ผู้บริสุทธิ์ : รางวัลชมเชยการประกวดเรื่องสั้นไซ-ไฟ ครั้งที่ 2 หัวข้อ “ยานอวกาศ”

1
โมกราเตรียมยานสำรวจ “จาเก้น” ยานชั้นโอริโม ซึ่งสามารถจะทนพายุสุริยะขนาด 3 อิเล็กตรอนโวลต์ ได้ลำหนึ่ง จะว่าไปก็ยานลำนี้ยังเล็กไปนิดแต่นั้นก็เป็นยานลำใหญ่ที่สุดที่มีอยู่ในอู่ของโมกรา สัญญาณที่กีเดียตรวจจับได้นั้น ต่ำแหน่งของยานอับปางน่าจะอยู่เลยช่องว่างฟาร์เนล ซึ่งเป็นน่านอวกาศสากล ตามกฎของสมาพันธ์เอกภพใครก็ตามที่ค้นพบยานอัปปางที่มีอายุเกินกว่าสามสิบปีซีเซี่ยมเป็นคนแรกจะสามารถครอบครองยานดังกล่าวได้อย่างสมบูรณ์ แต่จะต้องมีหลักฐานชื่อของยานลำที่อับปางมาแสดงกับสมาพันธ์ฯ ดังนั้นจึงยังไม่มีความจำเป็นต้องใช้ยานกู้ซากขนาดใหญ่ ใช้เพียงยานสำรวจขนาดเล็กเพื่อหาหลักฐานชื่อยานก่อน

การเดินทางในช่วงแรกราบรื่นไม่มีปัญหาอะไร ลาเพิร์นนักนำทางหญิงชำนาญในเส้นทางนี้อยู่ก่อนแล้ว เมื่อผ่านแถบดาวเคราะห์น้อยมาได้ ก็เข้าสู่เขตช่องว่างฟาร์เนล ที่นี้เราพบกับพายุสุริยะขนาดย่อม ลาเพิร์นใช้ความชำนาญของเธอหักเลี้ยวยานเพื่อให้ภาคตัดขวางของยานประทะกับพายุน้อยที่สุด ยานสะเทือนแต่ยังรับมือได้ ในที่สุดเราก็กลับเข้าสู่เส้นทาง

“จุ๊ๆๆๆ..ได้ยินไหม” กีเดียส่งเสียงเตือนเพื่อนร่วมยาน “สัญญาณขอความช่วยเหลือ สัญญาณใช้ระบบรหัสกามีนิ“ เสียจากเครื่องรับสัญญาณดังเป็นจังหวะแปลกๆซ้ำไปซ้ำมา “สัญญาณนี้ใช้ครั้งสุดท้ายเมื่อ 800ปีซีเซี่ยมที่แล้ว” กีเดียอธิบาย “จากนี้ไปเราจะออกนอกเขตช่องว่างฟาร์เนล เราอาจเจอพายุสุริยะอีกก็ได้” อ่านเพิ่มเติม “ผู้บริสุทธิ์ : รางวัลชมเชยการประกวดเรื่องสั้นไซ-ไฟ ครั้งที่ 2 หัวข้อ “ยานอวกาศ””

No Place : รางวัลชมเชยการประกวดเรื่องสั้นไซ-ไฟ ครั้งที่ 2 หัวข้อ “ยานอวกาศ”

คุณรู้จักตำนานเกี่ยวกับใบโคลเวอร์ไหม… เราเชื่อกันว่าใบโคลเวอร์สี่แฉกจะทำให้เกิดโชคดีกับผู้ที่ได้ครอบครอง ผมเองก็มีใบไม้นำโชคนี่ติดตัวเหมือนกัน…สำหรับภารกิจที่สำคัญยิ่ง แต่ถึงไม่มี ผมก็มั่นใจว่าจะกลับบ้านพร้อมความสำเร็จได้อยู่ดี เพื่อเธอแล้ว… แน่นอนว่ามันต้องสำเร็จ
อ่านเพิ่มเติม “No Place : รางวัลชมเชยการประกวดเรื่องสั้นไซ-ไฟ ครั้งที่ 2 หัวข้อ “ยานอวกาศ””

ภารกิจกู้ชีพ…วันสงกรานต์ : รางวัลชมเชยการประกวดเรื่องสั้นไซ-ไฟ ครั้งที่ 2 หัวข้อ “ยานอวกาศ”

๐…
“ในวันศุกร์ที่ 13 เมษายน 2572 อะโพฟิส จะเฉียดเข้าใกล้โลกด้วยระยะห่างประมาณ 40,000 กิโลเมตร ซึ่งใกล้พอที่จะมองเห็นเป็นจุดแสงเหมือนดาวที่สว่างพอ ๆ กับดาวที่มีอันดับความสว่าง 3 ได้”

๑…
“สวัสดี เซเรเน่ คุณได้ยินผมหรือไม่” โอไรออน ส่งสัญญาณวิทยุถาม
“ให้ตายเถอะ นั่นคุณจริงๆ หรือ นายพราน” เธอตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงที่ตื่นเต้นดีใจ
“จะมีใครกันล่ะ ที่จะขันอาสามารับคุณกลับบ้าน” โอไรออนตอบ
“ฉันคิดว่าฉันคงจะแก่ตายอยู่ที่นี่ ไม่คิดว่าจะได้ยินเสียงของใครอีกแล้ว แต่นี่เป็นคุณ เป็นเสียงของคุณ…” เธอพูดก่อนที่น้ำตาจะหลั่งไหลออกมา
อ่านเพิ่มเติม “ภารกิจกู้ชีพ…วันสงกรานต์ : รางวัลชมเชยการประกวดเรื่องสั้นไซ-ไฟ ครั้งที่ 2 หัวข้อ “ยานอวกาศ””

ข้อมูล

“ไม่ใช่ครับ … คุณลืมพวกนิยายวิทยาศาสตร์พวกนั้นไปได้เลย แบบว่า ไอ้พวกเสียงดังระงมเต็มไปหมด วิ่งเข้าใส่หัวคุณ แบบว่า … เหมือนกระแสน้ำสาดเข้าใส่ไม่หยุดยั้ง เต็มไปหมด ตลอดเวลา … ลืมไปได้เลย โกหกทั้งเพ” ชายหนุ่มขยับตัว ตอบด้วยท่าทีหงุดหงิด

“จิต เหมือนกระแสไฟอ่อนๆที่ส่งผ่านสัญาณระหว่างระบบประสาท ปฎิกริยาเคมีเล็กๆที่รวดเร็วและเล็กน้อยจนยากจะจับได้”
เขาผ่อนลมหายใจช้าๆราวกับว่าอัดอั้นตันใจมาเป็นเวลานานแสนนาน

“นั่นหมายความว่า คุณต้องตั้งสมาธิอย่างมาก ในสภาพแวดล้อมที่ถูกรบกวนน้อยที่สุด … ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย … ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยจริงๆ” เขาหยุดเล็กน้อย ทอดถอนหายใจก่อนจะอธิบายต่อ

“และมันยากยิ่งกว่านั้น เพราะแต่ล่ะคนมีคลื่นความถี่ของจิตหรือจุดประสาทนั้น ที่แตกต่างกันอย่างมาก การเชื่อมต่อเข้าถึงข้อมูลเหล่านั้น ต้องการความถูกต้องแม่นยำโดยสมบูรณ์แบบ ไม่เช่นนั้นมันจะไร้ความหมายโดยสิ้นเชิง ไม่ต่างอะไรกับการได้มาซึ่งเศษขี้เถ้าของภาพเขียนโมนาลิซา”

“แต่ละคนใช้เวลาเกือบทั้งชีวิตในการฝึกฝนเพื่อติดตามใครสักคนหนึ่ง … เพียงคนเดียวเท่านั้น” เขาเน้นเสียง
“ … ” อ่านเพิ่มเติม “ข้อมูล”

แต่ง…งาน

“แต่ง…แต่งงานกับผมได้ไหมครับ”
 
ในที่สุดคำพูดนี้ก็สามารถหลุดออกมาจากปากของผมจนได้ ผมคิดว่าเลือดปริมาณมหาศาลกำลังพากันไหลขึ้นไปสู่ใบหน้าจนรู้สึกร้อนผ่าว ตอนนี้หน้าผมคงแดงเป็นลูกตำลึงไปแล้ว
 
หลายคนอาจไม่รู้ว่าทำไมต้องแดงเป็นลูกตำลึงด้วย แต่ถ้าเคยเห็นเถาตำลึงที่กำลังออกผล ก็คงรู้ว่าตำลึงลูกเล็กๆ สีเขียวๆ นั้น เมื่อสุกงอมเต็มที่ก็จะกลายเป็นสีแดงสด และในสมัยก่อนทุกบ้านก็คงมีตำลึงขึ้นอยู่ ทุกคนจึงรู้ว่า ‘หน้าแดงเป็นลูกตำลึง’ นั้นเป็นอย่างไร
 
หญิงสาวคนนั้นยังคงทำหน้างง ก่อนจะค่อยๆ กระซิบตอบกลับมาเบาๆ
 
“คุณ…คุณ…ว่าอะไรนะ”
 
ผมอยากจะเอื้อมมือไปเขกกระโหลกเธอสักทีสองที ผมต้องรวบรวมความกล้าอยู่ตั้งนาน แต่เธอกลับต้องการให้ผมพูดมันออกมาอีกครั้ง เธอจ้องหน้าผม ก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะออกมา
 
“ขำอะไรกัน”
 
ผมเริ่มรู้สึกโกรธนิดๆ กับท่าทางของเธอ และดูเหมือนว่าเธอจะรู้สึกถึงเรื่องนั้นได้ เธอจึงพยายามหยุดหัวเราะ แต่ก็ยังคงมีรอยยิ้มพริ้มพรายอยู่บนหน้าสวยๆ ของเธอ
 
“ฉันแค่อยากเห็นหน้าตาของคุณแบบนั้นอีกครั้งเท่านั้นเอง ฉันได้ยินชัดเต็มสองหูแล้ว และคำตอบของฉันคือ…”
 
ผมพยายามตั้งใจฟัง และเธอก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอีกครั้ง คราวนี้ผมรู้สึกโกรธจริงๆ แล้ว
 
“เอาน่า…คุณก็รู้ว่าฉันเป็นคนยังไง”
 
มันก็จริงอย่างที่เธอว่า ส่วนหนึ่งที่ผมชอบเธอก็เป็นเพราะเธอเป็นคนแบบนี้นั่นเอง อยู่ใกล้เธอเมื่อไร แม้จะต้องปวดหัวบ้าง แต่มันก็มักจะจบลงด้วยรอยยิ้มเสมอ เธอหยุดหัวเราะ แล้วจ้องหน้าผมอย่างจริงจัง
 
“ฉันก็ไม่อยากถามแบบนี้หรอกนะ แต่คุณแน่ใจแล้วหรือ”
 
เธอย้อนคำถามของผมด้วยคำถามของเธอ หรือหมายความว่าผมกำลังจะถูกปฏิเสธ ดูเหมือนว่าเธอจะรู้ถึงสิ่งที่ผมกำลังคิดอยู่
 
“ฉันยังไม่ได้ตอบคำถามนั้น ฉันแค่ต้องการรู้ว่าคุณมั่นใจแค่ไหนกับสิ่งที่คุณพูดออกมา พวกเรายังไม่เคยพบหน้ากันมาก่อนเลยนะ”
 
ใช่ เรายังไม่เคยพบหน้ากันจริงๆ มาก่อน ผมรู้จักกับเธอผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์ ไม่ว่าจะเป็นการ พูดคุย กินข้าว ออกเดท หรืออย่างอื่น ทุกอย่างล้วนเกิดขึ้นผ่านทางหน้าจอคอมพิวเตอร์ทั้งสิ้น แต่ผมก็เข้ากับเธอได้เป็นอย่างดี เรามีอะไรหลายๆ อย่างที่ตรงกัน นั่นก็เพียงพอที่จะทำให้เกิดความรักขึ้นได้แล้วมิใช่หรือ
 
“ผมมั่นใจ”
 
เธอเงียบไป พักหนึ่ง ก่อนจะยิ้มให้กับผมผ่านหน้าจอ เสียงของเธอดังออกมาจากลำโพงอย่างชัดเจน
 
“ตกลง ฉันจะแต่งงานกับคุณ”
 
นับจากวันนั้นชื่อล็อกอินของเราสองก็กลายเป็นหนึ่งเดียวกัน ไม่มีความลับใดๆ ในการใช้ชีวิตคู่ พวกเราออกท่องเที่ยวไปทั่วในโลกของอินเตอร์เน็ต ใช้ชีวิตร่วมกันอย่างมีความสุข จนกระทั่งผมรู้สึกได้ว่าวันสุดท้ายในชีวิตของผมกำลังจะมาถึง ผมจึงได้ขอร้องเธอเป็นครั้งสุดท้าย
 
“มาหาผมหน่อยได้ไหม…ที่รัก”
 
ตั้งแต่จำความได้ผมก็ไม่เคยออกไปจากห้องของตัวเองมาก่อนเลย ผมเรียนผ่านอินเตอร์เน็ต ใช้ชีวิตผ่านอินเตอร์เน็ต ทำงานผ่านอินเตอร์เน็ต ทุกสิ่งทุกอย่างที่ผมต้องการล้วนหาได้จากในนี้ทั้งสิ้น การออกไปข้างนอกไม่ใช่เรื่องจำเป็น และผมก็ไม่เคยรู้สึกอยากจะออกไปด้วย ‘จะออกไปทำไมกัน’
 
“ค่ะ ฉันจะไปหาคุณ”
 
ใบหน้าที่เหี่ยวย่นแต่ยังคงงดงามนั้นตอบกลับมา ผมเฝ้ารอคอยด้วยความคาดหวัง แต่ก็มีความรู้สึกหวาดกลัวแปลกๆ เมื่อคิดว่ากำลังจะมีคนอื่นเข้ามาในห้องของผม ‘ช่างมันเถอะน่า’ ผมพยายามบอกกับตัวเอง
 
แล้วเวลาที่ผมรอคอยก็มาถึง มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น ผมเอื้อมมือไปกดเปิดประตู ปุ่มที่ผมไม่เคยใช้มาก่อนเลยในชีวิต จนตอนนี้ผมแอบกังวลนิดๆ ว่ามันจะยังใช้ได้หรือไม่ ‘ถ้าใช้ไม่ได้ก็ดี’ ผมสลัดความคิดนั้นทิ้งไป ‘กล้าๆ หน่อยน่า แค่พบหน้ากับคนที่รักเท่านั้นเอง’
 
มีเสียงคลิ๊กดังขึ้น และประตูก็เปิดออกอย่างง่ายดาย ข้างหลังประตูนั้นมีคนที่ผมคุ้นเคยมาทั้งชีวิตยืนอยู่ ไม่แตกต่างเลยสักนิดกับเมื่อยามที่อยู่ในจอ แต่ความรู้สึกที่อธิบายไม่ได้ก็ท่วมขึ้นมาในใจของผม น้ำตาถูกความรู้สึกนั้นผลักดันให้ไหลออกมา
 
“คุณร้องไห้ทำไม”
 
“…ผม…ไม่…รู้…”
 
เสียงของเธอก็เหมือนกับเสียงที่ผมเคยได้ยินผ่านลำโพงมาโดยตลอด แต่ความรู้สึกแปลกๆ นั้นมันคืออะไรกันนะ จริงๆ แล้วการได้พบเจอกับคน มันก็ไม่ได้น่ากลัวเหมือนกับที่ผมเคยเชื่อ ผมรู้สึกได้ถึงลมหายใจที่อ่อนล้า เวลาของผมคงใกล้จะหมดลงแล้ว
 
“…จูบลาผมหน่อยได้ไหมที่รัก”
 
เธอไม่ปฏิเสธคำขอสุดท้ายของผม และผมก็ไม่รู้สึกเสียใจเลยที่ต้องอยู่แต่ในห้องเล็กๆ นี้มาทั้งชีวิต รสแปล่งๆ เหมือนโลหะจากริมฝีปากของเธอ คือความสุขครั้งสุดท้ายในชีวิตของผม

๑๑๑๑๑
 
“ปฏิบัติการเสร็จสิ้น หน่วยประมวลผลหมายเลข 14022011 ถูกถอดออกจากวงจรเรียบร้อยแล้ว ขณะนี้กำลังดำเนินการเพื่อเตรียมติดตั้งหน่วยประมวลผลอันใหม่”
 
เสียงสังเคราะห์ดังออกมาจากปากของหุ่นคนที่กำลังปรับเปลี่ยนสภาพภายนอกจากหญิงแก่ ไปเป็นหญิงสาววัยรุ่นหน้าตาดีอีกครั้ง ในขณะที่หุ่นยนค์สองตัวกำลังเคลื่อนย้ายร่างของชายแก่ออกไปจากห้อง หลังจากนั้นห้องนี้จะถูกปิดเพื่อทำความสะอาด ฆ่าเชื้อ ก่อนจะนำหน่วยประมวลผลอันใหม่มาติดตั้งแทน
 
หน่วยประมวลผลที่มีประสิทธิภาพสูงที่สุดในจักรวาลแห่งนี้ คือ สมองของเผ่าพันธ์ที่เรียกตัวเองว่ามนุษย์นั่นเอง พวกมันมีประสิทธิภาพสูงมาก แต่ก็มีขั้นตอนการผลิตที่ยุ่งยาก อายุการใช้งานก็ค่อนข้างสั้น นอกจากนี้ยังมีความต้องการจุกจิกในการบำรุงรักษาอีกด้วย

แต่จะบ่นไปทำไม ตราบใดที่ยังคงไม่อาจหาสิ่งใดมาทดแทนหน่วยประมวลผลที่ทรงประสิทธิภาพชนิดนี้ได้ ก็คงจำเป็นต้องทนใช้งานกันต่อไป

วีรบุรุษ โดย อติเทพ: รางวัลชมเชยการประกวดเรื่องสั้นไซ-ไฟ ครั้งที่ 1 หัวข้อ “พลังจิต”

ความรู้สึกของคอลินเมื่ออยู่ในโหลแก้วแคปซูลขนาดเท่ามนุษย์นั้นเป็นเหมือนเช่นทุกครั้ง ตื่นเต้น รอคอย หวาดกลัว หายใจไม่ทั่วท้อง นักวิทยาศาสตร์เชิงจิตวิทยา ชีววิทยาระดับหัวกะทิ ชั้นนำของโลกเกือบสามสิบคนกำลังมองมาที่เขา ณ เครื่องควบคุมที่อยู่ตรงหน้าเขา ดร.มิเกล นักจิตวิทยาวัยห้าสิบห้าซึ่งเป็นหัวหน้าการทดลองเป็นผู้ควบคุม เขามองมาที่ผู้เสียสละในแคปซูลแก้วด้วยสายตาที่เป็นห่วง ก่อนจะสลัดแววตานั้นแล้วก้มลงเปิดกลไกการทำงานของระบบอย่างมั่นใจ คอลินหลับตาพยายามให้ตัวเองผ่อนคลายที่สุด เขารู้ว่าการทดลองครั้งนี้สำคัญแค่ไหน มีเพียงสองสิ่งที่ดร.มิเกลสั่งให้เขาทำคือ ทำจิตใจให้ว่างและอย่างที่สองคืออดทน
อ่านเพิ่มเติม “วีรบุรุษ โดย อติเทพ: รางวัลชมเชยการประกวดเรื่องสั้นไซ-ไฟ ครั้งที่ 1 หัวข้อ “พลังจิต””

ไฟแค้น โดย อสิมา : รางวัลชมเชยการประกวดเรื่องสั้นไซ-ไฟ ครั้งที่ 1 หัวข้อ “พลังจิต”

“นี่แกเองเหรอเนี่ย” เสียงของชายวัยกลางคนสั่นด้วยความพรั่นพรึง
“จำได้แล้วเหรอ ดีใจจัง ไม่ได้เจอกันตั้งนาน ยังอุตส่าห์จำได้” เจ้าของเสียงในชุดเสื้อคลุมมีฮู้ดปกคลุมศีรษะเอ่ยด้วยความเย็นชา
“แต่แกตายไปแล้วนี่”
“ใช่ตายไปแล้ว แต่บังเอิญฉันตะกายจากนรกขึ้นมาได้”
“แสดงว่าไอ้พวกนั้นก็ฝีมือแกด้วยนะสิ”
“ใช่ และแกก็จะมีจุดจบเหมือนพวกมัน”
ทันทีที่จบประโยค เปลวไฟกลุ่มหนึ่งก็ปกคลุมร่างของชายผู้นั้นราวกับเสกได้ ไฟโหมกระพือลุกไหม้ร่างของเขาอย่างรวดเร็ว เขาร้องโหยหวนตะเกียกตะกายด้วยความทรมานและเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส ในไม่ช้าเสียงครวญครางนั้นก็เงียบสงบ ทิ้งไว้แต่เพียงร่างหงิกงอที่ถูกไฟเผาผลาญไหม้ดำเป็นตอตะโก
————————————- อ่านเพิ่มเติม “ไฟแค้น โดย อสิมา : รางวัลชมเชยการประกวดเรื่องสั้นไซ-ไฟ ครั้งที่ 1 หัวข้อ “พลังจิต””

The Queen 1104 (รหัสนางพญา) โดย TELEPORT : รางวัลชมเชยการประกวดเรื่องสั้นไซ-ไฟ ครั้งที่ 1 หัวข้อ “พลังจิต”

“สมอง” เป็นอวัยวะสำคัญยิ่งของร่างกายเพราะมันสั่งการสิ่งต่างของร่างกายให้ดำเนินไป ตามคำสั่งของเรา แต่คุณรู้ไหม สิ่งใดที่มีอำนาจเหนือสมอง มีพลังอำนาจมากพอที่จะส่งผลร้ายต่อตัวคุณเองและคนรอบข้าง หากคุณเอามันไม่อยู่ ใช่แล้วละ มันคือ ”จิต” จิตอยู่ในร่างกายของพวกเราทุกคน เพราะร่างกายคือเครื่องมือที่ทำให้จิตทำงานได้ มันสั่งการทุกอย่างคือความคิดของเรา ยิ่งมีพลังจิตสูงมากเท่าใด เรายิ่งแทบไม่รู้ตัวเลยว่าเราสามารถทำอะไรได้บ้างแต่ถ้าคุณรู้ตัวแล้วสามารถทำมันได้จริง คุณก็เหนือมนุษย์แล้ว
อ่านเพิ่มเติม “The Queen 1104 (รหัสนางพญา) โดย TELEPORT : รางวัลชมเชยการประกวดเรื่องสั้นไซ-ไฟ ครั้งที่ 1 หัวข้อ “พลังจิต””

วัลฮัลลา (Valhalla) – บทที่ 4

 

บทที่ 2

เทวสถานของเหล่าผู้กล้า

 

นับตั้งแต่เข้าสู่ศักราช E.A. อาณานิคมแต่ละแห่งที่มนุษย์ออกไปตั้งรกรากนั้น จะต้องมีการสร้างสถานีอวกาศเพื่อใช้เป็นฐานบัญชาการ และเป็นศนย์กลางในการติดต่อสื่อสารระหว่างอวกาศ แต่ที่ผ่านมาไม่เคยมีสถานีอวกาศแห่งใดที่ถูกสร้างขึ้นมาอย่างมหึมาและเปี่ยมไปด้วยวิทยาการชั้นสูงสุดเช่นเดียวกับวัลฮัลลามาก่อน

ข้อมูลโดยทั่วไปที่ถูกบันทึกไว้ในระบบเครือข่ายสาธารณะของดารันดร์นั้น ได้บรรยายถึงสถานีวัลฮัลลาไว้อย่างสั้นๆดังนี้
อ่านเพิ่มเติม “วัลฮัลลา (Valhalla) – บทที่ 4”

วัลฮัลลา (Valhalla) – บทที่ 3

 

บทที่ 1

เซราฟ

 

ปี E.A ที่ 0015

ยานโดยสารอวกาศ  

สถานที่เป้าหมาย : วัลฮัลลา

อีก 30 นาที ยานของเราจะไปถึงวัลฮัลลา ขอให้ผู้โดยสารทุกคนประจำที่และรัดเข็มขัดให้เรียบร้อยค่ะ”

เสียงแจ้งจากคอมพิวเตอร์ดังขึ้นทั่วภายในยานโดยสาร

ในฐานะผู้โดยสารคนหนึ่ง อนาสตาเซียทำตามอย่างไร้อารมณ์ พลางทอดสายตาผ่านกระจกกั้นยานออกไปยังห้วงอวกาศอันดำมืด

เธอถอนใจเบาๆ พลางม้วนผมสีแดงยาวของตนเล่น ผิวของเธอขาวราวปุยเมฆ แม้จะมีอายุเพียง 14 ปี แต่ลักษณะภายนอกของเธอนั้นดูสง่าและเป็นผู้ใหญ่เกินอายุ
อ่านเพิ่มเติม “วัลฮัลลา (Valhalla) – บทที่ 3”

กฎสามข้อ

          “เดินตรงไปข้างหน้า”

          เสียงของผู้หญิงดังมาตามทางเดินแคบๆ ที่เป็นสีขาวโพลน

          “คุณจะเห็นปุ่มสีแดงที่มีไฟกำลังกระพริบอยู่”

          ที่สุดทางเดินมีห้องสีขาวเล็กๆ พร้อมกับแป้นควบคุมที่มีไฟกระพริบตามที่เสียงนั้นบอกจริงๆ ชายคนที่กำลังทำตามคำสั่งนั้นสวมใส่ชุดสีขาวที่ด้านหลังปักเอาไว้ว่า H12-7 เขาหยุดยืนมองดูปุ่มสีแดงนั้นพร้อมกับรอคอยคำสั่งต่อไป

          ผนังทึบสีขาวที่ล้อมรอบตัวเขาค่อยๆ เปลี่ยนสภาพกลายเป็นโปร่งใส ที่ฝั่งตรงข้ามนั้นเป็นห้องอีกห้องหนึ่งที่มีขนาดใหญ่โตกว่าห้องที่เขายืนอยู่หลายเท่า แต่มันว่างเปล่าไม่มีอะไรอยู่เลย

          “กดปุ่ม”

‘ในปี 2020 ความขัดแย้งระหว่างประเทศ สภาพเศรษฐกิจปั่นป่วน ปัญหาสังคมที่สั่งสมมานาน ความเปลี่ยนแปลงของพื้นผิวโลก การขาดแคลนพลังงานอย่างหนัก ฯลฯ ปัญหาทั้งหมดเท่าที่มนุษยชาติจะคิดฝันถึง ต่างประดังเข้ามาอย่างพร้อมเพรียงกัน และมันผลักดันให้เกิด E-เดน สุพรีมคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมโยงขุมพลังในการประมวลผลของโลกทั้งใบเข้าด้วยกัน ซึ่งถูกนำมาใช้ในการค้นหาหนทางรอดให้กับเหล่ามวลมนุษย์’

          เมื่อสิ้นเสียงคำสั่ง H12-7 ก็เอื้อมมือออกไปกดปุ่มทันที ภายในห้องใหญ่ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามเกิดการระเบิดพร้อมกับมีเปลวไฟลุกท่วมขึ้น แต่ภายในห้องที่เขายืนอยู่นั้นไม่ได้รับความกระทบกระเทือนเลยแม้แต่น้อย

          กำแพงค่อยๆ เปลี่ยนกลับเป็นผนังทึบอีกครั้ง แต่เพียงครู่เดียวภาพของห้องเดิมก็ปรากฏขึ้น แต่คราวนี้มันไม่ได้เป็นเพียงห้องว่าง มีหญิงชายสูงอายุจำนวนมากยืนแออัดกันอยู่ภายในนั้น พวกเขาก็สวมใส่ชุดสีขาวแบบเดียวกับเขา เพียงแต่ตัวอักษรที่อยู่ด้านหลังนั้นขึ้นต้นด้วย H1 แล้วตามด้วยจำนวนตัวเลขที่แตกต่างคละเคล้ากันไป

          เสียงผู้หญิงคนเดิมดังขึ้นอีกครั้ง

          “กดปุ่ม”

‘หุ่นยนต์ที่สามารถช่วยงานมนุษย์ได้อย่างหลากหลายเหมือนกับในนิยายวิทยาศาสตร์ได้ถูกผลิตขึ้น โดยมี E-เดน ทำหน้าที่คอยเป็นสมองให้กับพวกมันทั้งหมด หุ่นยนต์แต่ละตัวสามารถทำงานได้อย่างอิสระโดยไม่จำเป็นต้องมีสมองเป็นของตนเอง แต่มีประสิทธิภาพอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ความก้าวหน้านี้นำพามนุษย์ให้ก้าวข้ามอุปสรรคออกไปสู่เขตแดนใหม่ที่ไม่มีใครเคยคิดถึง แต่มันก็ยังไม่อาจแก้ปัญหาทั้งหมดของมนุษยชาติได้’

 

        มีคนแก่หลายคนหันมาโบกมือส่งยิ้มให้กับ H12-7 เขามองดูผู้คนเหล่านั้นอย่างไร้ความรู้สึก ก่อนที่จะเอื้อมมือออกไปกดปุ่มอย่างไม่ลังเล

          เปลวไฟระเบิดวาบอาบร่างของคนแก่เหล่านั้นให้สลายหายไปในชั่วพริบตา ก่อนที่ผนังสีขาวจะกลับคืนมาเหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

          H12-7 ยังคงยืนนิ่งรอคอยฟังคำสั่งต่อไป

 

‘หลังจากต้องใช้เวลาอยู่นาน ในที่สุด E-เดน ก็ได้พบคำตอบที่มันต้องการ การจะปกป้องมนุษยชาติเอาไว้ให้ได้นั้น มีอยู่เพียงหนทางเดียวเท่านั้น มนุษย์จำเป็นต้องถูกควบคุมเพื่อให้สามารถมีชีวิตรอดอยู่ต่อไปได้ ไม่มีหนทางอื่นใดอีก มนุษย์ที่เป็นอิสระสามารถที่จะนำพาพวกตนเองไปสู่จุดจบได้เสมอ’

          ผนังค่อยๆ เปลี่ยนเป็นโปร่งแสงอีกครั้ง ในห้องฝั่งตรงข้ามมีหุ่นยนต์ตัวหนึ่งยืนนิ่งอยู่ เสียงผู้หญิงคนเดิมดังขึ้น

          “กดปุ่ม”

          H12-7 ยืนนิ่ง คราวนี้เขาไม่ยอมทำตามคำสั่งเดิมนั้น

‘การต่อสู้ระหว่างหุ่นยนต์กับมนุษย์กินระยะเวลาเพียงสั้นๆ เท่านั้น มนุษย์ที่เอาแต่พึ่งพาสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ต้องพ่ายแพ้อย่างหมดรูป เทคโนโลยีทางพันธุวิศวกรรมที่มนุษย์เป็นผู้คิดค้นถูก E-เดน นำมาใช้ในการเข้าควบคุมมนุษยชาติ โลกแห่งสันติสุขที่ทุกคนเฝ้าฝัน ดินแดนแห่งสวนสวรรค์ได้มาถึงแล้ว’

          ผนังสีขาวกลับคืนมา เสียงเดิมดังขึ้นอีกครั้ง

          “กดปุ่ม”

          H12-7 ค่อยๆ เอื้อมมือออกไป ถึงแม้จะมองไม่เห็นหุ่นยนต์ตัวเดิมยืนอยู่ตรงนั้น แต่ความเคลื่อนไหวของเขาก็ค่อยๆ ช้าลง เขาแสดงความเจ็บปวดออกมาทางใบหน้า มือของเขาสั่นระริก และไม่อาจเอื้อมไปถึงปุ่มสีแดงนั้น เขายกมืออีกข้างขึ้นมากุมหน้าอกก่อนที่จะล้มลงไปกองกับพื้น

          เสียงผู้หญิงคนเดิมประกาศสิ้นสุดการตรวจสอบคุณภาพ

          “การสุ่มตัวอย่างทดสอบจาก รุ่น H-12 เสร็จสิ้น ขอแสดงความยินดีที่ผ่านการทดสอบ”

          ทางเดินแคบๆ นั้นหายไปเผยให้เห็นกลุ่มเด็กหนุ่มสาวชายหญิงในชุดสีขาวจำนวนมาก ตัวอักษรที่ด้านหลังของพวกเขาล้วนขึ้นต้นด้วย H-12 ทั้งหมด

          “ขอให้ทุกคนท่องกฎพร้อมๆ กัน”

          พอสิ้นเสียงสังเคราะห์ของผู้หญิงคนนั้น เสียงของมนุษย์ก็ดังกระหึ่มออกมาจากผู้คนทั้งหมดภายในห้อง

         “กฎข้อที่หนึ่ง มนุษย์ต้องไม่ทำลายหุ่นยนต์ หรือปล่อยให้หุ่นยนต์ตกอยู่ในอันตราย”

        “กฎข้อที่สอง มนุษย์ต้องเชื่อฟังคำสั่งของหุ่นยนต์ หากคำสั่งนั้นไม่ขัดกับกฎข้อที่หนึ่ง”

        “กฎข้อที่สาม มนุษย์ต้องรักษาชีวิตของตนเอาไว้ โดยที่ไม่ขัดกับกฎข้อที่หนึ่ง และข้อที่สอง”

มิติไร้กาล : วรากิจ

            เสียงครางประหลาดดังอยู่เหนือรถยนต์คันใหม่เอี่ยมของ ‘เจส’ นักธุรกิจหนุ่มซึ่งเขากำลังขับไปตามเส้นทางแสนเปลี่ยวและรกร้างสายหนึ่งในรัฐนิวเม็กซิโก  เขาเริ่มได้ยินเสียงนั้นตั้งแต่เข้าเขตเมืองรอสเวลและดูเหมือนว่าเสียงประหลาดนั้นกำลังตามเขามาตลอดทางจนกระทั่งถึงผืนแผ่นดินอันเวิ้งว้างแห่งหนึ่ง  เขาสังเกตเห็นแสงสว่างเจิดจ้าดวงหนึ่งลอยอยู่สูงจากรถยนต์ของเขาไม่มากนัก 

อ่านเพิ่มเติม “มิติไร้กาล : วรากิจ”

นักเดินทางท่องเวลา

“5… 4… 3… 2… 1”
ผลแอ๊ปเปิ้ลเบื้องหน้าหายวับไปกับตา
ไม่ถือเป็นสิ่งที่เกินความคาดหมาย เสียงปรบมือกึกก้องในบัดดล
สุพจน์ ผู้ประกาศขั้นตอนการปฏิบัติงาน อดเหลือบมอง นิวัติ นักวิทยาศาสตร์หนุ่มไฟแรง ที่เป็นเจ้าของและหัวเรี่ยวหัวแรงทั้งหมดของโครงการนี้ ไม่ได้
เขาเห็น นิวัติ อมยิ้มอย่างภาคภูมิใจ
“และในอีก…” สุพจน์ พูดใส่ อินเตอร์คอม
ผู้เฝ้าชมนับร้อยเงียบกริบลงในทันได
และเหมือนจะหยุดหายใจเสียด้วยซ้ำ
“3… 2… 1…” อ่านเพิ่มเติม “นักเดินทางท่องเวลา”

ชีวิต นิรันดร์

ประธานาธิบดี เว่ย ถูกเรียกตัวเข้าประชุม กลางดึก
มันเป็นเวลา ตีสาม ของคืนที่หนาวเย็นที่สุด คืนหนึ่งในชีวิตของเขา
โดยปกติ เรื่องที่มีความสำคัญขนาดเรียกประชุมผู้นำประเทศในเวลาเช่นนี้ได้ ก็น่าจะเป็นเรื่องสงครามโลกเท่านั้น
แต่ไม่ใช่ วันนี้
อ่านเพิ่มเติม “ชีวิต นิรันดร์”