เรื่องสั้นหุ่นยนต์ไม่ได้ส่งประกวด “robot, variable and bug free”

แรงระเบิดอัดผนังโลหะแตกเป็นทางยาว เศษโลหะปลิวว่อน
ผมเคลื่อนตัวผ่านรอยแยกของผนัง สอดส่ายสายตาไปพร้อมกับปืนโฟตอนในมือ
เสียงเด็กทารกร้องให้ ดังอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล
ผมเคลื่อนตัวไปตามเสียง มนุษย์สตรีนั่งอยู่บนพื้นเบื้องหน้า ข้างๆของหล่อนคือเด็กทารกอายุไม่ถึงสามเดือนดี
หล่อนสาดกระสุนตะกั่วจากปืนโบราณใส่ผมอย่างไม่คิดชีวิต จนกระสุนหมดรังเพลิงไปแล้ว หล่อนก็ยังคงเหนี่ยวไกอยู่เช่นนั้น

ผมหยุดคิดชั่วครู่

“เกิดอะไรขึ้น xz-4” เสียงดังขึ้นในระบบสื่อสาร
“มนุษย์” ผมตอบ
“นั่นไม่ใช่มนุษย์”
ณ เสี้ยววินาทีนั้น ผมประมวลผลหกหมื่นหกพันครั้งในสามหมื่นสมการ แต่คำตอบของผมยังคงคลุมเครือและขัดแย้ง
พูดง่ายๆก็คือ ผมเกิดการลังเล นั่นเอง

“ตัดสัญญาณ” เสียงดังแว่วมาก่อนที่ทุกอย่างจะมืดดับลง

อ่านเพิ่มเติม “เรื่องสั้นหุ่นยนต์ไม่ได้ส่งประกวด “robot, variable and bug free””

เรื่องสั้นหุ่นยนต์ไม่ได้ส่งประกวด: learning curve

1. หุ่นยนต์มิอาจกระทำการอันตรายต่อผู้ที่เป็นมนุษย์ หรือนิ่งเฉยปล่อยให้ผู้ที่เป็นมนุษย์ตกอยู่ในอันตรายได้
(A robot may not harm a human being, or, through inaction, allow a human being to come to harm.)
2. หุ่นยนต์ต้องเชื่อฟังคำสั่งที่ได้รับจากผู้ที่เป็นมนุษย์ เว้นแต่คำสั่งนั้นๆ ขัดแย้งกับกฎข้อแรก
(A robot must obey the orders given to it by human beings, except where such orders would conflict with the First Law.)
3. หุ่นยนต์ต้องปกป้องสถานะความมีตัวตนของตนไว้ ตราบเท่าที่การกระทำนั้นมิได้ขัดแย้งต่อกฎข้อแรกหรือกฎข้อที่สอง
(A robot must protect its own existence, as long as such protection does not conflict with the First or Second Law.)

“ผม ไม่เห็นเข้าใจเลย?”
ทั้งบริเวณตกอยู่ในความเงียบไปพักใหญ่

“ทำไม?”
“ก็ทำไมต้องมีตั้งสามข้อ มีข้อเดียวก็พอ” อ่านเพิ่มเติม “เรื่องสั้นหุ่นยนต์ไม่ได้ส่งประกวด: learning curve”

จิตนาการกับความคิดสร้างสรรค์

คุณHooNo2000 หยอดประเด็นไว้
ผมเลยขอเปิดเป็น post ใหม่เลย เพราะน่าจะมีประเด็นถกเถียงกันได้เยอะ

ผมมองว่า คนที่จะมี จิตนาการกับความคิดสร้างสรรค์ ได้ ต้องเป็นคนที่สามารถ “ตั้งคำถาม” ได้
ยิ่งชอบถาม ยิ่งสร้างจิตนาการและความคิดสร้างสรรค์

จะเห็นว่า
วลีที่นิยมใช้สร้างนิยายวิทยาศาสตร์ ก็เป็นคำถาม นั่นคือ what if… นั่นเอง

อ่านเพิ่มเติม “จิตนาการกับความคิดสร้างสรรค์”

วิธีการในงานเขียนของผม (๔ จบ)

๔. ทิ้งระยะเพื่ออ่านทบทวน และ การตรวจสอบตวามผิดพลาด
เนื่องจากโดยพื้นฐานของมนุษย์ จะมีความลำเอียงต่อผลงานของตนเองอยู่แล้ว
จึงมีความจำเป็น เป็นอย่างยิ่ง ที่จะต้องทิ้งช่วงระยะเวลาหนึ่งเพื่อลดความลำเอียงของตนเองลง
คือควรจะนานพอที่จะลืมๆเรื่องที่เขียนไปบ้าง

ในแง่มุมหนึ่งก็คือ การทำตัวเป็นผู้อ่านโดยสิ้นเชิง ว่าสามารถ ซึมซับ รับรู้งาน ได้ตามที่ผู้เขียน(ตนเอง)ต้องการได้หรือไม่ ครบถ้วนหรือไม่ อ่านเพิ่มเติม “วิธีการในงานเขียนของผม (๔ จบ)”

วิธีการในงานเขียนของผม (๓)

๓. ลงมือเล่า
นี่คือส่วนที่สำคัญที่สุดในทุกขั้นตอนก็ว่าได้
เพราะหากไม่เริ่มลงมือ”เล่า”แล้ว ทุกๆขึ้นตอนก่อนหน้านี้ก็จะไม่มีความหมาย และขั้นตอนหลังจากนี้ก็คงจะไม่มีทางเกิดขึ้นได้
อ่านเพิ่มเติม “วิธีการในงานเขียนของผม (๓)”

วิธีการในงานเขียนของผม (๒)

๒. วางแผนการเล่า และ โครงสร้าง(structure)

ผู้อ่านก็เหมือนกับคนตาบอด ที่ผู้เขียนจะต้องจับมือและจูงไปตลอดเส้นทางการเล่า ซึ่งสุดท้ายผู้อ่านได้เรื่อง(เนื้อหา,แก่น)อย่างที่ผู้เขียนต้องการเล่าหรือไม่ คือความสามารถของผู้เขียน

ถ้าผู้เขียนพาเดินไปที่ชายทะเลแต่พยายามบรรยายถึงทะเลทรายอันร้อนระอุ ก็ยากที่ผู้อ่านจะเชื่อฝังใจได้ หรืออยู่ในฉากยิงกันอย่างบ้าระห่ำ แต่ตัวละคร เอาแต่คร่ำครวญถึงจดหมายที่ลืมไว้ที่เต้นท์ (นอกจากนั่นจะเป็น character ของตัวละคร)

หรือถ้าวิ่งถูลู่ถูกัง ลากผู้อ่านหกคะเมนตีลังกา ผู้อ่านก็จะไม่รับรู้อะไรนอกจากอาการเวียนหัว และเจ็บปวดเนื้อตัว

ต้องเล่าอะไรบ้าง อ่านเพิ่มเติม “วิธีการในงานเขียนของผม (๒)”

วิธีการในงานเขียนของผม (๑)

ก่อนอื่นต้องออกตัวว่า ข้อเขียนนี้ เป็นการย่อยสิ่งที่เรียนรู้มาจาก การอบรม และ การอ่านหนังสือที่พูดถึงวิธีการในงานเขียน
ไม่ได้หมายความว่า จะตั้งตัวเป็นปรมจารย์งานเขียน แต่ประการใด
และสิ่งที่ผมจะเขียนต่อไปนี้ ไม่ได้หมายความว่าผมทำได้(ตามเป้าหมายที่ตนเองตั้งไว้)ทุกๆชิ้น
แต่คิดว่าการเขียนบทความทิ้งไว้ให้เป็นข้อเตือนใจของตนเอง และหวังว่าจะเป็นประโยชน์ต่อคนอื่นๆด้วย
ครับผม
อ่านเพิ่มเติม “วิธีการในงานเขียนของผม (๑)”

ฤาจะเป็นแนวทางใหม่ ของ SCI-FI Series

หลังจาก series sci-fi หลายๆเรื่องดูจะไม่ค่อยประสบความสำเร็จ สักเท่าไร
(แม้แต่ Fringe เองยังเสียวๆ)
ก็มีกลุ่มที่ทำหนัง sci-fi จากการระดมทุนทาง internet

http://www.pioneerone.tv/ (official site)
http://vodo.net/pioneerone (ดู online)
http://www.imdb.com/title/tt1748166/ (คะแนน 6.7)
tagline: โครงการอวกาศที่ถูกลืมของรัสเซีย
(มีการทำ subtitle ด้วยแต่ยังไม่เห็นภาษาไทย)

http://www.l5-series.com/ (official site)
http://vodo.net/l5 (อ่าน plot แล้วก็ งงๆ กับภาษาอังกฤษ 😀 )
production น่าดูมาก
อ่านเพิ่มเติม “ฤาจะเป็นแนวทางใหม่ ของ SCI-FI Series”

The Google Science Fair 2012

ใช้ google mail และเห็นมาสักระยะใหญ่ๆแล้วแต่ไม่ได้สนใจอะไรจนกระทั่งวันนี้ ลองเข้าไปอ่านดู
ก็เห็นว่ามีอะไรน่าสนใจอยู่้เหมือนกัน
เป็นการประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์ ของเด็กอายุระหว่าง 13–18 ปี (เดี่ยว หรือ กลุ่ม 2-3 คน)
รายละเอียด http://www.google.com/intl/en/events/sciencefair/enter.html
อ่านเพิ่มเติม “The Google Science Fair 2012”

เมื่อผมลอกงาน “ภวังค์” ของคุณ อติเทพ

ขอออกตัวก่อนว่า นี่คือการลอกงาน “ภวังค์” ของคุณอติเทพ นะครับ
แต่ตัด และ ปรับเปลี่ยนบางส่วนเพื่อให้ง่ายต่อการเล่าเรื่อง
และตัดส่วนพลังงานจากสิ่งมีชีวิตออกไปทั้งก้อน เพราะสำหรับผม ส่วนนั้นมีแกนที่แข็งแรงพอที่จะเป็นเรื่องแยกได้ครับ
เป้าหมายที่อยากจะชี้คือ
๑. การจับแก่นของเรื่องที่จะเล่า
๒. การค้นหา style ของตนเอง
๓. การพยายาม cover คำถามที่อาจจะเกิดขึ้นกับผู้อ่านให้มากที่สุด (จริงๆแล้วเรื่องนี้ก็ยัง cover ไ่ม่หมดที่แน่ๆก็จุดหนึ่งล่ะ ใครหาได้บ้างเอ่ย)

อ่านเพิ่มเติม “เมื่อผมลอกงาน “ภวังค์” ของคุณ อติเทพ”

ความเป็นนิยายวิทยาศาสตร์ในทัศนคติของข้าพเจ้า

เกริ่นหัวอย่างกับเรียงความส่งอาจารย์

หลังจากไปงาน “ภาพยนตร์สนทนา “ไซ-ไฟ แบบไทยๆ” กับดร.ชัยวัฒน์” ทำให้ผมเกิดคำถามมากมาย
“นิยายวิทยาศาสตร์”คืออะไร? และ “วิทยาศาสตร์แค่ไหน” ถึงจะเป็นนิยายวิทยาศาสตร์?
แค่มีจานบิน, มีมนุษย์ต่างดาว หรือขอเพียงพูดถึงโลกอนาคต(หรืออดีต) ก็เป็นนิยายวิทยาศาสตร์แล้ว หรือไม่?

จากนี้คือแนวคิดของผม (ซึ่งแน่นอนไม่สามารถกำหนดถูกผิดได้ 😀 )
อ่านเพิ่มเติม “ความเป็นนิยายวิทยาศาสตร์ในทัศนคติของข้าพเจ้า”

one man war

ผมพยายามกดร่างแนบตัวกับผิวดินให้มากที่สุดแม้นอุณหภูมิจะต่ำกว่าจุดเยือกแข็ง หิมะและผิวดินก็เย็นจนปวดกระดูก
ก้อนหินขนาดเท่ากำปั้นลอยตกลงมาข้างศรีษะของผมห่างออกไปประมาณสองสามคืบ
มันรู้ตำแหน่งของผมแล้ว! โดยสัญชาตญาณผมขยับต้วออกจากพื้นที่อย่างรวดเร็ว
เสียงวัตถุแหวกอากาศมาเบื้องหลัง พุ่งเฉียดผ่านใบหน้าของผมไป ทิ้งรอยเลือดจางๆเป็นทางยาว
นี่มันทำลูกธนูเสร็จแล้วหรือนี่
หลังจากทำการรบมานานกว่าสองเดือน อาวุธ และเสบียงที่เตรียมการมาก็ถูกใช้ไปจนหมดสิ้น ทั้งปืนโฟตอน ทั้งกับดักเคมี ฯลฯ
ตอนนี้ต่างฝ่ายต่างต้องใช้สิ่งของที่หามาได้ในป่าแห่งนี้เพื่อสร้างอาวุธเพื่อเข่นฆ่ากันเอง
แล้วสงครามบ้าๆนี้จะได้จบลงเสียที
อ่านเพิ่มเติม “one man war”