ่าลาป่วยด้วยเหตุจำเป็น แต่ไม่นานเขาก็กลับมายืนเป่านกหวีดได้อีกครั้ง

ที่ตรงนี้เดิมเป็นแค่ถนนออกนอกเมืองสายหนึ่ง ทางม้าลายถูกตีเส้นหลังจากโรงเรียนอาชีวะประจำจังหวัดสร้างเสร็จ จ่าได้มาประจำการตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา มันอยู่ห่างจากสี่แยกใหญ่ไม่ถึงห้าสิบเมตร ถ้าจะให้ถูกต้องแล้วทางม้าลายควรจะถอยห่าออกไปอีกนิดให้มีช่องว่างสำหรับรถจอดรอสัญญาณไฟ แต่ด้วยความที่มันเป็นโรงเรียนใหญ่ ประกอบกับเส้นสายของใครบางคนทำให้ทางม้าลายผุดขึ้นมาในที่ที่มันไม่ควรจะอยู่ได้ในที่สุด
อ่านเพิ่มเติม “เรื่องสั้นส่งประกวด ในหัวข้อ “หุ่นยนต์”: จ่าเฉย ๒.๐”

บันทึกผจญภัยผลึกสีชาดตอนที่ 5.3 มาราธอนกลับบ้านมรณะ

หลังจากทั้งสองขึ้นยานมาแล้ว กำลังเดินตามแถวกลับไปยังที่นั่งประจำตัว

ราเอลรู้สึกติดใจกับแววตาของสาวน้อยยูริที่ชิออนจูงมือเดินคู่กับเธอไป แม้จะสบตาแค่แวบเดียว ตลอดทางเขาทำหน้าครุ่นคิดระหว่างเดินกับลอร่า ลอร่าเห็นเช่นนั้นก็อดถามไม่ได้

“ ติดใจอะไรเธอคนนั้นมากขนาดนั้นเลยหรอ ราเอล”
ราเอลหันหน้ามองเธอสีหน้ายังคงครุ่นคิดเช่นเดิมบอกว่าเด็กหญิงผมขาวยูริคนนั้นเหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน แต่ลอร่ายังคงย้ำว่าเคยเห็นครั้งแรกก่อนที่เธอจะแตะไหล่เด็กหนุ่มกล่าวแย้งเขา
อ่านเพิ่มเติม “บันทึกผจญภัยผลึกสีชาดตอนที่ 5.3 มาราธอนกลับบ้านมรณะ”

บันทึกผจญภัยผลึกสีชาด ตอนที่ 5.2 ศึกมวยกลางอวกาศ

คาบเรียนวันแรกหมดลงแล้ว ได้เวลากลับบ้านของทุกคนแล้ว ประตูเลื่อนทางเข้า-ออกห้องเรียนประวัติศาสตร์ทั้งสี่ทิศเนืองแน่นด้วย กลุ่มนักเรียนที่อยากกลับบ้านเต็มแก่ แม้จะตั้งแถวทยอยเดินออกก็มิวายเบียดเสียดจนสับสนอลหม่าน  บางคนเห็นบรรยากาศเช่นนั้นตัดสินใจนั่งคอยรอแถวซาลงก่อนค่อยออกไปรวมถึง กวนราเอลด้วย

รา เอลเก็บข้าวของลงเป๊แบบขอให้ยัดลงไปได้เป็นพอ เลยเสร็จเร็วนั่งเอาขาพาดโต๊ะ มือกุมหัวรอเวลาลุกออกไป ผิดกับคนอื่นที่จัดของลงกระเป๋าแบบไม่รีบเร่ง เรียงหนังสือตามขนาดเล่มอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย กระทั่งเด็กหนุ่มรู้สึกล้าขา ยืดเส้นยืดสายด้วยการยกขาพาดขึ้นบนโต๊ะ ทันใดนั้นเองลอร่าเตือนขึ้นมา

“ มันเสียมารยาทต่อสถานที่นะ เอล  ถ้าพ่อเธอรู้เข้าละก็ …. ”  ลอร่าส่งรอยยิ้มหวานแฝงไอมรณะให้ราเอล

พอราเอลได้ยินคำว่าพ่อขมวดคิ้ว เกาหัว รีบเอาขาลงจากโต๊ะตามคำลอร่าโดยพลัน

“ อย่าฟ้องพ่อเชียวนะ ขืนพ่อไม่พอใจฉันขึ้นมารับรองงานฉันงอกแน่ ” จากเด็กหนุ่มผู้หวาดหวั่นต่อสิ่งใดง่ายๆกลับหน้าเสียอ้อนวอนเพื่อนสาวแต่ เด็กของตนอย่างสุดฤทธิ์สุดเดช

“ แบร่ ! ล้อเล่นจ๊ะ วันนี้วันพิเศษด้วย ฉันคงไม่ทำแบบนั้นหรอก ”  ลอร่าแลบลิ้นปลิ้นตาใส่หน้าราเอล

“วันพิเศษ ? วันอะไรเรอะ ” ราเอลนึกไม่ออกว่าวันนี้มันมีอะไรพิเศษกว่าทุกวัน ทำหน้างงๆใส่ลอร่า

ลอร่ายิ้มกริ่มให้ราเอลแต่ไม่เอ่ยอะไรตอบกลับมา ตั้งหน้าตั้งตาเก็บข้าวของลงกระเป๋าตนต่อไป

ทัน ใดนั้นเองกำไลข้อมือของทั้งสองกระพริบไฟขึ้นมา  หยุดกิริยาปัจจุบันทั้งคู่โดยพลันทั้งสองหันมาจ้องหน้าอย่างฉงนใจครู่นึง ก่อนจะพยักหน้าให้กัน กดปุ่มนั่นพร้อมกัน

ทันใดนั้นเอง …….
อ่านเพิ่มเติม “บันทึกผจญภัยผลึกสีชาด ตอนที่ 5.2 ศึกมวยกลางอวกาศ”

ความทรงจำเจ็บปวด

“มันเป็นไปไม่ได้หรอกครับ เรื่องเอาความจำไปใส่ในสมองคนอื่น มีแต่ในนิยายเท่านั้นแหละ คุณมาหาผิดที่แล้วละ จะรับเครื่องดื่มสักแก้วไหมครับ ผมเลี้ยง”

บาร์เทนเดอร์ที่ดูเหมือนผู้จัดการหรือไม่ก็เจ้าของบาร์พูดขึ้นกลางสายควันจากใบยาสูบคละคลุ้งเต็มห้องที่ประกาศตัวเป็นฝ่ายตรงข้ามกับกฎหมายห้ามสูบบุหรี่ และอาจเป็นฝ่ายตรงข้ามกับกฎหมายยาเสพติดอีกสองสามข้อ แต่ดูเหมือนทั้งบาร์เทนเดอร์และชายที่นั่งตรงข้ามจะไม่สนใจนัก

บาร์เล็ก ๆ กลางตรอกที่เชื่อมระหว่างถนนสองเส้นย่านคนกลางคืน หากไมใช่คนที่ตั้งใจเดินเข้ามาอย่างชายผู้นี้ก็จะเป็นพวกที่ใช้เป็นทางเชื่อมระหว่างแหล่งบันเทิงสองแห่ง ไม่ก็เป็นที่ซุกหัวนอนของคนจรจัดหรือขาประจำที่ไม่รู้จะไปสิ้นสุดคืนอันทรงคุณค่าที่ไหน…

บาร์เทนเดอร์เลิกคิ้วเหมือนกับจะถามซ้ำ ชายหนุ่มส่ายศีรษะตอบ

“แต่ผมไ้ด้ยินมาว่าที่นี่ทำได้ เท่าไหร่ผมก็ยอมจ่าย” ชายหนุ่มขมวดคิ้ว สีหน้าแสดงความเจ็บปวดตอกย้ำความต้องการอย่างยิ่งยวดของเขา

บาร์เทนเดอร์เหลือบมอง เขาดูไม่ต่างจากผู้ชายทุกคนที่ผ่านเข้ามาที่นี่ เสื้อเชิร์ฺตแขนยาวพับขึ้นมาสองสามทบ เนคไทรูดลงเล็กน้อย ปลดกระดุมสองเม็ด นัยน์ตาแดงก่ำ ผมยุ่งเหยิง เหมือนถอดออกมาจากพิมพ์เดียวกันแล้วแต่งรายละเอียดเพิ่มให้ต่างกันเล็กน้อย

“คุณได้ยินมาผิดแล้ว” บาร์เทนเดอร์ที่หยิบแก้วขึ้นมาเช็ด ทำท่าทางเหมือนตัวประกอบในหนังฮอลีวูดที่บอกเป็นนัยว่าการสนทนาจบแล้ว จากนั้นเงยหน้าขึ้นมองข้ามไหล่ชายคนนั้นแล้วยิ้มทักทายนักดนตรีที่เดินเข้ามาจากทางหน้าร้าน

“ผมได้ยินมาว่าที่นี่ไม่ปฏิเสธลูกค้า” แววตาชายหนุ่มแข็งกร้าวขึ้นวูบหนึ่ง สีหน้าขึงขังจริงจัง

บาร์เทนเดอร์จ้องหน้าชายหนุ่มนิ่งอยู่ชั่วครู่ก่อนจะพยักหน้าเล็กน้อยพอให้สังเกตได้ “บอกมาว่าคุณต้องการอะไร” เขาก้มลงพูดเบาจนเหมือนเสียงกระซิบ “เอาไว้ค่อยยืนยันหลังจากคุยกันเสร็จก็ได้”

………. อ่านเพิ่มเติม “ความทรงจำเจ็บปวด”

บันทึกผจญภัยสีชาด ตอนที่ 5 บทเรียนมหัศจรรย์

         ณ โรงอาหาร ระดับมัธยมต้น

 บรรยากาศ ห้องโถงสี่เหลี่ยมกว้างขวาง วางโต๊ะเก้าอี้ไม้ยาวขนานกับกำแพง ไฟบนเพดานให้ความสว่าง อากาศเย็นสบายด้วยเครื่องปรับอากาศตามแบบฉบับโรงอาหารทุกยุคทุกสมัย เว้นแต่ ตามผนังบางจุดมีป้ายดิจิตอลแสดงข้อความไปมาและคนขายอาหารนั้นเป็นตู้จักรกล  เด็กหนุ่มกำลังยืนต่อแถวอันยาวเหยียด ปล่อยลอร่านั่งจองโต๊ะเพียงลำพัง ส่วนอิวานขอไปเข้าห้องน้ำก่อน

คนในแถวมีทั้งชาย หญิง รวมถึงเพศที่ 3 ที่ออกกิริยา น้ำเสียงวี้ดว้ายอย่างชัดเจนคละเคล้ากันไป สนทนากันเองกับพรรคพวกของตน

ระหว่างนั้นเด็กหนุ่มยกกำไลข้อมือประจำตัวจากครูเฟ่ยตาตี๋ตรวจยอดเงินทั้งหมด

ยอดทั้งหมด 100 มาร์สินะ คิดตรวจทานยอดทั้งหมดในใจไปด้วยเพื่อความมั่นใจ

พอถึงคิวของตนก็นำกำไลข้อมือประจำตัวไปจ่อหน้าเครื่องขายอาหาร กดสั่งอาหารชุด  2 ชุดสำหรับตัวเองและลอร่าทันที ยอดทั้งหมด 100 มาร์พอดี  เสร็จเรียบร้อย ชุดอาหารร้อนฉ่าน่ารับประทานทั้งสองชุดออกมา ลอร่ายกมันวางบนถาด หยิบช้อนส้อม เดินเบียดเสียดกลุ่มชนกลับไปยังโต๊ะที่ลอร่านั่งจองไว้อย่างรีบเร่ง
อ่านเพิ่มเติม “บันทึกผจญภัยสีชาด ตอนที่ 5 บทเรียนมหัศจรรย์”

บันทึกผจญภัยผลึกสีชาดตอนที่ 4 สู่อวกาศครั้งแรก (แก้ไขแล้ว)

ยานอวกาศจอดเทียบท่าเรียงรายกันอย่างนุ่มนวลเลื่อนเปิดประตูท้ายลำ โปรยบันไดยี่สิบขั้นลงมาต้อนรับ เด็กบริเวณนั้นทยอยตั้งแถวเดินเรียงรายขึ้นยานอย่างเป็นระเบียบ รวมถึงราเอล ลอร่า กับ เด็กหนุ่มผมดำหางม้าด้วย

บนตัวยานทั้งสามแลเห็นบรรยากาศทางเดินภายใน คล้ายอุโมงค์สี่เหลี่ยมแต่ผนังนั้นโค้งรีหน่อย  พื้นผนังล้วนบุด้วยวัสดุคล้ายพลาสติคสีขาวงาช้าง ปรากฏลำโพงและตราสัญลักษณ์ของอาณาจักรสลักตามผนังบางจุด หลอดไฟบนฝ้าให้ความสว่าง  ที่นั่งแบ่งเป็นแถวกระดานนับไม่ถ้วน  แถวนึงประมาณ สิบที่นั่งเว้นที่ตรงกลางไว้สำหรับเดิน

เด็กหนุ่มผมดำหมุนตัวกวาดสายตาบรรยากาศรอบข้างอย่างตื่นตาตื่นใจ
อ่านเพิ่มเติม “บันทึกผจญภัยผลึกสีชาดตอนที่ 4 สู่อวกาศครั้งแรก (แก้ไขแล้ว)”

ตัวกินยูเรเนียม

ตัวกินยูเรเนียม  (เรื่องสั้นๆ)

อาร์ดีสามสองแปดเดินทางกลับมายังอดีต ปรากฎตัวขึ้นหลังจากยานเวลาจอดสนิท เขาเข้าไปในห้องแยกยูเรเนียม ห้องหัวใจหลักของเครื่องจักรกลบินได้ที่ใหญ่ที่สุดที่มนุษย์สร้างขึ้น ที่นั่นช่างเทคนิคกะกลางคืนกำลังนั่งควบคุมเครื่องปั่นยูเรเนียม 238 อยู่

……..

อ่านเพิ่มเติม “ตัวกินยูเรเนียม”

ผี

เด็กน้อยงัวเงียลุกขึ้นนั่งบนเตียง หลังจากนอนซมเพราะพิษไข้มานานกว่า 12 ชั่วโมงแล้ว
เที่ยงคืน …
บรรยายกาศภายในห้อง เงียบงันและมืดคลี้ม นอกจากแสงสลัวๆที่ลอดผ่านใบไม้เข้ามา ที่มุมห้อง
แสงไฟพริ้วสั่นไหว สร้างเงามืดเต้นเร่าๆอยู่บนตู้หนังสือ ก่อนค่อยๆรวมตัวกันเป็นใบหน้าที่บิดเบี้ยว
“ใคร” เด็กน้อยออกเสียงเบาๆ ชัดเจนได้เท่าที่เด็ก4ขวบคนหนึ่งจะออกเสียงได้
“ผี” เงาดำตอบ ขณะโครงสร้างโปร่งแสงค่อยๆเคลื่อนตัวเสมือนลอยผ่านอากาศมายังเตียงของเด็กน้อย
อ่านเพิ่มเติม “ผี”

บันทึกผจญภัยผลึกสีชาด ตอนที่ 3 โรงเรียนม.ต้นหลังขอบฟ้า (แก้ไข)

อาทิตย์ลับฟ้าท้องฟ้าโปร่งแลเห็นจันทราเยือกแข็งสีฟ้าครามเริงร่า เจิดจรัสเคียงข้างเหล่าสหายดาวดวงน้อยนับไม่ถ้วนบนม่านนภายามราตรี

บนถนนคอนกรีตสายนึงป้ายดิจิตอลข้างทางกำกับข้อความ  “ ถนนหลวง 907 ”  ปะปนไปกับป้ายบอกทางอื่น ลุงวาชิลลี่บิดมอไซต์ต้านแรงโน้มถ่วงลอยเหนือพื้น คันเดิมเปิดไฟหน้าสว่างจ้า แถบพลังงานวงล้อสีเหลืองเห็นเด่นชัดในบรรยากาศมืดเช่นนี้

ลอร่า นั่งซ้อนท้ายเกาะเอวแกเด็กหนุ่มนั่งบนเก้าอี้พิเศษพ่วงเข้ากับท้ายมอไซต์วาง ร่างไร้สติของสุนัขจรจัดตัวนั้นที่ตัก ตั้งปืนยาสลบไว้ข้างกาย ทั้งสามสวมหมวกกันน็อคและแว่นกันลม ทำจากพลาสติคแบบพิเศษที่เบาแต่ทนทานสูง บัดนี้พวกเขากำลังมุ่งหน้าค่ายทหารสถานแห่งความเหนื่อยยาก เข้มงวด แต่สำหรับพวกเขามันคือบ้านอันแสนสุขพักพิงมาตลอด 13 ปี

เด็กหนุ่มซดข้าวที่ชาวบ้านเลี้ยงไปประมาณ 3 จานอย่างตะกระตะกราม อิ่มแปร้พุงออก เขา นั่งพาดแขนขวาบนเบาะที่นั่ง มองวิวข้างทางที่ผ่านไปเข้ามาแล้วลับตาในพริบตา ดังเส้นทางชีวิตที่ก้าวไปแล้วไม่มีหวนกลับมาได้  ต้นไม้ต้นแล้วต้นเล่า รถยนต์ลอยเหนือพื้นแบบ สี่ที่นั่งวิ่งสวนทางมาคันแล้วคันเล่า ทุกคันล้วนมีแถบวงล้อพลังงานเรืองแสงหลากสีแวววาวเข้าตา

มองบนฟ้ายานอวกาศบินผ่านชั้นบรรยากาศมามุ่งหน้าเข้าตัวเมืองเป็นระยะจะมี เพียงพระจันทร์และหมู่ดาวเท่านั้นที่ไล่พวกเขาไปทุกที่

พอมองยานหลายลำชวนให้เด็กหนุ่มคิด
อ่านเพิ่มเติม “บันทึกผจญภัยผลึกสีชาด ตอนที่ 3 โรงเรียนม.ต้นหลังขอบฟ้า (แก้ไข)”

ตอนที่ 2 วันที่แสนวุ่นวาย

12  ปีต่อมา  ดาวเคราะห์ลำดับที่ 9 ธรา

               ท้องฟ้ายามผีตากผ้าเหลืองอร่าม อาทิตย์ดวงโตสีส้มใกล้ลับฟ้า นกฝูงใหญ่โหวกเหวก โบยบินกลับรัง มุ่งสู่ภูเขาใหญ่ที่เลือนลาง ณ ขอบฟ้า

ลึกเข้าไปในหมู่บ้านเล็กแถบชานเมืองแห่งหนึ่งท่ามกลางทุ่งหญ้าเขียวขจีไพศาล ทุ่งสวนสำหรับปลูกพืชพันธุ์ธัญญาหารออกผลอย่างอุดม  ยี่สิบครัวเรือนใช้ชีวิตในหมู่บ้านแห่งนี้ ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมพืชผลและปศุสัตว์

ณ ใจกลางหมู่บ้าน ปรากฏโรงไฟฟ้าขนาดตู้ไปรษณีย์คอยผลิตไฟฟ้าให้คนในหมู่บ้านถนน ทางออกหมู่บ้านตัดผ่านทุ่งหญ้าเชื่อมกับถนนใหญ่
แม่น้ำใสแจ๋วสายเล็กขนาบเลียบ ส่งน้ำจากต้นน้ำบนยอดเขา หล่อเลี้ยงหมู่บ้านมากมายตลอดจนตัวเมืองใหญ่  ปลาเล็กใหญ่บ้างแหวกว่ายไปมา ยื่นปากขึ้นมาพะงาบ  บ้างดีดตัวขึ้นมา พืชน้ำหลากหลายพันธุ์ทั้งพืชตามธรรมชาติและที่ออกผลเป็นเนื้อปลาหลากหลาย พันธุ์ลอยบนผิวน้ำ
ใต้ร่มเงาต้นไม้ใหญ่ต้นนึง ริมถนนใกล้ปากทางเข้าหมู่บ้าน
“   อยู่นิ่งๆ สิจ๊ะ   ”   สาวน้อยวัยสิบสาม   โครงหน้าเรียวได้รูป ผิวขาวสนิทดังชนชาติฝรั่ง นัยต์ตาน้ำตาลส้ม คิ้ว ขนตาดำเข้ม ผมดำปรกหน้าผาก ยาวถึงต้นคอ หน้าตาน่ารักพอตัว  สวมชุดกระโปรงสีขาว รองเท้าผ้าสีชมพูติดเข็มกลัดดอกไม้เล็กจิ๋วน่ารัก เธอนั่งเหยียดขา งอเข่าวางบอร์ดรองกระดาษวาดรูป มือซ้ายจับบอร์ดให้อยู่กับที่
อ่านเพิ่มเติม “ตอนที่ 2 วันที่แสนวุ่นวาย”

ภาคแรกหนทางสู่นักรบจิต : ตอนที่ 1 ตำหนักพระแม่เทร่า

….. และแล้วสายธารแห่งกาลเวลาได้นำพามวลมนุษย์ยังอนาคต

ศตวรรษที่ 36  ณ โลกได้ถูกเปลี่ยนชื่อใหม่เป็นพระแม่เทร่า ( Holy mother Terra  ) ดาวแม่แห่งมวลมนุษย์ทั้งปวง ถูกห้อมล้อมด้วยป้อมปราการ เรือรบอวกาศ ดาวเทียม จำนวนมากป้องกันอย่างหนาแน่น

ลึกเข้าไปทวีปทั้งหมดได้รวมเป็นหนึ่งท่ามกลางมหาสมุทรสีครามเหมือนกับ ทวีป แพนเกียในยุคดึกดำบรรพ์ ร่องรอยความเสียหายจากมหาสงครามโลกครั้งที่ 3 ที่มวลมนุษย์ต่อสู้เพื่อแย่งชิงยานอวกาศหนีออกนอกโลกก่อนจะเกิดภัยธรรมชาติครั้งใหญ่

ซากปรักหักพังของสิ่งปลูกสร้าง อารยธรรมที่บ่งบอกว่าเคยมีผู้คนพลุกพล่านในหลายศตวรรษที่ผ่านมา ยังคงปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจน บัดนี้มวลมนุษยชาติได้ออกไปตั้งรกรากยังดาวเคราะห์อื่นๆ 14 ดวงบางส่วนยังคงเร่ร่อนตามอวกาศ

บัดนี้พระแม่เทร่าเป็นดาวเคราะห์มีไม่มีประชาชนธรรมดาอาศัยอยู่ มีเพียงเกรทเซียร์ (Great seer ) ผู้ล่วงเห็นอนาคตคอยมอบคำทำนายเพื่อความคงอยู่ของอาณาจักรมนุษย์ ผู้อารักขาชาญฝีมือ และ บุคคลสำคัญระดับสูงของอาณาจักรเท่านั้นที่จะมีสิทธ์เข้ามายังพระแม่เทร่าเพื่อกระจายคำทำนายไปทั่วอาณาจักร
อ่านเพิ่มเติม “ภาคแรกหนทางสู่นักรบจิต : ตอนที่ 1 ตำหนักพระแม่เทร่า”

บันทึกผจญภัยผลึกสีชาด : ตำนานบทที่หนึ่ง นักรบจิตเลือดกินรี (Sci fi fan) บทเกริ่น บุตรแห่งกินรีมโนราห์

ณ กระท่อมหวายหลังเล็กๆ ในป่าหิมพานต์

ท่ามกลางป่าเขาอันเงียบสงัด แว่วเสียงบรรยากาศรอบข้าง ทั้งสายชลไหลริน สายลมพัดผ่าน แม้กระทั่งนกแห่งขุนเขา แมลงเรไรนับไม่ถ้วนประสานเสียงเป็นเสียงบรรเลงแห่งธรรมชาติ

ภายในกระท่อมอันโกโรโกโส ชายชราท่านนึงผิวเหี่ยวย่น ผมขาวหงอก สวมเสื้อผ้าไหมเก่าคร่ำครึเต็มไปด้วยรอยปะกำลังนอนบนเตียงไม้ไผ่ที่ปูด้วย ผ้าไหม รองหัวด้วยหมอนขวานสีน้ำเงินลวดลายทองวิจิตรไทยกับสตรีนางหนึ่งผิวขาวนวลผด ผ่อง เรียบเนียนปราศจากริ้วรอยใดๆ ผมดำเงางามเรียบมัน รวบมัดเป็นจุกตามแบบฉบับสตรีไทยโบราณ สวมผ้าแพรพันรอบอก ผ้าถุงลายไทย นั่งพับเพียบปรนนิบัติข้างเตียง

เธอกำลังบดสมุนไพรด้วยครกยา เบื้องหลังของเธอมีหม้อกระเบื้องสีดำห้อยบนกิ่งไม้ กำลังต้มน้ำให้เดือดด้วยไฟจากกองฟืน
อ่านเพิ่มเติม “บันทึกผจญภัยผลึกสีชาด : ตำนานบทที่หนึ่ง นักรบจิตเลือดกินรี (Sci fi fan) บทเกริ่น บุตรแห่งกินรีมโนราห์”

เรื่องสั้นหุ่นยนต์ไม่ได้ส่งประกวด “robot, variable and bug free”

แรงระเบิดอัดผนังโลหะแตกเป็นทางยาว เศษโลหะปลิวว่อน
ผมเคลื่อนตัวผ่านรอยแยกของผนัง สอดส่ายสายตาไปพร้อมกับปืนโฟตอนในมือ
เสียงเด็กทารกร้องให้ ดังอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล
ผมเคลื่อนตัวไปตามเสียง มนุษย์สตรีนั่งอยู่บนพื้นเบื้องหน้า ข้างๆของหล่อนคือเด็กทารกอายุไม่ถึงสามเดือนดี
หล่อนสาดกระสุนตะกั่วจากปืนโบราณใส่ผมอย่างไม่คิดชีวิต จนกระสุนหมดรังเพลิงไปแล้ว หล่อนก็ยังคงเหนี่ยวไกอยู่เช่นนั้น

ผมหยุดคิดชั่วครู่

“เกิดอะไรขึ้น xz-4” เสียงดังขึ้นในระบบสื่อสาร
“มนุษย์” ผมตอบ
“นั่นไม่ใช่มนุษย์”
ณ เสี้ยววินาทีนั้น ผมประมวลผลหกหมื่นหกพันครั้งในสามหมื่นสมการ แต่คำตอบของผมยังคงคลุมเครือและขัดแย้ง
พูดง่ายๆก็คือ ผมเกิดการลังเล นั่นเอง

“ตัดสัญญาณ” เสียงดังแว่วมาก่อนที่ทุกอย่างจะมืดดับลง

อ่านเพิ่มเติม “เรื่องสั้นหุ่นยนต์ไม่ได้ส่งประกวด “robot, variable and bug free””