Categories
นวนิยาย

กุทรุสกะ มหันตภัยร้ายแห่งกาล (เวลา) : ๓ : ล่องแก่ง

: ล่องแก่ง 

๓๔๘๑ คือหมายเลขทางหลวง ที่ภากรและเพื่อน ๆ ใช้เป็นเส้นทางในการมุ่งสู่จุดหมายปลายทางของการท่องเที่ยว ซึ่งผ่านอำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา ก่อนที่จะมุ่งสู่อำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรีรวมระยะทางประมาณ ๗๐ กิโลเมตร หลังจากนั้นก็ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข ๓๔๕๒ โดยเริ่มจากตัวเมืองปราจีนบุรีเป็นระยะทางประมาณ ๑๖ กิโลเมตร มาตัดกับทางหลวงหมายเลข ๓๓  แล้วเลี้ยวขวาตรงไปทางอำเภอกบินทร์บุรี…ซึ่งก่อนถึงอำเภอกบินทร์บุรีจะมีทางสามแยก ตรงไปอีกเล็กน้อยจะสังเกตเห็นปั๊มน้ำมันและโรงเรียนแห่งหนึ่งและจะมีถนนเล็ก ๆ ที่ติดกับโรงเรียน จากนั้นก็เลี้ยวซ้ายเข้าไปอีกประมาณสองร้อยเมตร…จุดหมาย 

หลังการเดินทางประมาณร่วมสองชั่วโมงทุกคนก็มาถึงที่พัก ซึ่งภากรได้จองที่พักล่วงหน้าเอาไว้ โดยสถานที่พักบนพื้นที่กว่า ๒๐๐ ไร่ ซึ่งล้อมรอบไปด้วยธรรมชาติ อากาศดี ท่ามกลางธรรมชาติเขียวขจี พร้อมด้วยกิจกรรมหลากหลายให้นักท่องเที่ยวได้สนุกสนานกับครอบครัวและเพื่อนพ้อง ซึ่งมีกิจกรรมท้าทายความสามารถมากมายทั้งการปีนป่าย รอกโรยตัวบนต้นไม้ข้ามสระน้ำ ขับรถจอมลุย ATV ซึ่งที่นี่ถือได้ว่าเป็นสนามใหญ่ที่สุดในเมืองไทยเลยก็ว่าได้ รวมทั้ง เกมส์ยิงปืน Paint Ball & BB Gun ในสนามป่าธรรมชาติที่ได้รับการออกแบบเพื่อรองรับกิจกรรมรณยุทธ์ และที่ขาดไม่ได้ คือการผจญภัย เรือยางล่องแก่งในสายน้ำอันเชี่ยวกรากที่รอท้าทายความสามารถสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการผจญภัยและความตื่นเต้น…

การมาถึงในวันแรกสร้างความตื่นเต้นให้กับทุกคนเป็นอย่างมากโดยเฉพาะมุกลดาที่มีมากเป็นพิเศษ เพราะถือได้ว่าเป็นครั้งแรกที่ได้มาเที่ยวต่างจังหวัดพร้อมกับเพื่อน ๆ ซึ่งโดยปกติเธอจะไปกับครอบครัวและญาติ ๆ เท่านั้น กิจกรรมต่าง ๆ ตลอดทั้งภาคบ่ายสร้างความหรรษาให้กับภากรและเพื่อนเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะกลุ่มผู้ชายที่ชอบความท้าทายเป็นพิเศษไม่ว่าจะเป็นการขับรถหรือเกมส์ยิงปืน  ภายหลังจากสนุกกับกิจกรรมในวันแรกทุกคนก็แยกย้ายกันพักผ่อนเพื่อรอคอยกิจกรรมสำคัญในวันพรุ่งนี้คือการล่องแก่ง…

‘ใครก็ได้ช่วยด้วย ฉันกำลังจะจม!’ ภากรรู้สึกได้ถึงพลังและแรงดึงดูดมหาศาลที่มีต่อตัวเขา ชายหนุ่มพยายามตะเกียกตะกายขึ้นจากสายน้ำที่เชี่ยวกราก แต่ยิ่งพยายามเท่าใดกลับกลายเป็นว่าพลังแรงดึงดูดดังกล่าวก็ยิ่งเพิ่มทวีคูณเมื่อนั้น ก่อนที่สติสัมปชัญญะของเขาจะหลุดลอยไป เขารู้สึกได้ว่ามีมือมาสัมผัสที่ใบหน้าของเขา…ใช่…ใช่…ใช่…ชายหนุ่มสัมผัสได้ในความรู้สึกถึงกลิ่นหอมที่แผ่ซ่านออกมาจากมือเรียวงามนั้น เขารวบรวมกำลังครั้งสุดท้ายจนสุดความสามารถพยายามลืมตามองผ่านสายน้ำที่เชี่ยวกรากนั้น…ภาพใบหน้าของเธอค่อย ๆ ชัด…ชัดขึ้น…ชัดขึ้น…ก่อนที่จะค่อย ๆ มืดลงพร้อมด้วยสติสัมปชัญญะของเขาที่ดับไป

ภากรสะดุ้งตื่นรู้สึกได้ถึงเหงื่อกาฬที่ไหลท่วมกาย…ไม่…ไม่…ไม่…เราฝันไป เขาย้ำบอกตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่าในความมืด นับเป็นความฝันที่แปลกและน่ากลัวมาก เขาไม่เคยฝันน่ากลัวอย่างนี้มาก่อนเลยและที่สำคัญคือรายละเอียดของความฝันนั้นชัดเจนราวกับเป็นเรื่องจริง! แต่สิ่งที่ดูเลือนลางคือใบหน้าของหญิงสาวที่กำลังจะชัดขึ้นแต่อยู่ ๆ ก็กลับมืดดับไป ชายหนุ่มพยายามข่มตาอีกครั้งแต่ก็ไม่สามารถหลับลงได้อีก เขาจึงนอนคิดทบทวนความฝันซ้ำไปซ้ำมาตลอดจนรุ่งเช้าของวันใหม่…

“สวย! สวยมาก ฉันไม่เคยเห็นอะไรที่สวยงามอย่างนี้มาก่อนเลย”เสียงพูดเหมือนคนที่ตกอยู่ในความฝัน

“จริง ๆ ด้วยมุก ฉันก็ไม่นึกเลยว่าเกิดมาจะได้เห็นธรรมชาติที่งดงามปานนี้ในเมืองไทย จริงมั๊ยจ๊ะกร” น้ำเชี่ยวพูดเสริมขึ้น

“อือ…” ชายหนุ่มหน้าตาคมเข้มที่ถูกถามได้แต่พยักหน้า เพราะกำลังดื่มด่ำกับธรรมชาติไม่แพ้กัน และพลันใจก็ประหวัดถึงความฝันในเมื่อคืน

“แหม! อยู่กันตั้งเยอะตั้งแยะ ไม่ถามความเห็นของพวกเราบ้างเหรอจ๊ะ เอะอะอะไรก็ใช่ไหมกรคะ ใช่ไหมกรขา” ชัยแซวขึ้นพร้อมทำเสียงออดอ้อนล้อเลียนในตอนท้ายเรียกเสียงฮือฮาจากเพื่อน ๆ

“ก็เหมือนกันนั่นแหละ!” น้ำกระแทกเสียงพร้อมกับสะบัดหน้าไปสนใจในธรรมชาติต่อ

“น้อง ๆ ครับเลยโค้งหักศอกตรงหน้าไปน้ำค่อนข้างเชี่ยว ระวังด้วยนะครับ!” เจ้าหน้าที่นำทางพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเข้ม ซึ่งความจริงแล้วเขาก็ไม่อยากพานักศึกษากลุ่มนี้มาล่องแก่ง ณ เวลานี้เพราะเป็นช่วงปลายฝนต้นหนาวซึ่งน้ำค่อนข้างเชี่ยวมากกว่าปกติกอปรกับปีนี้ที่มีฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องมาเป็นเวลาหลายวัน พึ่งจะหยุดเมื่อตอนสาย ๆ นี่เอง นี่ถ้าไม่ติดตรงค่าจ้างก้อนโตที่ยั่วโลภะ เขาก็คงไม่อาสาพามาแน่นอน

 

“มี – ความ – สุข – จริง – โว้ย!” ชัยป้องปากตะโกนขึ้นและเสียงก็สะท้อนไปทั่วทั้งผืนป่า

‘มี…มี…มี– ความ…ความ…ความ– สุข…สุข…สุข” เสียงสะท้อนกลับมายังไม่หมดคำสุดท้าย ทันใดก็มีเสียงร้องตะโกนขึ้นด้วยความเร็วและตกใจ

“เฮ้ย! ระวัง!” ตามด้วย

“กรี๊ด…!!!”

 

ใส่ความเห็น