Categories
เขียน เขียน เขียน

คนเล้ก…คนเหล็ก โดย วรากิจ

     หลังจากที่มนุษย์ยุคปัจจุบันสามารถเอาชนะกองทัพคนเหล็กจากอนาคตได้อย่างเบ็ดเสร็จ จอห์น คอนเนอร์ วีรบุรุษผู้กู้โลกจึงเริ่มจัดระเบียบคนเหล็กเสียใหม่ในทันที

“คุณจะทำยังไงกับคนเหล็กพวกนี้” เคท หรือ แคเทอรีน บรูซเตอร์เอ่ยถามอย่างเหนื่อยหน่าย เธอมองดูแถวของโครงกระดูกโลหะที่บัดนี้พวกมันต่างยืนนิ่งราวกับตุ๊กตาทองรางวัลออสการ์สำหรับหนังสยองขวัญก็ไม่ปาน
“คนเหล็กพวกนี้หมดสภาพสำหรับภารกิจสงครามแล้ว ผมจะส่งพวกมันให้ไปทำงานง่ายๆแทน”
จอห์น คอนเนอร์ตอบ เขากำลังรอซาเล้งเพื่อมาชั่งกิโลชิ้นส่วนของพวกคนเหล็กที่ถูกทำลายซึ่งกองพะเนินเป็นภูเขาเลากา โลหะพิเศษพวกนี้ทำน้ำหนักได้ดีเหลือเกิน พวกมันจะถูกส่งไปรีไซเคิลเพื่อผลิตเป็นรถมอเตอร์ไซด์ที่สามารถทนแรงปะทะกับรถสิบล้อกลางสี่แยกได้อย่างสบาย
“งานง่ายๆเรอะ” เคทเค้นเสียงสูงปรี๊ด “พวกมันจะทำอะไรเป็นนอกจากทำลายข้าวของ”
“มีอยู่ตัวหนึ่งรหัส T-800 ผมส่งมันไปเป็นผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนียหลังจากหุ้มผิวหนังสังเคราะห์ให้มันใหม่ คุณรู้มั้ย มันเป็นนักการเมืองเก่งพอๆกับเป็นหุ่นสงครามเลยทีเดียว”
“ทำไมคุณไม่หล่อใบหน้าของมันให้เซ็กซี่เหมือน ริชาร์ด เกียร์ หรือ คีอานูรีฟ แทนที่จะเป็นนายชวาซิเนกเกอร์อะไรนั่นล่ะ”
“สองคนนั่นคิดค่าลิขสิทธิ์แพงชะมัด คุณก็รู้ตอนนี้เราถังแตก”
“ยังไงฉันคงต้องขอยัย TX เอาไว้สักตัวเพื่อช่วยเลี้ยงลูก เจ้าตัวเล็กของเราใกล้จะโผล่ออกมาลืมตาดูโลกอันย่อยยับนี้แล้ว” เคทคลำท้องอันป่องโตของเธอ มันกลมอย่างกับลูกโลกจำลอง
จอห์น หันขวับเมื่อเคทเอ่ยรหัสของคนเหล็กสาวจากนรกตัวนั้นออกมา เขายังรู้สึกสยองกับการไล่ล่าอย่างบ้าเลือดของมัน จนทำให้เขากับเคทเกือบเอาชีวิตไม่รอด โชคดีที่คนเขียนบทสามารถพลิกแพลงสถานการณ์ให้เขาเป็นฝ่ายชนะได้ในตอนจบ
“โธ่…คุณก็รู้ว่ายัยนั่นน่ะร้ายจะตาย คุณลองนึกภาพมือของมันเปลี่ยนเป็นใบเลื่อยหมุนติ้วตอนที่กำลังอุ้มลูกของเราดูสิ”
เขาแนบหูกับท้องของเคทเพื่อฟังเสียงเจ้าตัวเล็กและหวังว่าเด็กในท้องจะเป็นผู้ชาย มันเป็นผลงานซึ่งเขาภาคภูมิใจที่ยังสามารถผลิตทายาทได้สำเร็จแม้อยู่ในภาวะสงครามล้างโลกเช่นนี้ เขาฉวยโอกาสที่มีอยู่น้อยนิดตอนที่เธอกับเขากำลังหลบการโจมตีของสกายเน็ตอยู่ใต้ซากปรักหักพังปฏิบัติภารกิจนี้จนสำเร็จในเวลาเพียงเสี้ยววินาที
“ไม่ต้องห่วง มาร์คัส ไรส์ จะคอยปกป้องคุ้มครองลูกของเราไม่ให้คลาดสายตา”
เธอเอ่ยชื่ออดีตนักโทษประหารซึ่งอวัยวะเกือบทั้งหมดถูกแทนที่ด้วยชิ้นส่วนของหุ่นยนต์โลหะ รวมทั้งผิวหนังสังเคราะห์และได้รับคำสั่งจากสกายเน็ตให้กำจัดจอห์น คอนเนอร์ หากแต่เขาทรยศคำสั่งนั้น เพราะสมองและหัวใจของเขาย้ำเตือนกับตัวเองว่า เขาคือมนุษย์
“มาร์คัส ไรส์…หุ่นยนต์ไซบอร์กตัวที่มีสมองกับหัวใจเป็นมนุษย์น่ะเรอะ”
“เยส…แต่คุณไม่รู้หรอกว่าเขาเป็นมนุษย์มากกว่านั้น”
……………
จอห์นกับเคทออกสำรวจความเสียหายของมหานครหลังสงครามสิ้นสุด มันพินาศเป็นจุณจนยากที่จะฟื้นฟูให้กลับเป็นมหานครอันสวยงามดั่งเดิมได้ภายในศตวรรษนี้ ระเบิดนิวเคลียร์ที่สกายเน็ตยิงถล่มอย่างไม่ยั้งมือทำให้เมืองทั้งเมืองอัตรธานหายไปในพริบตา บัดนี้ขอบโลกได้เป็นอิสระจากตึกระฟ้านับพันที่บดบังมันไว้จากสายตามาเป็นเวลานาน ทุกสิ่งทุกอย่างเตียนโล่งราวกับสลัมที่ถูกพวกมาเฟียเผาไล่ที่
“คุณคิดจะทำอะไรกับพื้นที่ที่มากมายมหาศาลอย่างนี้คะจอห์น”
เคทถาม
“ผมจะสร้างทำเนียบรัฐบาลปลอมกับสนามบินปลอมเอาไว้ให้เช่าเป็นที่พักแรมหรือทำนาสำหรับพวกคอการเมืองที่อยากเปลี่ยนบรรยากาศอันจำเจที่บ้าน” จอห์นตอบพลางหัวเราะคิกคัก “อันนี้เป็นโครงการในอนาคตหรอกนะ เพราะตอนนี้พวกคอการเมืองสารพัดสีต่างก็ถูกระเบิดนิวเคลียร์ของสกายเน็ตถล่มซะเละไปเหมือนกัน”
ทันใดนั้น ประจุไฟฟ้าก็บังเกิดขึ้นในอากาศ พร้อมๆกับร่างของใครคนหนึ่งได้ปรากฏขึ้นในสภาพเปลือยเปล่า เขาอยู่ในท่าเตรียมออกสตาร์ทราวกับกำลังจะวิ่งแข่งบนลู่วิ่งในสนามกีฬารังนก มาร์คัส ไรส์กระโดดเข้าขวางเพื่อปกป้องเคททันที
“ไคย์ล รีส” จอห์น คอนเนอร์เรียกชื่อชายคนนั้นด้วยความแปลกใจ
“ว้าว…ฉันชอบดูคนที่มาจากอนาคตจัง” ร่างของชายหนุ่มที่ไร้สิ่งปกปิดร่างกายทำให้เคทถึงกับอุทานด้วยความตื่นเต้น
ชายคนนั้นลุกขึ้นยืนทั้งๆที่ไม่มีเสื้อผ้าพันกายสักชิ้นต่อหน้าเคท จอห์นรีบถอดเสื้อโค้ทที่ยาวคลุมเข่าให้เขาโดยด่วนหากแต่เคทแย่งเสื้อนั้นกลับ
“นายมาสาย นายได้รับภารกิจให้มาปกป้องซาร่าห์ คอนเนอร์ แม่ของฉัน แต่นายมาตอนทุกอย่างจบแล้ว และนายก็ยังมาผิดค.ศ.ด้วย นายต้องไปหาแม่ฉันในปี 2009 แต่นี่มันปี 2018 แม่ฉันอยู่ในสุสานโน่นแล้ว” จอห์นกล่าวตำหนิ
“ขอโทษทีเหอะ…ฉันมัวแต่หากางเกงนุ่งสักตัวก่อนที่จะมาพบนาย แต่ในยุคของฉันเราไม่นุ่งผ้ากันแล้วเพราะสภาวะโลกร้อน” ไคย์ลดึงเสื้อแจ็คเก็ตจากมือเคทไปคลุมหัวแทนที่จะสวมมัน “แดดมันร้อนน่ะ ฉันกลัวเป็นไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ 2018”
“แล้วนายมาทำอะไรที่นี่” จอห์นซัก
“สกายเน็ตยังไม่ตาย ฮอลิวู้ดสร้างมันขึ้นมาใหม่และวางแผนกำจัดนายตั้งแต่นายยังเป็นทารก” ไคลส์บอก
“นั่นไง ผมว่าแล้ว พวกเขาไม่ยอมเลิกง่ายๆหรอกหากยังมองเห็นช่องทางทำเงิน”
มาร์คัสบอก
จอห์น คอนเนอร์อึ้งเมื่อๆได้ยินและถอนหายใจด้วยความเบื่อหน่าย
“บ้าฉิบ…นี่ยังมีต่อภาคห้าอีกเรอะ สงครามนี้ชักจะยืดเยื้อเกินไปเสียแล้ว”
“ใช่ เขาต้องการคนเหล็กจำนวนมากเพื่อเข้าฉาก เป็นโอกาสดีของนายแล้วที่จะโละทิ้งเศษเหล็กพวกนั้น” ไคย์ล รีสหมายถึงกองทัพคนเหล็กของสกายเน็ตที่จอห์นยึดเอาไว้หลังสงครามยุติ “รวมทั้งไซบอร์กด้วย” เขาหันมาทางมาร์คัส
เคทกระตุกแขนจอห์นเพื่อเตือนบางอย่าง
“แต่จอห์นคะ คุณต้องรีบไปปกป้องตัวคุณเองตอนเป็นทารกนะคะ”
“จริงด้วยสิ ถ้าผมตายตั้งแต่ยังแบเบาะ แล้วใครจะทำให้คุณท้องในตอนนี้ได้ล่ะ”
“ไม่ต้องห่วง ฉันมีตัวช่วย เอ้อ…ฉันหมายถึงว่าคุณน่าจะรีบไปช่วยปกป้องตัวคุณเองตอนเป็นทารกนะคะ”
……………
ซาร่าห์ คอนเนอร์ อุ้มจอห์นไว้แนบอก คอนเนอร์น้อยดื่มนมแม่อย่างเอร็ดอร่อยราวกับว่ามันเป็นนมรสช็อคโกแล็ต ทันใดนั้น ประจุไฟฟ้าประหลาดได้เกิดขึ้นในอากาศเบื้องหน้าของสองแม่ลูกแล้วร่างของชายหนุ่มคนหนึ่งก็ปรากฏขึ้นจากความว่างเปล่า แน่นอน ร่างกายของเขาเปลือยเปล่าเช่นเดียวกับนักท่องกาลเวลาทั้งหลาย การปรากฏตัวอย่างฉับพลันทันทีทำให้ซาร่าห์ตกตะลึงในขณะที่จอห์น คอนเนอร์น้อยหัวเราะก๊าก
“เธอเป็นใคร” ซาร่าห์ถามพลางถอยกรูดด้วยความหวาดระแวง
“แม่ครับ” จอห์นร้องเรียก “ผมจอห์น คอนเนอร์ ลูกชายของแม่ไง ผมมาจากอนาคตเพื่อปกป้องแม่กับตัวผมจากฮอลิวู้ด…เอ้อ…ไม่ใช่สิ…จากสกายเน็ต” เขาพยายามอธิบาย
“เธอบอกว่าเธอคือลูกของฉันที่มาจากอนาคตงั้นรึ โธ่…ในอนาคตลูกของฉันถึงกับหมดเนื้อหมดตัวขนาดนี้เชียวหรือ” ซาร่าห์จ้องมองร่างที่ไร้อาภรณ์ห่อหุ้มด้วยความสังเวชใจ เธอโยนแพมเพิสของทารกน้อยให้จอห์นจากอนาคตตัวหนึ่ง “อย่าบอกนะว่าลูกเสียพนันบอล”
จอห์นไม่รีรออะไรอีกแล้ว เขาคว้าผ้าห่มซึ่งแขวนอยู่ที่ราวมาพันร่างกายจนดูคล้ายกับว่าเขามาจากยุคกรีกโบราณ จอห์นฉุดแม่ไปที่รถกระบะที่จอดอยู่ทันที
แต่ช้าไปเพียงเสี้ยววินาที ประจุไฟฟ้าประหลาดได้เกิดขึ้นอีกครั้ง คนเหล็กตัวหนึ่งปรากฏตัวขึ้น ดวงตาสีแดงสว่างวาบอย่างน่ากลัว เหล็กดัดฟันกระทบแสงอาทิตย์เป็นประกายระยิบระยับ มันดึงผ้าห่มหลุดออกจากร่างของจอห์น การต่อสู้ระหว่างคนเปลือยกับคนเหล็กเปลือยเป็นไปอย่างดุเดือด จอห์นถูกเหวี่ยงไปกระแทกกับกำแพงบ้างรถยนต์บ้างครั้งแล้วครั้งเล่าๆ แต่กระดูกของเขาแข็งแกร่งราวกับโลหะไททาเนียม คนเหล็กทั้ง 4 ภาคไม่เคยทำให้กระดูกระเดี้ยวของจอห์นแตกหักได้เลยสักชิ้น เขายังคงลุกขึ้นต่อสู้ได้ทุกครั้งทั้งๆที่เขาน่าจะแหลกเป็นเนื้อทุบตั้งแต่การต่อสู้ครั้งแรก
คนเหล็กชะงักเล็กน้อยด้วยเกิดความสับสนในสมองกลของมันว่า มันกำลังต่อสู้อยู่กับมนุษย์หรือคนเหล็กเหมือนมันกันแน่ จอห์นฉวยโอกาสขณะที่คนเหล็กกำลังงุนงงอยู่นั้นกระโจนเข้าใส่มันอย่างบ้าเลือดด้วยมือเปล่าอย่างกล้าหาญและโง่ คนเหล็กล้มลงแต่จอห์นก็ถูกวงแขนอันทรงพลังของมันรัดแน่นอย่างไม่อาจดิ้นหลุดได้ เขาเริ่มหายใจไม่ออกและนัยน์ตาเหลือกถลน เขาพยายามร้องเรียกแม่แต่ไม่มีเสียงใดๆเล็ดลอดออกจากปาก แต่แล้ว สายน้ำเล็กๆสีเหลืองอ่อนก็หลั่งลงมารดกะโหลกของคนเหล็กจนเปียกโชค ทันใดนั้น ไฟฟ้าภายในสมองกลของมันก็ช็อตดังสนั่นพร้อมกับเกิดเปลวไฟและควันคละคลุ้ง ดวงตาสีแดงดับวูบลง วงแขนที่รัดแน่นคลายตัวออก จอห์นรอดพ้นจากมัจจุราชได้อย่างหวุดหวิด จอห์น คอนเนอร์น้อยนั่นเองที่เป็นผู้ช่วยชีวิตเขาไว้ เขาฉี่รดคนเหล็กอย่างแม่นยำและทำให้มันสิ้นฤทธิ์ลงอย่างง่ายดาย ที่แท้ จอห์น คอนเนอร์ก็มีเลือดนักสู้มาตั้งแต่เกิดนี่เอง ทารกน้อยช่วยชีวิตตัวเองในอนาคตแทนที่จอห์นจากอนาคตจะเป็นผู้ปกป้องตัวเองในอดีต
……………
จอห์นกลับมาสู่กาลเวลาของเขาอีกครั้งอย่างวีรบุรุษพร้อมกับซากคนเหล็กที่สิ้นฤทธิ์ ไม่มีใครรู้เบื้องหลังการถ่ายทำในฉากการต่อสู้อันตื่นเต้นนั้น แต่อย่างน้อยเขาก็สามารถพูดได้เต็มปากว่า จอห์น คอนเนอร์คือผู้ปราบคนเหล็กตัวนี้
ถึงแม้ว่าในความรู้สึกของจอห์น เขาจะจากเคทไปเพียงชั่วโมง แต่ในกาลเวลาของเคทแล้ว เขาจากไปนานนับเดือนทีเดียว ท้องของเธอพองโตขึ้นเรื่อยๆใกล้ระเบิด หากภายในท้องของเธอเป็นแก๊สที่เบากว่าอากาศ เธอคงลอยขึ้นสู่ท้องฟ้าราวกับลูกบอลลูนไปแล้ว ทารกน้อยในครรภ์ดิ้นเป็นระยะๆเพื่อบอกให้ผู้เป็นแม่ได้รู้ว่า ไอ้หนูของเธอแข็งแรงดีมาก มาร์คัสบอกกับเธอว่าลูกของเธอเป็นผู้ชาย เขารู้มาจากคนเขียนบทที่ต้องการพระเอกคนใหม่ในคนเหล็กภาคต่อๆไป
“จอห์น คุณกลับมาแล้ว”
เคทผวาเข้ากอดจอห์นในทันทีที่เขาปรากฏตัวขึ้นหลังจากประจุไฟฟ้าในอากาศหายไป เธอเตรียมเสื้อผ้าชุดเก่งเอาไว้ให้เขา ทุกคนเบือนหน้าหนีจนกระทั่งจอห์นสวมเสื้อผ้าเสร็จเรียบร้อยพร้อมกับเสียงไชโยโห่ร้องในชัยชนะของผู้นำ ในระหว่างที่เขาไม่อยู่ มาร์คัสอยู่เคียงข้างเคทอยู่ตลอดเวลา
“คุณแม่ของคุณเป็นยังไงบ้าง” เธอเอ่ยถาม
“หากเรายังคงย้อนเวลาไปในอดีตได้ง่ายๆอย่างกับขึ้นรถเมล์แบบนี้ ความตายก็คงไม่มีความหมาย แม่ผมยังสาวและสวยในขณะที่ผมยังนอนแบเบาะ เธอจะไม่มีวันตายอีกแล้ว”
จอห์นบอก เขาหยิบภาพถ่ายซึ่งเขาถ่ายคู่กับแม่และตัวเองอีกคนซึ่งเป็นทารกให้แคเทอรีนดู
“ดูสิ ผมถ่ายรูปคู่กับคนที่ตายไปแล้ว แล้วก็ยังถ่ายรูปคู่กับตัวเองอีก แล้วอีกหน่อยจอห์น คอนเนอร์จากอนาคตก็จะกลับมาถ่ายรูปคู่กับผมซึ่งเป็นจอห์นในปัจจุบันแล้วจอห์นทั้งสองคนก็ย้อนเวลาไปถ่ายรูปกับจอห์นในอดีต บางทีผมอาจจะต้องกลับไปสอนการบ้านตัวเองตอนเรียนชั้นประถมก็ได้ มันคงยุ่งเหยิงพิลึก”
เขาหันมาทางหุ่นยนต์ไซบอร์กที่ชื่อมาร์คัส
“ขอบคุณนายมากนะที่คอยดูแลเคทเวลาที่ฉันไม่อยู่” จอห์นกล่าว อันที่จริงมาร์คัสอยู่เคียงข้างเคทมาตั้งแต่ก่อนที่เธอจะท้องเสียอีก เขาไว้ใจมาร์คัสมากเพราะถึงแม้ว่าไซบอร์กตัวนี้จะหล่อเหมือนแซม เวิร์ททิงตัน แต่เขาก็เป็นเพียงไซบอร์กลูกผสมระหว่างมนุษย์กับหุ่นยนต์
มาร์คัส ไรส์ยิ้ม ผิวหนังที่แก้มฉีกขาดเล็กน้อยเผยให้เห็นโครงสร้างของคนเหล็กที่ซ่อนอยู่ใต้ผิวหนังสังเคราะห์
ทันใดนั้น เคทสะดุ้งเฮือก เธอรู้สึกเจ็บท้องตุ๊บๆและขาของเธอเปียกโชก
“จอห์น…เขามาแล้ว…ลูกของเรามาแล้ว”
……………
จอห์นมองดูลูกน้อยซึ่งกำลังหลับตาพริ้มอยู่ในอ้อมกอดของเคทด้วยความภูมิใจ ในที่สุดเขาก็มีทายาทสำหรับสืบทอดบทพระเอกต่อไป เขาไม่ต้องเป็นห่วงลูกของเขาอีกต่อไปเมื่อมีมาร์คัส หุ่นยนต์ไซบอร์กคอยปกป้องดูแลลูกของเขา
มาร์คัสจ้องมองเด็กน้อย ดวงตาเอ็กซ์เรย์ของเขามองเห็นโครงสร้างโลหะของไซบอร์กที่ซ่อนอยู่ภายในร่างเล็กๆของคอนเนอร์น้อย เขาแอบยิ้มให้เคทอย่างรู้กัน
จอห์นรู้สึกได้ว่ามาร์คัสรักลูกของเขาเหมือนลูกของตัวเอง
“โชคดีนะที่นายมีสมองกับหัวใจเป็นมนุษย์ มันทำให้นายรับรู้ถึงความรักที่เรามีต่อใครสักคน”
จอห์นพูดกับมาร์คัส
เคทกุมมือจอห์นไว้แน่น
“ฉันเคยบอกกับคุณแล้วไงคะจอห์น ว่ามาร์คัสมีความเป็นมนุษย์มากกว่านั้น”
……………

One reply on “คนเล้ก…คนเหล็ก โดย วรากิจ”

ใส่ความเห็น