ข่าวหนัง

ช่วงนี้ เห็นมีอยู่สองเรื่องที่น่าจะเข้า ข่าย sci-fi

หนึ่งเป็นหนัง “ภาคก่อน” ของหนังในตำนานสยอง(และชวนอ๊วก) the thing
http://www.imdb.com/title/tt0905372/
(ของเก่า แต่เป็นภาคหลัง The Thing (1982) http://www.imdb.com/title/tt0084787/ งงไหม?)
(ต้นฉบับจริง The Thing from Another World (1951) http://www.imdb.com/title/tt0044121/)
(วงเล็บ เยอะ จริงๆ)

และ Star Wars: Episode I – The Phantom Menace ที่จะกลับมาในระบบ 3D
http://www.starwars.com/news/episode-i/3d/index.html
(แต่ยังไม่เห็นกำหนดวันฉาย แหะ)

กู้ภัย

ในขณะที่อดีนาลีนพลุ่งพล่าน จนอกแทบจะระเบิด
วีระ พยายามควบคุมการหายใจให้ช้าลง
มันเป็นเรื่องที่ยากมาก หากคุณพึ่งผ่านเหตุการณ์การระเบิดอย่างรุนแรง และถูกฝังอยู่ในทรากตึกปรักหักพังเช่นนี้

ตัวอักษรสีเขียวพล่าเลือนฉายซ้อนอยู่บนจอประสาทตาของเขา
ระดับคาร์บอนไดออกไซด์ 20% (ถ้ามีมากจนถึงร้อยละ 25-30 ทำให้หายใจช้าลง ความดันโลหิตต่ำ ไม่รู้สึกตัว สลบ และอาจถึงตายได้)
วีระ พยายามปรับกระแสไฟฟ้าในเซลสมองเข้าสู่โหมด “ทำสมาธิ”

“วีระ!” เสียงเรียกดังขึ้น ถึงแม้ว่ามันจะไม่ใช่เสียง เพราะมันคือคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่ยิงตรงเข้าสู่สมองส่วนประสาทการรับเสียง
“ผมยังอยู่ดี” เขาตอบ อดนึกถึงคำว่า “กระมัง” ไม่ได้
เพราะเขาขาดการรับรู้ประสาทสัมผัสจากขาของเขามานานสักสองสามนาทีแล้ว
“เรารับสัญญาณตำแหน่งของคุณได้แล้ว ทีมกู้ภัยกำลังเข้าไป”

วีระพยายามควบคุมไม่ให้ตนเองตื่นเต้นจนเกินไป กระแสไฟจากระบบประสาท อาจจะทำให้ อุปกรณ์อีเล็กโทรนิคในร่างกายเขาทำงานผิดปกติได้ นั่นรวมถึงเครื่องระบุตำแหน่ง GPS ด้วย
อีกอย่าง จากสภาพที่เห็น การเข้าถึงคงต้องใช้ระยะเวลาอีกสักพักใหญ่ๆ

“ระดับพลังงานเป็นอย่างไร”
“มีการรั่วไหล”
วีระ ขยับไหล่เล็กน้อย ความร้อน และ กระแสไฟฟ้าจากระบบประสาท จำนวนหนึ่งถูกเปลี่ยนไปเป็นพลังงาน ของอุปกรณ์ดำรงชีพของเขา
เข็มวัดพลังงานเพิ่มขึ้นมาอีก 0.01%
“พยายามรักษามันไว้”
วีระ ได้แต่ยิ้มกับตนเอง “ปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์กำลังเพิ่มขึ้น” เขารายงาน ตอนนี้อยู่ที่ 24% แล้ว
“ผมรู้ … เรากำลังไป”

ชั้นใต้ดินชั้นที่5 ลึกลงมา20เมตร แถมผ่านการระเบิดครั้งใหญ่ และพร้อมจะจมลึกลงไปอีก 500เมตร
นี่คงไม่ใช่งานที่ง่ายนัก

“ผมรู้ว่าพลังงานคุณเหลือน้อย แต่เรามีเรื่องที่จะขอร้องให้ช่วย”
ผมปฎิเสธได้ไหมนี่ วีระ คิด
“ว่ามาเลย”


อ่านเพิ่มเติม “กู้ภัย”

ข้อมูล

“ไม่ใช่ครับ … คุณลืมพวกนิยายวิทยาศาสตร์พวกนั้นไปได้เลย แบบว่า ไอ้พวกเสียงดังระงมเต็มไปหมด วิ่งเข้าใส่หัวคุณ แบบว่า … เหมือนกระแสน้ำสาดเข้าใส่ไม่หยุดยั้ง เต็มไปหมด ตลอดเวลา … ลืมไปได้เลย โกหกทั้งเพ” ชายหนุ่มขยับตัว ตอบด้วยท่าทีหงุดหงิด

“จิต เหมือนกระแสไฟอ่อนๆที่ส่งผ่านสัญาณระหว่างระบบประสาท ปฎิกริยาเคมีเล็กๆที่รวดเร็วและเล็กน้อยจนยากจะจับได้”
เขาผ่อนลมหายใจช้าๆราวกับว่าอัดอั้นตันใจมาเป็นเวลานานแสนนาน

“นั่นหมายความว่า คุณต้องตั้งสมาธิอย่างมาก ในสภาพแวดล้อมที่ถูกรบกวนน้อยที่สุด … ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย … ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยจริงๆ” เขาหยุดเล็กน้อย ทอดถอนหายใจก่อนจะอธิบายต่อ

“และมันยากยิ่งกว่านั้น เพราะแต่ล่ะคนมีคลื่นความถี่ของจิตหรือจุดประสาทนั้น ที่แตกต่างกันอย่างมาก การเชื่อมต่อเข้าถึงข้อมูลเหล่านั้น ต้องการความถูกต้องแม่นยำโดยสมบูรณ์แบบ ไม่เช่นนั้นมันจะไร้ความหมายโดยสิ้นเชิง ไม่ต่างอะไรกับการได้มาซึ่งเศษขี้เถ้าของภาพเขียนโมนาลิซา”

“แต่ละคนใช้เวลาเกือบทั้งชีวิตในการฝึกฝนเพื่อติดตามใครสักคนหนึ่ง … เพียงคนเดียวเท่านั้น” เขาเน้นเสียง
“ … ” อ่านเพิ่มเติม “ข้อมูล”

ชวนดูปรากฎการณ์คืน13-14ธ.ค.

นายวรวิทย์ ตันวุฒิบัณฑิต ปราชญ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านดาราศาสตร์ไทย กล่าวว่า ในวันที่ 14 ธ.ค.2553 ได้จัดค่ายดาราศาสตร์นำนักเรียนโรงเรียนไผ่แก้ววิทยา อ.แปลงยาว จ.ฉะเชิงเทรา ตั้งกล้องโทรทรรศ 3 ตัวเพื่อชมปรากฏการณ์เข็มขัดเมฆเส้นใต้เส้นศูนย์สูตรดาวพพฤหัสบดี กับชมปรากฏการณ์ฝนดาวตกเจมินิดส์ที่เกิดขึ้นระหว่างวันที่ 13 – 14 ธ.ค.53 นี้
อ่านเพิ่มเติม “ชวนดูปรากฎการณ์คืน13-14ธ.ค.”

นักเดินทางท่องเวลา

“5… 4… 3… 2… 1”
ผลแอ๊ปเปิ้ลเบื้องหน้าหายวับไปกับตา
ไม่ถือเป็นสิ่งที่เกินความคาดหมาย เสียงปรบมือกึกก้องในบัดดล
สุพจน์ ผู้ประกาศขั้นตอนการปฏิบัติงาน อดเหลือบมอง นิวัติ นักวิทยาศาสตร์หนุ่มไฟแรง ที่เป็นเจ้าของและหัวเรี่ยวหัวแรงทั้งหมดของโครงการนี้ ไม่ได้
เขาเห็น นิวัติ อมยิ้มอย่างภาคภูมิใจ
“และในอีก…” สุพจน์ พูดใส่ อินเตอร์คอม
ผู้เฝ้าชมนับร้อยเงียบกริบลงในทันได
และเหมือนจะหยุดหายใจเสียด้วยซ้ำ
“3… 2… 1…” อ่านเพิ่มเติม “นักเดินทางท่องเวลา”

ชีวิต นิรันดร์

ประธานาธิบดี เว่ย ถูกเรียกตัวเข้าประชุม กลางดึก
มันเป็นเวลา ตีสาม ของคืนที่หนาวเย็นที่สุด คืนหนึ่งในชีวิตของเขา
โดยปกติ เรื่องที่มีความสำคัญขนาดเรียกประชุมผู้นำประเทศในเวลาเช่นนี้ได้ ก็น่าจะเป็นเรื่องสงครามโลกเท่านั้น
แต่ไม่ใช่ วันนี้
อ่านเพิ่มเติม “ชีวิต นิรันดร์”

วิเคราะห์ avatar ในเชิงวิทยาศาสตร์กัน

ไปดูมาแล้วครับ ที่ iMAX และเข้าใจว่าหลายๆคนคงไปดูมาแล้ว CG และ 3D ดูสนุกมากๆครับ
แต่ผมว่ามาลองออกความเห็นในเชิง วิทยาศาตร์ กันดีกว่า ครับ
อาทิเช่น
– การที่ชาวแพนโดร่า เรืองแสงในเวลากลางคืน
ซึ่งโดยความเคยชินของเรา(ผมเอง) ผมมองว่า น่าจะเป็นบนดาว ที่มีความมืด มากๆหรือเปล่า?( และ ไม่น่าจะมีกลางวันด้วยซ้ำ)
– หรือการที่ ชาว navi มีโครงร่างที่สูงใหญ่ ลักษณะของแรงโน้มถ่วง ก็น่าจะมีผล
น่าจะต่างจากบนโลกด้วยหรือเปล่า แต่ดูจาก ลักษณะของมนุษย์ที่ไปใช้ชีวิตบนนั้น ก็ดูจะไม่มีผลสักเท่าไร ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น

พอดีจำส่วนผสมของอากาศบน แพนโดร่า ไม่ได้ ไม่งั้นคงมีประเด็นนี้ด้วย

ลองมาคิดวิเคราะห์กันดู
หนุกๆ ครับ

ดู วิดีโอ เพิ่มเติม
อ่านเพิ่มเติม “วิเคราะห์ avatar ในเชิงวิทยาศาสตร์กัน”

Avatar by James Cameron

ไม่ได้มีบัตรฟรี อะไรหรอกนะครับ
แต่บังเอิญ เป็นแฟนผลงานของ James Cameron
ก็เลยเอาข่าวนี้มาฝาก
มีคนบอกว่า ฉบับที่เป็น 3-D ดูดีกว่านี้เยอะ
(อันนี้ ก็ไม่ได้เห็นกะตา คงบอกอะไรมากไม่ได้)
official site http://www2.avatarmovie.com/

องก์ที่ ๑ แผนเปลี่ยนโลก [ ตอนที่ ๙ : ปริวรรตมวลสาร ]

วิทยา รู้สึกตัวอย่างช้าๆ และพบตัวเอง นั่งอยู่ในห้องที่มืดมิด คับแคบ และอบอวลไปด้วยกลิ่นโลหะไหม้
ขณะที่สายตาค่อยๆปรับตัวเข้ากับความมืดอย่างเชื่องช้า เขาก็จดจำได้ว่า เขากำลังนั่งอยู่ในห้องนำส่งของเครื่องปริวรรตมวลสาร นั่นเอง
อ่านเพิ่มเติม “องก์ที่ ๑ แผนเปลี่ยนโลก [ ตอนที่ ๙ : ปริวรรตมวลสาร ]”

องก์ที่ ๑ แผนเปลี่ยนโลก [ ตอนที่ ๘ : คดีเพิ่มเติม ]


วิทยา ยืน งงๆ อยู่กลางห้องที่เต็มไปด้วย นัก อาชญวิทยา จำนวนมาก ซึ่งกำลังตรวจเก็บหลักฐานไปทั่วทั้งพื้นที่
ทั้งเก็บข้อมูลการติดต่อผ่านระบบสื่อสาร, ทั้งตรวจสอบ “หัวใจ” ในที่เกิดเหตุ
ขณะเดียวกัน ในจอภาพที่ลอยตัวอยู่กลางอากาศ ซึ่งปัจจุบัน ถูกเปิดขึ้น ร่วมๆ ห้าสิบจอภาพ ไปทั่วทั้งบริเวณ แสดงถึงการทำงานเก็บหลักฐานในลักษณะเดียวกัน ในที่เกิดเหตุอีกที่หนึ่ง
ที่ดาวศุกร์
การสอบถามพูดคุยกันไปมาส่งเสียงดังเซ่งแซ่
อ่านเพิ่มเติม “องก์ที่ ๑ แผนเปลี่ยนโลก [ ตอนที่ ๘ : คดีเพิ่มเติม ]”

องก์ที่ ๑ แผนเปลี่ยนโลก [ ตอนที่ ๗ : คดีต่อเนื่อง ]

นางสาวมายา พรมนิ้วลงบนคีย์บอร์ดแสง ที่ลอยตัวอยู่กลางอากาศอย่างคล่องแคร่วรวดเร็ว พลางถามถึงข้อมูลที่ วิทยา ต้องการ
“ผมขอดูข้อมูลจากจุดที่เดินทางออก ครับ พร้อมข้อมูล ประวัติการเดินทางของ คุณมานพ ผู้เสียชีวิต ด้วยครับ”
ข้อมูลถูกลำเลียงส่งตรงเข้าสู่หน่วยความจำของ วิทยา โดยทันที

ขณะที่ อากาศ เบื้องหน้าของทั้งสอง ปรากฏแสงสว่าง ขึ้นเป็นกรอบรูป
และภาพของ นายภานุ นายสถานีเครื่องปริวรรตมวลสาร ประจำประตู สิบสอง แห่งดาวศุกร์ ที่เป็นต้นทางที่ มานพ ใช้เดินทางมาก็ปรากฏขึ้น
อ่านเพิ่มเติม “องก์ที่ ๑ แผนเปลี่ยนโลก [ ตอนที่ ๗ : คดีต่อเนื่อง ]”

องก์ที่ ๑ แผนเปลี่ยนโลก [ ตอนที่ ๖ : ดร.วิชาเยนร์ ]

วิทยายังคงพูดคุยสอบถาม ดร.วิชาเยนร์ ภายในห้อง ประชุมย่อย ของอาคาร ที่ว่าการ แม้ว่าเวลาจะล่วงเลยมาพักใหญ่แล้ว โดยมี นางสาวมายา นั่งฟังอย่างสงบเงียบอยู่ข้างๆ
ส่วน เมธา และ ผู้ว่าการ นั้นขอตัวกลับไปก่อนหน้านั้นนับหลายชั่วโมงแล้ว เนื่องด้วยความเกรงกลัวต่อ สภาพการจราจร ที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

ในชั้นนี้ ยังคงเป็นเพียงการสอบถามข้อมูลเบื้องต้น ในแง่ของการทำงาน ของเครื่องปริวรรตมวลสารเท่านั้น ยังไม่ใช่ การสอบสวนเพื่อเอาผิดแต่ประการใด
อ่านเพิ่มเติม “องก์ที่ ๑ แผนเปลี่ยนโลก [ ตอนที่ ๖ : ดร.วิชาเยนร์ ]”

องก์ที่ ๑ แผนเปลี่ยนโลก [ ตอนที่ ๕ : เมธา ]

วิทยา พาร่างอันสะบักสะบอบ มาถึงที่ว่าการจนได้

หลังจากกระโดดระหว่าง ยานพาหนะ ที่ความสูงเกือบ หกสิบเมตรเหนือพื้นดิน(ประมาณตึก สิบ ชั้น) หลาย สิบ ครั้ง
ปะทะเข้ากับผนังโลหะของอาคาร ห้า-หก ครั้ง
กระโดดเกาะ และวิ่งอยู่บนยานพาหนะลอยฟ้า เจ็ด-แปด คัน (ย่อมต้องโดน ก่นด่า เป็น ธรรมดา)
เกือบตกลงมาคอหัก ร่วม ร้อย ครั้ง
โดนกลุ่มคนขว้างปาสิ่งของเข้าใส่อีก นับครั้งไม่ถ้วน
วิทยา เข้าใจเลยว่า มนุษย์ รักผืนดินที่เหยียบอยู่มากน้อยเพียงไร
อ่านเพิ่มเติม “องก์ที่ ๑ แผนเปลี่ยนโลก [ ตอนที่ ๕ : เมธา ]”

องก์ที่ ๑ แผนเปลี่ยนโลก [ ตอนที่ ๔ : วิกฤติ ]


เสียงเรียกผ่านระบบตอบรับ ดังขึ้นขณะที่ วิทยา ก้าวขึ้นสู่ พาหนะส่วนบุคคล เพื่อไปพบกับ ดร. วิชาเยนร์ ตามที่นัดหมายเอาไว้
“ท่าน ผู้กำกับ ต้องการติดต่อโดยด่วน คะ” เสียงรายงาน เบาๆ
วิทยา สูดลมหายใจลึกก่อน ให้สัญญาณ การรับสาย ผ่านคลื่นความคิด
“แกหายหัวไปไหนมา … รู้มั้ยว่าตอนนี้ มันกำลังเกิดเรื่องใหญ่ ขึ้นแล้ว”
วิทยา เป่าลมออกจากปากเต็มแรง พลางส่ายหน้าอย่างเอือมระอา
ถึงแม้เขาจะกำหนด ระดับเสียงไว้ในระดับที่เบาที่สุดแล้ว แต่ก็อดรู้สึกปวดประสาทหูไม่ได้

วิทยา ย่อมรู้อยู่แล้วว่า เรื่องที่เกิดขึ้นนั้น มันหนักหนาสาหัส เพียงไร
แน่นอน … การที่ การเดินทาง ทั่วทั้งกาแลคซี่ ต้องมากลายเป็น อัมพาต ในช่วงเวลาแค่ข้ามคืน …
ใครบ้างจะไม่รู้ว่า มัน เป็นเรื่องใหญ่ ขนาดไหน

เขาขยับลูกตาเล็กน้อย ภาพ แสดงเวลา ปรากฏขึ้นด้านใน กระบอกตา
เวลาผ่านไป ๒๐ นาที นับตั้งแต่เขาเริ่มทำคดี นี้
นี่มันบ้า ชัดๆ
อ่านเพิ่มเติม “องก์ที่ ๑ แผนเปลี่ยนโลก [ ตอนที่ ๔ : วิกฤติ ]”

องก์ที่ ๑ แผนเปลี่ยนโลก [ ตอนที่ ๓ : มานพ ]

มานพ เป็น ชายหนุ่ม อายุห้าสิบ ที่มีสุขภาพแข็งแรงตามมาตรฐาน ของคนทั่วไป
ถึงแม้ การติดต่อสื่อสาร ใน ปัจจุบัน จะมีความสะดวกเป็น อย่างมาก ไม่ว่าจะเป็น tele-conference , halograme
แต่ ความเป็น เซลขายสินค้าทำให้เขาพบว่า การมี ปฏิสัมพันธ์ แบบซึ่งหน้า สร้างความสัมพันธ์ ที่ดีกว่า ต่อคู่ค้า ของเขา
ไม่ว่า วิทยาการ จะก้าวหน้าไปเพียงไร , ไม่ว่า ผู้คน จะรู้สึกปลอดภัย ในการจ่อมจม อยู่กับตัวเอง เพียงไร
มนุษย์ ก็ ยังเป็นมนุษย์ ที่ต้องการ คบค้าสมาคม กับคนอื่นบ้างเป็น ครั้งคราว

ครั้งนี้ ก็ เป็นการเดินทางไปติดต่อ ธุรกิจ กับคู่ค้าของเขา ตามปกติ
ถึงแม้ มานพ จะรู้สึก ไม่ค่อย ชอบการเดินทางผ่าน เครื่อง ปริวรรตมวลสาร นัก เพราะ ทุกครั้งที่สิ้นสุดการเดินทาง เขา จะรู้สึก ไม่ค่อย สบายตัวเท่าไร
“นาย คิดมากไปเอง” เพื่อนของเขาเคยบอก “ก็ใช้มาตั้งหลายสิบปีแล้ว ไม่เห็นมีใครบ่นอะไร สักคำ”
เขาอาจจะคิดมากไปเอง จริงๆ … แต่มันก็ความคิดของเขา
ไม่สบายใจ ก็คือ ไม่สบายใจ


วิทยา เดินเข้าห้อง ชันสูตรพลิกศพ ด้วยความรู้สึก อึดอัด อย่างบอกไม่ถูก
ถึงแม้ เขา จะเคยเข้ามาในห้อง ลักษณะ นี้ นับครั้งไม่ถ้วน ตั้งแต่สมัย เป็น นักเรียนตำรวจ จนถึง ระหว่างการทำงานในตำแหน่ง สายตรวจ
กลิ่น จางๆ ของ ฟอร์มาดีไฮล์ ยังคงรบกวนเขา อย่างสม่ำเสมอ และ เท่าเทียบกัน ตลอดมา

“นี่อาจจะเป็นสิ่งเดียวที่หยุดการ พัฒนา มาร่วม หลายพันปี ” วิทยาคิด
ถึงแม้ ฟอร์มาดีไฮล์ จะถูกระบุว่า เป็นสารพิษ ก่อมะเร็ง และถูก ห้ามใช้ ในสหภาพยุโรป หลายสิบปี
แต่เมื่อ การแพทย์ เจริญถึงจุดที่สามารถ รักษามะเร็งได้ในทุกๆเงื่อนไข สารพิษนี้ กลับถูกนำกลับมาใช้ อีกครั้งหนึ่ง
แน่นอนมันถูกควบคุมการเข้าถึงอย่างเข้มงวด จากองค์การ อาหารและยา แห่งโลก
แต่ประชาชน บางส่วนยังคงออกเสียงคัดค้านอย่างต่อเนื่อง ในการนำมันกลับมาใช้ใหม่

“นี่หรือ ศพ ที่มาจาก เครื่อง ปริวรรตมวลสาร” คาเนรุ โทชิโยจิ เอ่ยเสียงดัง
เขาก็พึ่งจะเดินเข้าห้องมาจากอีกประตูหนึ่ง … ประตูห้องพักผ่อน ของเขา
วิทยา เข้าใจว่า เขาคงเปิด เครื่องเล่น มีเดียเพลเยอร์ ในช่องหูของเขา อยู่

ศพของมานพ อยู่ในผ้าคลุมพลาสติกสีดำทึบ แถบเทป แสดงว่า ยังไม่มีการเปิด ชันสูตร
นี่เป็นขั้นตอนตามปกติ แพทย์ ผู้ทำการชันสูตร ต้องกระทำต่อ หน้า นายตำรวจผู้ทำคดี รวมทั้ง ผู้ช่วยอีกสองคน เป็น อย่างน้อย จากคณะแพทยสภา
นี่เป็น มาตราการ หลังจาก กองพิสูจน์หลักฐาน ต้องเสียเงินค่าฟ้องร้อง และ ค่าใช้จ่ายในการสู้คดี จำนวนมาก เมื่อถูก ญาติผู้ตาย หัวหมอ ร้องเรียนถึงขั้นตอนในการทำงาน
แต่นั่นมันอีกเรื่องหนึ่ง

วิทยา ชี้ไปที่ คาเนรุ ก่อนใช้นิ้วชี้นั้น ตบที่หลังหูตัวเองเบาๆ
คาเนรุ มีท่าที นึกขึ้นได้ … เขา ขยับกรามตนเองเล็กน้อย ตอนที่ผู้ช่วยอีกสองคนจาก คณะแพทยสภา เดินเข้ามา
“พร้อม หรือ ยัง” คาเนรุ เอ่ยด้วยระดับเสียงที่ดังเป็น ปกติ
วิทยา ยิ้มเล็กน้อย เขาอยากเห็น ท่าที ของ คาเนรุ ต่อศพที่อยู่ตรงหน้า
ศพที่มีสภาพ แปลกประหลาดที่สุด เท่าที่เขาเคยเห็นมา

คาเนรุ ตัด แถบเทป อย่างชำนาญ
เสียงรูดซิป ดังบาดหู

ผู้ช่วยสองคน ผงะถอยหลังหลายก้าว
คาเนรุ แค่ขมวดคิ้วเล็กน้อย
วิทยา อดรู้สึกผิดหวังไม่ได้ “ให้มันได้อย่างนี้สิ”

มานพ นั่งสลดหดหู่ อยู่บนเก้าอี้ ตรวจโรค
นายแพทย์ ยืนอยู่ข้างๆ ตบไหล่ เขาเบาๆ
“การรักษา ยังสามารถทำได้นะครับ … การผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจ ไม่ใช่เรื่องใหญ่ อีกต่อไปแล้ว”
“แต่ เมื่อสักครู่นี้ คุณหมอบอกว่า มันมีความยุ่งยาก …” เสียงของ มานพ ขาดหายเหมือนมีอะไรมาจุกอยู่ที่ลำคอ
“ครับ คือ เนื่องจาก ตำแหน่ง ปอด ที่ผิดรูป ของคุณ จากการผ่าตัดครั้งก่อน”
“มัน อาจจะมีความยุ่งยาก ซับซ้อน อยู่บ้าง แต่ก็ ไม่เหนือบ่ากว่าแรง” นายแพทย์ อธิบายต่อ
“การเซ็นต์ เอกสาร เป็น นโยบาย มาตรฐาน นะครับ” นายแพทย์ ตบไหล่ มานพ เบาๆ อีกครั้ง
เอกสาร การรับผิดชอบค่าใช้จ่าย รวมถึงการไม่ฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย ไม่ว่า จะเกิดความผิดพลาด ใดๆ ขึ้นก็ตาม

นั่นหมายความว่า หาก แพทย์ เอามีดแทงเขาเข้าที่หัวใจ
มานพ จะเป็นหนี้ โรงพยาบาล แห่งนี้ สามล้าน เครดิต
มานพ เซ็นต์ ชื่อพลางทอดถอนหายใจ

“ไม่น่าเชื่อ” คาเนรุ อุทาน หลังจาก เริ่ม ชันสูตร ไปได้สัก สิบห้า นาที
นี่ไม่ใช่ปฏิกิริยา ที่ วิทยา อยาก เห็น
เขาอยากเห็นความกลัว … อาการตกใจ …
ไม่ใช่ แบบนี้
“อะไร” วิทยา เอ่ยถาม เสียงแข็ง
“นายว่า ผู้ตาย พยายามพูด ใช่ไหม”
“อื้อ … เห็น นายสถานี บอกอย่างนั้น แต่ ฉันว่า …”
“โอ้ … ” น้ำเสียงตื่นเต้นยังคงออกมาจากปาก คาเนรุ ไม่หยุดหย่อน
“นี่ … มัน อะไรกันแน่”
“นายดูนี่สิ” คาเนรุ ชี้ไปที่ตำแหน่งของกล่องเสียง
“หมอ นี่ ไม่ได้คอหัก กระดูกทุกชิ้นยังคงเชื่อมต่อ อย่างสมบูรณ์ กล่องเสียงไม่มีร่องรอยการบวมช้ำ หรือ ฉีกขาด
… เส้นประสาท ทุกเส้น ยังอยู่ครบถ้วนสมบูรณ์ และ อยู่ในสภาพดีเสียด้วย … ไม่ว่าจะเป็น แขน มือ ท้อง และขา”
ทาเครุ ไล่ชี้อย่างรวดเร็ว จนวิทยา มองตามไม่ทัน
“หมายความว่า อะไร” วิทยา ถามอย่างหงุดหงิด
“ถ้าจาก สภาพ ภายใน ฉันว่า นายคนนี้ เป็นคนพิการ และ เขามีชีวิต แบบนี้ มาตั้งแต่เกิด”
“บ้า น่า” วิทยา ร้องเสียงหลง เขาพลิกแฟ้มในมืออย่างรวดเร็ว
รูป ผู้ชาย ธรรมดา สูง 180 เซนติเมตร กางแผ่หรา อยู่ตรงหน้า
“นี่ โว้ย รูป ของผู้ตาย … เบิ่ง ตาดูซะ … เอกสารทางการแพทย์ ก็ อยู่ครบ … ดีเอ็นเอ ก็ยืนยันแล้ว”

“งั้น ก็แปลก …” คาเนรุ กอดอก ครุ่นคิด
“ดูจาก อวัยวะ ภายใน เหมือนมัน งอกออกมาแบบนั้น … อวัยวะทุกส่วน ยังงเชื่อมต่อกันอยู่ … ถึงแม้ มันจะอยู่ผิดที่ผิดทาง และเชื่อมต่อกันแบบผิดๆ ไปเสียหมดก็ตาม”

“เป็นไปได้ไหม ว่า เครื่อง ปริวรรตมวลสาร ทำงานล้มเหลว” วิทยา ถาม
“นั่นคงเป็นเหตุผลเดียวที่จะบอกได้ … แต่ฉันไม่อยากคิด แบบนั้นเลย”

วิทยา ก็เช่นกัน
เขาอดรู้สึกเสียวสันหลังไม่ได้ หากมันเป็นเช่นนั้นจริง
นั่นหมายความว่า เขา ผ่านการเฉียดตายมานับครั้งไม่ถ้วน
รวมถึง คนทุกคนในโลก

“แล้วนายรู้อะไรไหม” คาเนรุ เอ่ย ต่อ … วิทยา มอง กลับด้วยสีหน้า สงสัย … เขาควรจะรู้อะไรอีก
“นายคนนี้ คงทรมาณมากตอนที่ ออกจากเครื่องปริวรรตมวลสาร แล้วเห็นตัวเองในสภาพเช่นนี้”

“แล้วเขาเสียชีวิตด้วยสาเหตุอะไร”
นั่นสิ ถ้าทุกอย่างยังคงเชื่อมต่อ ราวกับเกิดมาเป็นอย่างนั้น
แล้ว เขาจะเสียชีวิต ด้วยสาเหตุใดกันเล่า
“ถึงแม้ว่าจะไม่มีบาดแผล แต่การรับรู้ของร่างกายเป็นอีกเรื่องหนึ่ง … ตำแหน่งที่ผิดพลาด พวกนี้ เกิดขึ้นอย่างปัจจุบันทันด่วน พร้อมๆ กับการรับรู้ของร่างกาย … ผมว่า คงมีอาการ ไม่ต่างจาก การทนพิษ บาดแผล ไม่ไหว” คาเนรุ สรุป
“ถึงแม้จะไม่มีบาดแผลก็ตาม” วิทยา เสริม
“ใช่ ฟังดูแปลกดีใช่ไหม”
“จะมี หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ ยืนยันไหม”
“ขอตรวจสภาพเคมีในสมองก่อน ก็น่าจะบอกได้”

วิทยา พยักหน้า
เวลาผ่านไป แล้ว สองชั่วโมง นับตั้งแต่เกิดเหตุ
มีฝูงชน ติดค้างอยู่ที่ สถานี ปริวรรตมวลสาร เป็น หมื่น คนแล้วกระมัง
แต่หากสิ่งที่ วิทยา กลัวเป็นจริง
จะไม่มี เครื่อง ปริวรรตมวลสาร อีกต่อไป

ถึงเวลานี้ เขาคงต้องไปพบ คนที่มีส่วนสำคัญที่สุดของเรื่องนี้
ผู้คิดค้น ประดิษฐ์ เครื่อง ปริวรรตมวลสาร เป็นผลสำเร็จ
ดร. วิชาเยนร์ เค. ชวาร์เคฟสชารค์