ประธานาธิบดี เว่ย ถูกเรียกตัวเข้าประชุม กลางดึก
มันเป็นเวลา ตีสาม ของคืนที่หนาวเย็นที่สุด คืนหนึ่งในชีวิตของเขา
โดยปกติ เรื่องที่มีความสำคัญขนาดเรียกประชุมผู้นำประเทศในเวลาเช่นนี้ได้ ก็น่าจะเป็นเรื่องสงครามโลกเท่านั้น
แต่ไม่ใช่ วันนี้
…
เขาเหลือบมองผู้เข้าประชุม
รัฐมนตรีว่าการสำคัญๆ ต่างมากันครบ
กลาโหม, มหาดไท, การต่างประเทศ, การคลัง, กระทรวงวิทยาศาสตร์, สาธารณะสุข
แต่ที่เขาแปลกใจคือ การพาณิชย์
ในภาวะสงคราม คงไม่ค่อยมีประโยชน์สักเท่าไร
แต่สนามรบ และกรอบคำว่า สงคราม ได้เปลี่ยนไปแล้ว ตลอดกาล
…
” เมื่อสิบปีที่แล้ว เรามีฐานอายุเฉลี่ยของประชากร อยู่ที่ 80 ปี ”
เริ่มการรายงาน แต่นี่กลับยิ่งทำให้ ประธานาธิบดี เว่ย งงงวย หนักขึ้นไปอีก
อายุเฉลี่ย??? มันเกี่ยวอะไรด้วย
” ปัจจุบัน เรามีอายุเฉลี่ยอยู่ที่ 150ปี โดยเฉพาะในเมืองหลวงคือ 200ปี ”
ก็ดีแล้วนี่ ประธานาธิบดี เว่ย คิด
…
” จากอัตราอายุเฉลี่ย ที่มีการจดบันทึก นี้ … ” คนอ่านรายงาน กลืนน้ำลายลงคออย่างยากเย็น
” เราจะไม่มีผู้เสียชีวิตอีกเลยในปีหน้า ”
“อะไรนะ” ประธานาธิบดี เว่ย ร้องเสียงหลง เขาไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน
ทุกคนในห้องเงียบกริบ ดูเหมือน จะมีเขาเพียงคนเดียวที่ประหลาดใจในเรื่องนี้
” เดี๋ยวก่อนสิ … คุณกำลังจะบอกว่า ประเทศเราจะไม่มีใครตายอีก งั้นหรือ ”
” ยกเว้นกรณีอุบัติเหตุ … ใช่ครับ ”
แล้วทั้งห้องก็เงียบกริบ
…
ควรจะเป็นข่าวดี แต่อย่าหาว่าเขาเป็นคนมองโลกในแง่ร้าย
ลองนึกถึงอัตราการเพิ่มของประชากร ที่ถึงแม้จะไม่ได้มากมายอะไรนัก
ลองนึกถึงอัตราการใช้พลังงานที่จะมีแต่เพิ่มสูงขึ้น
ลองนึกถึงปริมาณอาหารที่กำลังร่อยหรอ ปริมาณของเสีย ขยะ น้ำเสีย และ อากาศเป็นพิษ
…
” มันเกิดอะไรขึ้น ” เขาร้องเสียงสูงแทบจะเป็นตะโกน
” จากสถิติ ” ผู้รายงานดำเนินการต่อ ” เราพบว่า เป็นผลมาจากการรักษา โดยการ ปลูกถ่ายยีนส์ต้นกำเนิด ”
ยังดี อย่างน้อยยังรู้สาเหตุ
” เอาล่ะ ” ประธานาธิบดี เว่ย เอ่ยปากขึ้น ” นี่เป็นปัญหาใหญ่ ผมเข้าใจ แต่ทำไมต้องเรียกประชุมตอนนี้ ”
” ท่านประธานาธิบดี ครับ ” นายเหลียง รัฐมนตรีการต่างประเทศเอ่ยขึ้น
” เรื่องนี้จะไม่เป็นการเร่งด่วนเลย หากเราไม่ทราบมาว่า สหรัฐฯจะประกาศ การคาดการณ์การเป็นประเทศที่ไร้ผู้เสียชีวิต ในอีกห้านาทีข้างหน้า ”
…
นี่คือสาเหตุที่เทียบเท่าสงคราม ประธานาธิบดี เว่ย คิดออกได้ในทันทีว่า มันเป็นการแย่งชิงตำแหน่งผู้ได้เปรียบในการถือครองสิทธิบัตร อันประเมินค่ามิได้อันนี้
สิทธิบัตร ของยาอายุวัฒนะ
…
” งั้นก็ประกาศไปเลยสิ ตอนนี้เลย ”
” คือนั่นคือสิ่งที่เรากังวลครับ ” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เอ่ยปากขึ้นทันที
” เพราะมันเป็นการประกาศให้ประชาชนรู้ว่า เรามียาอายุวัฒนะอยู่ และโดยสถานะทางการเมืองของเรา เท่ากับเป็นการบังคับ ให้แจกจ่ายยา หรือขั้นตอนการรักษานี้ ให้แก่ประชาชนทุกคน ”
” แล้วมันจะมีประโยชน์อะไร ในการแย่งชิงสิทธิบัตรนี้มา ” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ร้องเสียงหลง
” ก็เพื่อเราจะได้ไม่ต้องเสียค่าสิทธิบัตรให้ต่างชาติไง ” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ ทุบโต๊ะ ด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว
” เราจำเป็น … ไม่สิ เราควรจะแจกจ่ายการรักษานี้ออกไปให้แก่ประชาชนทุกคนนั้นถูกแล้ว แต่บุคลาการ และอุปกรณ์ของเราไม่มีทางที่จะเพียงพอต่อ ประชาชนทั้งหมดทุกคนทั่วประเทศที่จะแห่กันมาเข้ารับบริการในทันทีที่การประกาศสิ้นสุดลง ” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณะสุขกล่าวอย่างท้อแท้
” ผมถึงบอกว่าไม่ควรแจกฟรีไง ” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ โต้แย้ง
” คุณบ้าไปแล้วเหรอ … เราเป็นประเทศอะไร … ” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แย้ง
เสียงต่อร้องต่อเถียง ดังอย่างต่อเนื่อง จนยากจะฟังให้รู้เรื่อง
…
” หยุด ด ด ด … ” เสียงตะโกน ดังกึกก้องของ ประธานาธิบดี เว่ย และมันได้ผล ทุกคนเงียบลงแทบจะในทันที
” ถ้าเราจะแจกทุกคน เราจะพบกับปัญหาอะไรบ้าง ” ประธานาธิบดี เว่ย เอ่ยถาม
” เอาทีละคน ทีละข้อ ” เขาย้ำขึ้นทันทีที่เห็นทุกคนเริ่มขยับปาก
…
” เสียโอกาสทางการค้า ” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ร้องขึ้นเป็นคนแรก
ประธานาธิบดี เว่ย ส่ายหน้า ” เราสามารถดำเนินนโยบาย ภายในประเทศ และ ภายนอกประเทศแยกกันได้ … ต่อไป ”
” บุคคลกร อุปกรณ์ และ งบประมาณไม่เพียงพอ ” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณะสุข กล่าว
ประธานาธิบดี เว่ย เหลือบมองไปที่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง อีกฝ่ายพยักหน้า
” ตกลง … เราจะทำบัตรคิว … แจกจ่ายออกไปตามงบประมาณและบุคคลกรที่พอจะทำได้ … อย่าลืมว่าเราจะมีรายได้กลับมาจากการบริหารสิทธิบัตร และ ลูกค้าที่จะเดินทางมารักษาจากภายนอกประเทศ ” ประธานาธิบดี เว่ย สรุป
” แต่เราต้องระวังการจราจล จากการเรียกร้องเรื่องลำดับก่อนหลังของคนเข้ารับบริการ ” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เสนอ
ประธานาธิบดี เว่ย หันไปมอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม … อีกฝ่ายพยักหน้าตอบรับ
” ประสานงานกัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ล่ะกัน … ไม่ก็จัดเป็น ล๊อตตารี่ จะได้ไม่ต้องมา โต้เถียงว่าใครก่อนใครหลัง ” ประธานาธิบดี เว่ย สรุปต่อท้าย
” นี่เรายังไม่ต้องพูดถึง การบริหารจัดการ ทรัพยากรธรรมชาติ อาหาร และ พลังงาน ในกรณีที่ จำนวนประชากรของเราจะไม่มีวันลดลงอีก และ มีแต่จะเพิ่มขึ้นเท่านั้น ” ประธานาธิบดี เว่ย เอ่ยอย่างท้อแท้
” รวมถึง เราอาจจะไม่ได้เห็น เด็กๆวิ่งเล่นกันอีกต่อไป ” เสียแว่วมาเบาๆจากที่ไหนสักแห่ง
” เราสามารถจัดบัตรคิว สำหรับ ผู้ต้องการมีบุตร และ ผู้ต้องการอุทิศชีวิต ได้ครับ ” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณะสุข เสนอ
แต่มันช่างน่าเศร้าสร้อย จริงๆ
…
” มีอีกสิ่งหนึ่งที่เราควรระวังนะครับ ” ผู้อ่านรายงานแทรก
ประธานาธิบดี เว่ย ขมวดคิ้ว ” ว่ามา ”
” การสูญเสียความต้องการในการแข่งขัน ครับ ”
” ลองนึกดูถึงคนที่จะไม่มีวันป่วย หรือตาย … เขาจะอยากทำงาน ไปเพื่ออะไรกันครับ เมื่อเขาทำงานไปสัก 200 หรือ 500 ปี … คนเหล่านี้จะเป็นอย่างไรกัน”
…
ทั้งห้องเงียบกริบลงอีกครั้งหนึ่ง
ตอนแรก บริบท เป็นประเทศทุนนิยม ครับ
ประเด็นเป็นอีกเรื่องหนึ่งเลย
อยากลองเขียน เพราะมันเป็นประเด็นของเรื่องที่มีผลต่อคนทั้งโลกแต่กลับสรุปและกำหนดลงในห้องประชุมเล็กๆที่มีคนเพียงไม่กี่คนเท่านั้น
ก็เลยลองเขียนออกมาดู
คงต้องเพิ่ม tension ให้มากกว่านี้
ครับ
เรื่องนี้ ผมว่า จุดจบยังไม่ชัดเจนครับผม (แต่ก็ให้กำลังใจครับ)
เดิม ผมมองเป็นประเทศทุนนิยม และมองผลในเชิง เศรษฐกิจ,สังคม
ซึ่งจะกลายเป็นว่า ชีวิตคนทั้งโลก ถูกตัดสินด้วยคนเพียงไม่กี่คนครับ
โครงเรื่องนี้ผมมองเป็นนิยายเรื่องยาวด้วย โดยเล่าผ่านตัวละครหลายตัว ใน สังคมและ วิถีชีวิตที่ต่างกัน ที่ได้รับผลกระทบที่ต่างกัน
)
(คนที่ไม่มีเงินที่ไม่สามารถเข้าถึงการรักษาได้, นักธุรกิจ, นักการเมือง, ทหารที่คุมฝูงชน ฯลฯ)
ก็ กำลังรวบรวมสติอยู่ครับ
(แต่ก็อดรู้สึกไม่ได้ว่า โครงเรื่อง ธรรมดา เกินไป)
(เรื่องยาวก่อนหน้าก็ยังเขียนไม่จบ อิ อิ
อย่างไรก็ขอบคุณ ครับ