ผมชักปืนออกมาแล้วค่อยๆ บรรจงเล็งไปที่หน้าอกของชายที่นั่งอยู่ฝั่งตรงกันข้าม ท่าทางของผมคงพอจะบอกให้เขารู้ได้ว่านี่ไม่ใช่การจับปืนเป็นครั้งแรก ผมไม่ต้องการให้เขาคิดที่จะเสี่ยงทำอะไรโง่ๆ อย่างเช่น พยายามที่จะแย่งปืนกับผม ซึ่งจะทำให้ผมต้องรีบจบชีวิตของเขาลงก่อนเวลาอันควร ผมยังคงต้องการสอบถามข้อมูลอีกหลายอย่างจากเขา
“ผมขอทบทวนอีกครั้งนะครับ คุณหมายความว่าคุณต้องการให้ผมเอาผลงานทั้งหมดที่ทุ่มเทมาด้วยสมองของผม กับเงินของคุณ บวกกับเวลาอีก 4 ปี กว่าๆ ทั้งหมดนี่ทิ้งลงถัง แล้วลืมมันไปให้หมดเหมือนมันไม่เคยเกิดขึ้นอย่างนั้นหรือ ครับ“ “ถูกต้อง“
เป็นคำตอบสั้นๆ ด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบไร้อารมณ์แบบที่ผมยังพอจำได้ เหมือนในวันนั้น วันที่เขาชวนผมมาทำโครงการนี้กับเขา และตั้งแต่วันนั้นมาผมกับเขาก็แทบจะไม่เคยได้คุยกันอีกเลยผมจ้องมองเขาอยู่ครู่หนึ่ง ชายคนนี้ที่ผมรู้จักในชื่อ เทพ พิทักษ์ เขาเป็นชายวัยกลางคนที่ระบุอายุได้ยาก ไม่มีจุดเด่นอะไร ไม่ค่อยเป็นที่รู้จักในวงสังคม และที่สำคัญไม่มีข้อมูลความเป็นมา เขาเหมือนอยู่ๆ ก็โผล่ขึ้นมาบนโลก ผมใช้เวลายามว่างจากโครงการแฮกหาข้อมูลของเขาจากหน่วยงานต่างๆ แม้แต่จากฐานข้อมูลของหน่วยสืบราชการลับ แต่ก็ไม่พบข้อมูลใดเกี่ยวกับตัวเขาที่เก่ากว่า 5 ปี เลย และด้วยทุนทรัพย์รวมทั้งเทคโนโลยีต่างๆ ที่ผมมีใช้ในโครงการ มันจึงเป็นเรื่องที่ประหลาดมาก เขาไปหลบอยู่ที่ไหนมาก่อน 5 ปีนั้น และโผล่ออกมาจากรูกระบอกไม้ไผ่พร้อมด้วยเงินก้อนโต โดยที่ไม่มีใครมาสนใจในตัวเขาเลย มันแปลกจนไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นไปได้ในประเทศนี้ แต่มันก็เป็นไปแล้ว“คุณต้องการเหตุผลใช่ไหม“

