ข่าววิทยาศาสตร์

พบโครงกระดูกมนุษย์ต่างดาว (มติชนออนไลน์)

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 20 พ.ย.ว่า เกิดกรณีฮือฮา นายเรนาโต้ ดาวิลญ่า ริเควลเม่ เจ้าหน้าที่ของพิพิธภัณฑ์”ไปรวาโด ริตอส อันดินอส”ในเมืองคุสโค ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศเปรู ได้ค้นพบมัมมี่ประหลาดโบราณ มีลักษณะดวงตาใหญ่กว่ามนุษย์ ตัวเล็กมีความสูงราว 50 ซม.

 

 

 

รายงานระบุว่า การค้นพบดังกล่าวสร้างความฮือฮาและทำให้นักโบราณคดีหลายคนจากสเปนและรัสเซีย เดินทางมาดูมัมมี่พิศดารดังกล่าว ที่พิพิธภัณฑ์ เพื่อเห็นด้วยตาตัวเอง และทุกฝ่ายต่างสรุปว่า มัมมี่โบราณนี้”ไม่ใช่มนุษย์”และเตรียมจะศึกษามัมมี่นี้ต่อไป รวมทั้งการตรวจสอบดีเอ็นเอว่าเป็นมนุษย์หรือไม่ด้วย

 

รายงาระบุว่า สำหรับกระโหลกของมัมมี่พิศดารนี้ คล้ายกับกระโหลกผลึกในภาพยนตร์เรื่อง”อินเดียน่า โจนส์”ซึ่งเป็นมัมมี่ที่เป็นมนุษย์ต่างดาว และมีพลังเหนือธรรมชาติ

ข่าววิทยาศาสตร์

ผลทดลองยิง”นิวทริโน”ครั้งใหม่ “เซิร์น”ย้ำยังคง”เดินทางเร็วกว่าแสง”วันที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 เวลา 13:30:00 น. Share คณะนักวิทยาศาสตร์ ณ ศูนย์วิจัยฟิสิกส์อนุภาคเซิร์น (CERN) ได้ยืนยันผลการทดลองว่าอนุภาคนิวตรีโนมีความเร็วเหนือความเร็วแสงจริง หลังได้ทำการทดลองซ้ำเพื่อบันทึกการเคลื่อนที่ของอนุภาคนิวตรีโน หากว่าผลการทดลองโดยคณะนักวิจัยกลุ่มอื่นๆได้ผลเช่นเดียวกัน การค้นพบนี้จะเปลี่ยนหลักสำคัญ ในทฤษฏีสัมพันธภาพพิเศษขอไอน์สไตน์ ที่มีมาตั้งแต่ปี 1905 โดยทฤษฏีขอไอน์สไตน์ ได้กล่าวว่าไม่มีสิ่งใดในจักรวาลสามารถเดินทางได้เร็วกว่าแสง ก่อนหน้านี้เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา คณะนักวิทยาศาสตร์นานาชาติจากกลุ่มศึกษานิวทริโนโอเปรา ได้บันทึกการเคลื่อนที่ของอนุภาคนิวตรีโน ซึ่งมีความเร็วเหนือความเร็วแสง โดยผลการทดลองกว่า 15,000 ครั้ง ในช่วงระยะเวลา 3 ปี ได้แสดงให้เห็นว่า อนุภาคนิวตรีโน มีการเคลื่อนที่เร็วกว่าแสงอยู่ 60 นาโนวินาที (หกสิบส่วนหนึ่งพันล้านส่วนของวินาที) ตลอดระยะทาง 732 กิโลเมตร ซึ่งอยู่ระหว่างเมืองเจนิวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ กับห้องปฏิบัติการเมืองแกรน ซาสโซ ของอิตาลี นับแต่การประกาศดังกล่าวมีผลรายงานวิชาการมากกว่า 80 ชิ้นเกี่ยวกับการค้นพบดังกล่าว ที่ได้รับการโพสต์ลงวารสาร arXiv ฉบับออนไลน์ โดยส่วนใหญ่เสนอการแก้ปัญหาเชิงทฤษฎีสำหรับการทดลอง แต่มีจำนวนหนึ่งที่อ้างว่าพบข้อผิดพลาดของการทดลอง ในจำนวนนั้นคือ นายเชลดอน กลาสโชว์ และ นายแอนดรูว์ โคเฮน จากมหาวิทยาลัยบอสตัน สหรัฐฯ แย้งว่า หากนิวทริโนเดินทางเร็วกว่าแสงจริง อนุภาคดังกล่าวจะสูญเสียพลังงานอย่างรวดเร็ว ซึ่งจะทำให้ลำอนุภาคไม่เหลืออนุภาคที่มีพลังงานสูงอยู่เลย แต่ไม่พบปรากฏการณ์ดังกล่าวในการทดลองของกลุ่มโอเปรา ขณะที่ ดร.เซอร์จิโอ เบอร์โตลุซซี ผู้อำนวยวิจัยของเซิร์นเปิดเผยว่า การทดลองครั้งนี้เพื่อเป็นการยืนยันผลการค้นพบเดิม แต่ก็ยังคงเป็นไปอย่างรอบคอบ และยังต้องติดตามผลการทดลองอื่นๆเพื่อยืนยันผลครั้งนี้ ซึ่งอาจต้องใช้ระยะเวลาอีกพอควร เนื่องจากยังคงมีห้องปฏิบัติการทั่วโลกที่ทำการทดลองเช่นนี้ได้น้อยมาก กลุ่มโอเปราได้เริ่มการทดลองใหม่ที่ลำอนุภาคถูกส่งออกไปจากเซิร์นไปห้องปฏิบัติการกรานซัสโซในอิตาลีด้วยโครงสร้างทางเวลาที่ต่างไปจากเดิม เพื่อขจัดสิ่งที่เป็นข้อกังขาจากการทดลองครั้งก่อน และช่วยให้ทีมวิจัยทำการทดลองซ้ำได้ โดยการทดลองนี้จะสิ้นสุดในเดือน พ.ย. ซึ่งเป็นเวลาที่เซิร์นจะเปลี่ยนจากการเร่งอนุภาคโปรตอนไปเป็นการเร่งไอออนตะกั่ว การทดลองครั้งล่าสุดนี้ อนุภาคนิวทริโนที่ถูกส่งออกมาจากเซิร์นจะอยู่ในรูปของลำอนุภาคโปรตอน และเมื่อผ่าน “อันตรกริยา” (interaction) อันซับซ้อนจะเกิดนิวทริโนขึ้นจากลำอนุภาคดังกล่าวแล้วพุ่งผ่านเปลือกโลกไปยังอิตาลี ซึ่งการทดลองก่อนหน้านี้ เซิร์นได้ยิงอนุภาคอนุภาคโปรตอนเป็นคลื่นสั้นๆ 10 ไมโครวินาที (1 ในสิบล้านส่วนของวินาที) และพบว่านิวทริโนเดินทางเร็วกว่าแสงที่เดินทางในระยะทางเท่ากัน 60 นาโนวินาที (1 ใน 6 หมื่นล้านส่วนของวินาที) โดยในปีหน้า กลุ่มวิจัย 2 กลุ่มของห้องปฏิบัติการแกรนซาสโซ ได้แก่ บอเรซิโน และ อิคารุส จะทำการทดลองตรวจสอบผลการทดลองของกลุ่มโอเปรา ขณะเดียวกันการทดลองไมนอสของสหรัฐฯ และทีทูเคของญี่ปุ่นก็จะทำการทดสอบผลการค้นพบดังกล่าวเช่นกัน และคาดว่าอาจต้องใช้เวลาหลายเดือนกว่าที่พวกเขาจะได้รายงานผลย้อนกลับ (จากมติชนออนไลน์)

ข่าวหนัง

ช่วงนี้ เห็นมีอยู่สองเรื่องที่น่าจะเข้า ข่าย sci-fi

หนึ่งเป็นหนัง “ภาคก่อน” ของหนังในตำนานสยอง(และชวนอ๊วก) the thing
http://www.imdb.com/title/tt0905372/
(ของเก่า แต่เป็นภาคหลัง The Thing (1982) http://www.imdb.com/title/tt0084787/ งงไหม?)
(ต้นฉบับจริง The Thing from Another World (1951) http://www.imdb.com/title/tt0044121/)
(วงเล็บ เยอะ จริงๆ)

และ Star Wars: Episode I – The Phantom Menace ที่จะกลับมาในระบบ 3D
http://www.starwars.com/news/episode-i/3d/index.html
(แต่ยังไม่เห็นกำหนดวันฉาย แหะ)

ข่าววิทยาศาสตร์

 2011-11-16 14:34:44
 นักวิจัย International Academy of Astronautics ในปารีสเผยโฉมโรงงานขนาดยักษ์เพื่อเก็บเกี่ยวพลังงานจากดวงอาทิตย์ส่งกลับโลก เชื่อเกิดใน10-20 ปี  (จากโลกวันนี้ออนไลน์)
 

เลื่อนการตัดสินเรื่องสั้นไซ-ไฟ

เรียนผู้ส่งผลงานประกวดเรื่องสั้นไซ-ไฟ หัวข้อ พลังงานอนาคตทุกท่าน

     เนื่องด้วยขณะนี้ได้เกิดสภาวะมหาอุทกภัยขึ้นในหลายจังหวัดและในกรุงเทพมหานครฯ  คณะกรรมการผู้พิจารณาผลงานทุกท่านมีภาระที่จะต้องดูแลครอบครัวและบ้านพักอาศัยอย่างมาก  ทางชมรมนิยายวิทยาศาสตร์ไทยจึงขอเลื่อนการตัดสินการประกวดเรื่องสั้นไซ-ไฟ หัวข้อ พลังงานอนาคตออกไปจนกว่าสถานการณ์จะกลับคืนสู่สภาวะปรกติ  เพื่อให้คณะกรรมได้มีเวลาและสมาธิในการพิจารณาผลงานอย่างเต็มที่และทางชมรมฯจะแจ้งให้ท่านทราบถึงกำหนดเวลาที่แน่นอนอีกครั้งหนึ่ง  และทางชมรมฯยังได้เปิดโอกาสให้ผู้สนใจที่ยังไม่ได้ส่งผลงานเข้าประกวดสามารถส่งผลงานเข้าประกวดได้จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2554  โดยสามารถส่งผลงานได้ทางอีเมล์ tsfg_news@hotmail.com  โดยมีกติกาดังนี้

1.  ต้องเป็นเรื่องที่แต่งขึ้นใหม่โดยไม่ได้ลอกเลียนแบบมาจากเรื่องของผู้อื่น

2.  ใช้ตัวอักษรแบบ cordia new ขนาด 16 พอยท์  ความยาวประมาณ 5 หน้ากระดาษ A4

3.  ผู้ที่ชนะการประกวดจะได้รับของที่ระลึกไซ-ไฟและประกาศนียบัตรพร้อมลายเซ็นต์ รศ.ดร.ชัยวัฒน์  คุประตกุล

ข่าววิทยาศาสตร์

‘ซูเปอร์สกิน’รับสัมผัสเหมือนผิวมนุษย์
(ข่าวสดออนไลน์)

นักวิจัยมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐ เปิดตัวนวัตกรรมสำหรับวงการหุ่นยนต์ที่เรียกว่า ซูเปอร์สกิน เป็นผิวหนังชนิดพิเศษ เลียนแบบผิวหนังมนุษย์ รับความรู้สึกได้ แต่มีความเหนียวและทนทานต่อแรงกดดันมหาศาลขนาดเท่าช้าง 2 ตัวขึ้นไปเหยียบ เหมาะมากกับการพัฒนาแขนขาของหุ่นยนต์เพื่อสร้างหุ่นยนต์ที่รับรู้ความรู้สึกทางสัมผัสได้ในอนาคต

ซูเปอร์สกินทำจากแผ่นซิลิโคนที่ประกอบด้วยตัวเซ็นเซอร์ที่เป็นหลอดคาร์บอนขนาดนาโน กล่าวคือ เป็นเส้นใยคาร์บอนลักษณะเหมือนกับเส้นผมที่เอาไว้รับแรงกดดัน ซึ่งรู้สึกได้ตั้งแต่แรงสัมผัสเบาๆ ไปจนถึงแรงกดดันมากๆ โดยที่ไม่เกิดความเสียหาย นอกจากนี้ ผิวหนังพิเศษยังสามารถยืดขยายได้มากกว่าเดิมสองเท่า ขณะเดียวกันยังสามารถสื่อสารด้วยกระแสไฟฟ้าไปยังสมองกล สำหรับกรรมวิธีการทำคือ การพ่นเส้นใยคาร์บอนลงบนแผ่นซิลิโคนแบบสุ่ม เมื่อซิลิโคนถูกยืดออกเส้นใยนาโนจะเรียงตัวยาวตลอดวัสดุ โดยเส้นใย นาโนจะทำหน้าที่เหมือนสปริง

ข่าววิทยาศาสตร์

กล้อง’อัลมา’ในชิลี เผยภาพ’กาแล็กซี’ชุดแรก
(ข่าวสดออนไลน์)

กล้องโทรทรรศน์วิทยุในโครงการดาราศาสตร์ภาคพื้นดินที่ใหญ่ที่สุดของโลก ‘อัลมา’ มูลค่า 1,300 ล้านดอลลาร์ หรือราว 40,000 ล้านบาท ซึ่งจับกลุ่มตั้งเรียงรายอยู่ที่เทือกเขาแอนดีส ประเทศชิลีในทวีปอเมริกาใต้ เปิดใช้งานอย่างเป็นทางการแล้ว โดยเผยภาพชุดแรกเป็นภาพสุดน่าทึ่งจากห้วงอวกาศอันไกลโพ้นของกาแล็กซีแอนเทนนา หรือ กาแล็กซีหนวดแมลง

กาแล็กซีหนวดแมลงอยู่ห่างออกไปราว 70 ล้านปีแสง ภาพจากกล้องอัลมา ซึ่งบันทึกด้วยคลื่นวิทยุสองความถี่ เผยให้เห็นกาแล็กซีที่เกี่ยวพันกัน 2 กาแล็กซีในกลุ่มดาวนกกา (Corvus)

มาร์ก แม็กคินนอน ผู้อำนวยการโครงการอัลมา อเมริกาเหนือ แห่งหอสังเกตการณ์ดาราศาสตร์ด้วยคลื่นวิทยุแห่งชาติ รัฐเวอร์ จิเนีย กล่าวว่าเราเลือกเฟ้นพื้นที่ซึ่ง ทุรกันดารที่สุดของโลกเพื่อสร้างกล้องโทรทรรศน์ขนาดใหญ่ที่สุดเอาไว้ โดยอยู่ห่างจากกรุงซานติเอโก ราว 1,500 กิโลเมตร กลุ่มกล้องเหล่านี้มีเทคนิคการทำงานที่ซับซ้อน อย่างที่ นักดาราศาสตร์เมื่อสิบปีก่อนฝันถึง เป้าหมายเพื่อเป็นเสมือนดวงตาขนาดใหญ่ที่สุดของโลก เฝ้าดูสัญญาณของมนุษย์ต่างดาวบนฟากฟ้า

โครงการดังกล่าวเป็นความร่วมมือระหว่างยุโรป อเมริกา เหนือและเอเชียตะวันออก โดยมีชิลีเป็นผู้ประสานงาน ประกอบด้วยเสาอากาศ 66 เสา แต่ละเสาจะตรวจจับวัตถุที่มีความเย็นจัด เช่น กลุ่มก๊าซที่รวมตัวเป็นดวงดาวและดาวเคราะห์

ข่าววิทยาศาสตร์

 2011-10-10 19:46:04
 บริษัทNAUสัญชาติสวิสออกแบบรถบ้านใหม่สุดล้ำ”Ecco” เป็นรถไฟฟ้าพลังแสงยาว15 ฟุต อยู่ได้ 5 คน มีห้องน้ำ ครัวและห้องนั่งเล่นครบ คาดขายปี2014 (โลกวันนี้ออนไลน์)
 
 

ข่าววิทยาศาสตร์

จำนวนคนอ่านล่าสุด 2904 คน

Share28

  วันที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2554 ปีที่ 21 ฉบับที่ 7620 ข่าวสดรายวัน


ผวาอีก!ดาวเทียมดวงที่สองโหม่งโลก ปลายต.ค.-อันตรายกว่าเดิม

หลังจากทั่วโลกโล่งอกกับข่าวดาวเทียมวิจัยบรรยากาศชั้นบน (ยูเออาร์เอส) ขององค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐ (นาซ่า) ที่มีอายุร่วม 20 ปี ดิ่งลงสูˆพื้นโลกเมื่อปลายเดือนก.ย.ที่ผ่านมา โดยตกลงบริเวณมหาสมุทร ไม่ได้ตกใส่พื้นที่ชุมชนอย่างที่กลัวกัน ถึงตอนนี้มีดาวเทียมอีกลูกที่จะโหม่งโลกในไม่ช้าและมีแนวโน้มจะเป็นอันตรายมาให้หวาดผวาอีกแล้ว

ดาวเทียมดวงที่สองนี้เป็นดาวเทียมของเยอรมนี ชื่อ โรแซ็ต คาดว่าจะตกสู่โลกราวปลายเดือนต.ค. หรือ ต้นเดือนพ.ย. แม้จะมีขนาดเล็กกว่ายูเออาร์เอส แต่คาดว่าจะมีชิ้นส่วนที่เล็ดลอดจากชั้นบรรยากาศตกลงมาใส่โลก จำนวนมากกว่า

โรแซ็ตถูกส่งขึ้นสู่วงโคจรเมื่อปี 2533 และหมดอายุการใช้งานไปเมื่อปี 2542 มีน้ำหนัก 2.5 ตัน องค์การอวกาศเยอรมัน ระบุว่า มีโอกาสที่ชิ้นส่วนของมันจะตกใส่คนราว 1 ใน 2,000 ซึ่งสูงกว่าโอกาสของยูเออาร์เอสที่มีน้อยกว่าที่ 1 ใน 3,200 เนื่องจากคาดว่าจะมีชิ้นส่วน 30 ชิ้น รวมถึงชิ้นส่วนกระจกแหลมๆ เล็ดลอดจากการเผาไหม้ในชั้นบรรยากาศลงมา แต่ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าจะตกลงมาเมื่อใดและที่ไหนอย่างแน่ชัด

ไฮเนอร์ คลินแคร็ด หัวหน้าสำนักงานขยะอวกาศ องค์การอวกาศยุโรป (อีเอสเอ) กล่าวว่า เป็นไปไม่ได้ที่จะคาดการณ์อย่างแม่นยำเกี่ยวกับการตกลงสู่โลกของโรแซ็ต แต่จะค่อยๆ ชัดเจนขึ้นเมื่อดาวเทียมเข้าใกล้โลกมากขึ้น หมายความว่าจะระบุได้ชัดเจนว่าดาวเทียมตกที่ไหนได้ก่อนหน้ามันจะตกราว 1-2 ชั่วโมง

สำหรับดาวเทียมยูเออาร์เอส ของนาซ่า ที่มีขนาดใหญ่เท่ารถบัสโดยสาร มีชิ้นส่วนโลหะจำนวน 2 โหลตกลงสู่มหาสมุทรแปซิฟิก กินบริเวณกว้างราว 800 กิโลเมตร

ข่าววิทยาศาสตร์

นักวิทย์เชื่อมนุษยชาติอาจสูญพันธ์ หากเกิดการชนระเบิดของสองดาวฤกษ์ ปล่อยรังสีแกมม่าคร่าล้างฯ  (จากมติชนออนไลน์)

วันที่ 09 ตุลาคม พ.ศ. 2554 เวลา 13:30:04 น.

Share 



สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 9 ต.ค.ว่า ผลศึกษาใหม่ของมหาวิทยาลัย”วอชเบิร์น”ในรัฐแคนซัสของสหรัฐ เปิดเผยว่า การดำรงอยู่ของมนุษย์และสิ่งมีชีวิตของโลก ขึ้นอยู่กับเหตุการณ์การชนและระเบิดของดาวฤกษ์ 2 ดวง ที่จะก่อให้เกิดรังสีแกมม่า บริเวณนอกกาแล๊กซี่ โดยหากดาวฤกษ์ 2 ดวงดังกล่าวชนกันขึ้น ก็จะปล่อยรังสีแกมม่าพลังอานุภาพมหาศาลแรงหลายตันเข้าสู่จักรวาล และสามารถเข่นคร่ามนุษย์และสิ่งมีชีวิตบนโลกนี้ นอกจากนี้ การระเบิดดังกล่าวยังสามารถกลืนชั้นโอโซนของโลกได้ด้วย

นอกจากนี้ ผลศึกษายังชี้ว่า รังสีดังกล่าวอาจเป็นสาเหตุของการสูญพันธุ์ของสิ่งมีชีวิตของโลกในช่วงยุคดึกดำบรรพ์ด้วย

ศาสตราจารย์ไบรอัน โธมัน หนึ่งในผู้ศึกษาเปิดเผยว่า เขาได้พบการระเบิดของรังสีแกมม่า ซึ่งเป็นการระเบิดช่วงสั้น ที่มีอิทธิพลกว่าการระเบิดช่วงนานกว่า และนับเป็นครั้งแรกที่นักวิทยาศาสตร์ได้เชื่อมโยงช่วงเวลาการระเบิดของรังสีแกมม่ากับการสูญพันธุ์บนโลกมนุษย์ ที่อาจย้อนไปถึงยุคฟอสซิลด้วย โดยการระเบิดของรังสีแกมม่าช่วงสั้นจะมีอานุภาพรุนแรงกว่าการระเบิดของรังสีแกมม่าช่วงนานกว่า และหากการระเบิดนี้เกิดขึ้นภายในเส้นทางช้างเผือก ก็จะกระทบต่อโลกครอบคลุมเป็นเวลาระยะยาว

ทั้งนี้ สำหรับการชนของดาวฤกษ์ดังกล่าวประเมินว่า จะเกิดขึ้น 1 ครั้งในทุก 100 ล้านปีในห้วงกาแล๊กซี่

ข่าววิทยาศาสตร์

บริษัทญี่ปุ่นผลิต “โนอาห์” ลูกบอลแกร่งช่วยมนุษย์หลบมหันตภัยดินไหว-สึนามิ

 สำนักข่าว เอพีและเดลี่เมล์ รายงานว่า บริษัทวิศวกรรม “คอสโม เพาเวอร์” เมืองฮิราสึกะ ประเทศญี่ปุ่น เปิดตัวผลิตภัณฑ์ที่ชื่อ “โนอาห์” ซึ่งอ้างว่าเป็นนวัตกรรมหลบภัยพิบัติฉุกเฉิน และตั้งชื่อตาม “เรือโนอาห์” ที่บันทึกไว้ในพระคัมภีร์ไบเบิ้ลว่าเป็นเรือที่ช่วยให้มนุษย์และสัตว์โลกบางส่วนมีชีวิตรอดอยู่ได้ในวันที่พระเจ้าทรงทำให้น้ำท่วมโลก เพื่อชำระบาปของมนุษย์

 นายโชจิ ทานากะ ประธานคอสโมฯ ระบุว่า “โนอาห์” มีลักษณะคล้ายลูกเทนนิสขนาดยักษ์สีเหลือง ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 4 ฟุต มีคุณสมบัติลอยน้ำได้ ติดตั้งกระจกและท่อรับอากาศจากภายนอก ผู้ใหญ่สามารถเข้าไปหลบภัยอยู่ได้ 4 คนพร้อมๆ กัน โครงสร้างทำจากไฟเบอร์กลาสเสริมแรงชนิดพิเศษ ซึ่งมีความแข็งแกร่งสูง ช่วยให้มนุษย์ที่หลบอยู่ข้างในรอดตายได้ถ้าต้องเผชิญกับมหันตภัยร้ายแรง อาทิ แผ่นดินไหว โดยเฉพาะอย่างยิ่งคลื่นยักษ์สึนามิ
 บริษัทคอสโมเปิดตัว “โนอาห์” เป็นครั้งแรกช่วงต้นเดือนก.ย. 2554 ที่ผ่านมา จนถึงปัจจุบันทางบริษัทอ้างว่ามีคำสั่งซื้อ “โนอาห์” เข้ามาถึง 600 ลูก นำส่งลูกค้าไปแล้ว 2 ลูก โดยนอกจากจากซื้อเก็บไว้ใช้ป้องกันพิบัติภัยแล้ว ยังซื้อเอาไว้ใช้เป็นเหมือน “บ้านของเล่น” สำหรับบัตรหลานได้อีกด้วย ราคาประมาณ 123,000 บาทต่อลูก  (จากมติชนออนไลน์)

ข่าววิทยาศาสตร์

 

 ดีไซเนอร์เผยโฉมดีไซน์ Lockheed Stratoliner เครื่องบินพลังไฮโดรเจนที่จะสามารถบินไกลไปทุกที่ของโลกโดยไม่ต้องหยุดเติมพลังงาน ไร้มลพิษ พร้อมปีกคล้ายนกช่วยให้บินสูงเหนือเครื่องบินพาณิชย์ปัจจุบัน (จากโลกวันนี้ออนไลน์)
 

ข่าววิทยาศาสตร์

“บ้านดวงเนตรแห่งโฮรัส”ของขวัญครบรอบ 41 ปีของซูเปอร์โมเดล จากแฟนมหาเศรษฐี

วันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2554 เวลา 12:15:25 น. (จากมติชนออนไลน์)

Share18







สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นาโอมิ แคมป์เบลล์ ซูเปอร์โมเดล วัย 41 ปี ได้รับของขวัญวันเกิดที่ยอดเยี่ยม จากแฟนหนุ่มอภิมหาเศรษฐี”วลาดิสลาฟ โดโรนิน”คือ บ้านรูปดวงเนตรแห่งโฮรัส ของอียิปต์ บนอ่าวโกโวว่า ของตุรกี ซึ่งถูกยกย่องว่าเป็นเกาะ”คลีโอพัตรา”

รายงานระบุว่า บ้านหลังดังกล่าว สร้างโดยสถาปนิกชื่อ”หลุยส์ เดอ การ์ริโอ”ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในการสร้างอาคาารพึ่งตัวเองด้านพลังงาน โดยออกแบบให้บ้านแห่งนี้ประหยัดพลังงานไฟฟ้า น้ำ รวมทั้งเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมโดยใช้เทคนิคการออกแบบในลักษณะที่สอดคล้องกับสภาพภูมิอากาศ เพื่อขจัดปัญหาด้านประสิทธิภาพการใช้งาน โดยบ้านรูปโดมแห่งนี้ มีห้องนอนจำนวน 25 ห้อง และมีห้องรับแขก 5 ห้อง รวมทั้งยังถูกออกแบบให้สามารถใช้ชีวิตได้ในยามโลกเกิดวิกฤตด้วย

ด้านตัวแทนของหลุยส์ เดอ การ์ริโอ เปิดเผยว่า บ้านลักษณะสถาปัตยกรรมแห่งนี้ ไม่ได้ถูกสร้างด้วยงบประมาณที่แพงลิบ หากเปรียบเทียบกับบ้านในลักษณะเดียวกัน โดยบ้านที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมไม่ใช่ของแพง อาคารพึ่งตัวเองด้านพลังงาน สามารถแสวงหาได้โดยไม่จำเป็นต้องใช้เงินมากมายด้วย

สำหรับเกาะซาเดีย นั้น ถูกกล่าวขานว่าเป็น”เกาะคลีโอพัตรา”เป็นแหล่งพักตากอากาศบนอ่าวโกโคว่า ทรายของเกาะแห่งนี้เชื่อว่ามีความพิเศษกว่าที่อื่น ตามตำนานเชื่อกันว่า มาร์ค แอนโธนี่ ผู้นำแห่งโรมัน ได้นำทรายแห่งนี้มามอบให้แด่คลีโอพัตราโดยเฉพาะ

ไอน์สไตน์ผิด : เซิร์นค้นพบอนุภาคเร็วกว่าแสง

คณะนักวิทยาศาสตร์นานาชาติเปิดเผยวานนี้ (22 ก.ย.)ว่า  ได้บันทึกการเคลื่อนที่ของอนุภาคนิวตริโน ซึ่งมีความเร็วเหนือความเร็วแสง ซึ่งอาจเป็นการค้นพบที่ล้มล้างหนึ่งในหลักการพื้นฐานจักรวาลวิทยาของไอน์สไตน์ที่ได้รับการยอมรับมาช้านาน

นายแอนโตนิโอ อีเรดิตาโต โฆษกองค์การวิจัยนิวเคลียร์แห่งยุโรป (European Organisation for Nuclear Research) หรือเซิร์น (CERN) ตั้งอยู่บริเวณชายแดนฝรั่งเศสและสวิตเซอร์แลนด์ ให้สัมภาษณ์ต่อสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า การทดลองตลอดสามปีที่ผ่านมา  โดยการยิงอนุภาคนิวตริโนจากเครื่องเร่งอนุภาคที่เมืองเจนีวา ถึงห้องทดลองใต้ดินที่เมืองแกรน ซาสโซ ในภาคกลางของอิตาลี ซึ่งอยู่ห่างออกไป 730 กิโลเมตร

ภาพ: OPERA

โฆษก CERN กล่าวแสดงความมั่นใจอย่างมากในผลการทดลอง เนื่องจากได้มีการทดลองซ้ำแล้วซ้ำเล่าอยู่หลายครั้ง เพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีอะไรผิดพลาด และแสดงความต้องการให้คณะวิจัยอื่นๆ ได้ทำการทดลองเพื่อยืนยันผลการทดลองดังกล่าว

ถ้าหากผลการทดลองได้รับการยืนยัน การค้นพบนี้จะเปลี่ยนทฤษฏีสัมพันธภาพพิเศษของไอน์สไตน์ ที่มีมาตั้งแต่ปี 1905 ซึ่งกล่าวไว้ว่า ความเร็วของแสงเป็นคุณสมบัติทางกายภาพ ซึ่งคงที่เพียงสิ่งเดียวในจักรวาล และในเมื่อความเร็งของแสงคงที่เสมอ ไม่ว่าผู้สังเกตจะเคลื่อนที่หรือไม่ก็ตาม ฉะนั้นคุณสมบัติอย่างอื่นๆทางกายภาพ สำหรับผู้ที่เดินทางไปในทิศที่ต่างกัน และด้วยความเร็วที่ต่างกัน ย่อมต้องแตกต่างกันไป และไม่มีวัตถุใดเดินทางได้เร็วเท่าแสง ซึ่งนี่ถือแนวคิดสำคัญที่ทำให้เกิดการวางรากฐานฟิสิกส์ยุคใหม่ จนเกิดทฤษฎีต่างๆ ออกมามากมายเช่น ทฤษฎีควอนตัม ทฤษฎีสตริง ไปจนถึงทฤษฎีแห่งสรรพสิ่ง